วิเคราะห์บอลก่อนเกม นิวคาสเซิ่ล พบ เอฟเวอร์ตัน 3 พฤศจิกายน 2569 สาลิกาดงเดือดขอล้างตา ทอฟฟี่หวังย้ำแค้นถึงเซนต์ เจมส์ พาร์ค
ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2569 มีของดีให้แฟนบอลได้ลุ้นกันอีกแล้ว เมื่อ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เตรียมเปิดรังรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน หลังเพิ่งโดนทอฟฟี่สีน้ำเงินอัดมา 3-1 ในศึกคาราบาว คัพ เมื่อไม่กี่วันก่อน เรียกว่าเจอกันถี่จนแทบไม่ต้องเปิดแฟ้มศึกษาคู่แข่ง แต่เรื่องที่น่าสนใจคือเจ้าบ้านจะแก้เกมอย่างไรไม่ให้โดนเล่นงานซ้ำสอง
ทีมงาน GOALSIAM มองว่านี่คือเกมวัดกึ๋นของสองกุนซือโดยแท้ นิวคาสเซิ่ลต้องการเรียกศรัทธาต่อหน้าแฟนบอล ส่วนเอฟเวอร์ตันกำลังมั่นใจหลังเพิ่งสอนเชิงคู่แข่งมาแบบสดๆ ร้อนๆ สำหรับแฟนบอลที่ติดตาม วิเคราะห์บอลวันนี้ หรือกำลังมองหา ทีเด็ดบอล ในเชิงข้อมูล คู่นี้มีประเด็นให้ขบคิดมากกว่าแค่ชื่อชั้น เพราะทั้งสองฝ่ายต่างมีจุดอ่อนที่พร้อมถูกลงโทษได้ทุกเมื่อ
- เวลาเตะ : วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
- สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค เมืองนิวคาสเซิ่ล ประเทศอังกฤษ
- ราคาบอล : นิวคาสเซิ่ล ต่อ 0/0.5 (ปป.) เป็นราคาอ้างอิงก่อนการแข่งขัน
สถิติ H2H การพบกันของทั้งสองทีม : ทอฟฟี่ข่มมิด สาลิกาดงมีแค้นต้องสะสาง!
เปิดประวัติเจอกันแล้วแฟนนิวคาสเซิ่ลคงมีสะดุ้ง เพราะเอฟเวอร์ตันกลายเป็นของแสลงช่วงหลังอย่างแท้จริง โดยเฉพาะสามเกมล่าสุดรวมแมตช์อุ่นเครื่องที่ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์คว้าชัยได้ทั้งหมด แถมยิงใส่นิวคาสเซิ่ลเกมละ 3 ประตูอีกต่างหาก
| วันที่ | รายการ | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|
| 30 ต.ค. 2569 | คาราบาว คัพ | เอฟเวอร์ตัน 3-1 นิวคาสเซิ่ล |
| 12 ส.ค. 2569 | กระชับมิตร | นิวคาสเซิ่ล 1-3 เอฟเวอร์ตัน |
| 28 ก.พ. 2569 | พรีเมียร์ลีก | นิวคาสเซิ่ล 2-3 เอฟเวอร์ตัน |
| 30 พ.ย. 2568 | พรีเมียร์ลีก | เอฟเวอร์ตัน 1-4 นิวคาสเซิ่ล |
| 25 พ.ค. 2568 | พรีเมียร์ลีก | นิวคาสเซิ่ล 0-1 เอฟเวอร์ตัน |
สรุป 5 นัดหลังสุด เอฟเวอร์ตันชนะ 4 ครั้ง นิวคาสเซิ่ลชนะเพียงครั้งเดียว ตัวเลขแบบนี้ทำเป็นมองไม่เห็นก็คงลำบาก โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่เจมส์ การ์เนอร์, เฮย์เดน แฮ็คนีย์ และเธียร์โน แบร์รี ช่วยกันยิงจนทอฟฟี่นำขาด ก่อนแดน เบิร์นจะโหม่งตีไข่แตกช่วงท้ายเกม
แต่ฟุตบอลไม่ใช่วิชาประวัติศาสตร์ที่ต้องท่องคำตอบเดิมเสมอไป คราวนี้นิวคาสเซิ่ลได้เล่นในบ้าน หากแก้ปัญหาการเสียบอลกลางสนามได้ เกมอาจเปลี่ยนหน้าไปเลย
ผลงาน 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม : ฟอร์มแกว่งทั้งคู่ ใครพลาดก่อนมีสิทธิ์เจ็บ!
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด : ชนะสลับแพ้ เกมรับยังไม่น่าไว้วางใจ
| วันที่ | รายการ | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|
| 30 ต.ค. 2569 | คาราบาว คัพ | เอฟเวอร์ตัน 3-1 นิวคาสเซิ่ล |
| 25 ต.ค. 2569 | พรีเมียร์ลีก | คริสตัล พาเลซ 0-2 นิวคาสเซิ่ล |
| 17 ต.ค. 2569 | พรีเมียร์ลีก | นิวคาสเซิ่ล 0-1 แอสตัน วิลล่า |
| 13 ต.ค. 2569 | พรีเมียร์ลีก | โคเวนทรี 4-1 นิวคาสเซิ่ล |
| 19 ก.ย. 2569 | พรีเมียร์ลีก | นิวคาสเซิ่ล 2-1 ฮัลล์ ซิตี้ |
สาลิกาดงเก็บชัยได้ 2 จาก 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ แต่แพ้ถึง 3 เกม ปัญหาใหญ่ไม่ใช่การสร้างโอกาส เพราะแนวรุกยังมีความเร็วและความสามารถเฉพาะตัว ทว่าแนวรับกลับเสียประตูง่ายเกินไป
ในลีกพวกเขายิง 12 เสีย 14 ประตูจาก 8 นัด โดยเฉพาะเกมในบ้านที่ยังเก็บคลีนชีตไม่ได้เลยในฤดูกาลนี้ ถ้ายังปล่อยให้คู่แข่งสวนกลับกันง่ายๆ ต่อให้แนวรุกทำงานหนักแค่ไหนก็เหนื่อยฟรี
เอฟเวอร์ตัน : เพิ่งคืนความมั่นใจ แต่ฟอร์มลีกยังต้องแก้
| วันที่ | รายการ | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|
| 30 ต.ค. 2569 | คาราบาว คัพ | เอฟเวอร์ตัน 3-1 นิวคาสเซิ่ล |
| 24 ต.ค. 2569 | พรีเมียร์ลีก | อาร์เซน่อล 2-0 เอฟเวอร์ตัน |
| 17 ต.ค. 2569 | พรีเมียร์ลีก | เอฟเวอร์ตัน 0-2 เชลซี |
| 11 ต.ค. 2569 | พรีเมียร์ลีก | ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 เอฟเวอร์ตัน |
| 19 ก.ย. 2569 | พรีเมียร์ลีก | เอฟเวอร์ตัน 1-0 อิปสวิช |
ทอฟฟี่สีน้ำเงินก็ไม่ได้สวยหรูอะไรนัก เพราะก่อนชนะนิวคาสเซิ่ลในบอลถ้วย พวกเขาแพ้เกมลีกสองนัดติดต่อกันแบบยิงใครไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะนัดล่าสุดช่วยเรียกความมั่นใจกลับมาได้พอสมควร โดยเฉพาะเกมสวนกลับที่เริ่มมีประสิทธิภาพ จุดน่าห่วงคือผลงานเกมเยือนในพรีเมียร์ลีกที่ยังไม่ชนะใครจาก 4 นัดแรก เสมอ 3 แพ้ 1 งานนี้ต้องพิสูจน์ว่าชนะนิวคาสเซิ่ลแล้วเป็นของจริง หรือแค่เก่งเฉพาะตอนเล่นในบ้าน
ความพร้อมก่อนแข่งของทั้งสองทีม
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด : ไยส์เล่อปรับหมาก หวังเอาคืนให้สาสม
มัทธีอัส ไยส์เล่อ กุนซือชาวเยอรมัน ต้องจัดทัพอย่างระมัดระวัง โดยยังไม่มี ติโน่ ลิฟราเมนโต้ และอีเวน ฌาอูเอน ที่บาดเจ็บ ขณะที่ลูอิส ไมลีย์, มาติอัส เฟร์นานเดซ-ปาร์โด และวิลเลียม โอซูล่า ยังต้องรอประเมินความพร้อม
สำหรับการ วิเคราะห์บอล ด้านแท็กติก เจ้าบ้านมีแนวโน้มใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยให้โชเอลินตอนกับนิโก กอนซาเลซคุมแดนกลาง ส่วนฮาร์วีย์ บาร์นส์, โจ วิลล็อค และเจค็อบ เมอร์ฟี่ สนับสนุนโยอัน วิสซ่าในแดนหน้า
11 ตัวจริงคาดการณ์ นิวคาสเซิ่ล (4-2-3-1)
ตัวเลขเป็นคะแนนประเมินความพร้อมและบทบาทก่อนเกมโดย GOALSIAM ไม่ใช่คะแนนหลังการแข่งขัน
- ผู้รักษาประตู : ลูคัส ฮอร์นิเช็ค (6.9)
- แบ็กขวา : อามาร์ เดดิช (6.9)
- เซ็นเตอร์แบ็ก : ฟาเบียน แชร์ (7.0)
- เซ็นเตอร์แบ็ก : แดน เบิร์น (7.0)
- แบ็กซ้าย : ลูอิส ฮอลล์ (7.1)
- กองกลาง : นิโก กอนซาเลซ (7.0)
- กองกลาง : โชเอลินตอน (7.2)
- ปีกขวา : เจค็อบ เมอร์ฟี่ (6.9)
- กลางรุก : โจ วิลล็อค (7.0)
- ปีกซ้าย : ฮาร์วีย์ บาร์นส์ (7.3)
- กองหน้า : โยอัน วิสซ่า (7.1)
มู้ดการเล่น: เดินหน้าบีบสูง ใช้ความเร็วริมเส้นเล่นงานแนวรับคู่แข่ง แต่ต้องระวังพื้นที่ด้านหลังแบ็กให้ดี ไม่อย่างนั้นได้เห็นฉากเดิมจากเกมบอลถ้วยแน่นอน
เอฟเวอร์ตัน : มอยส์เน้นความแน่น รอโต้กลับแบบเจ็บๆ
เดวิด มอยส์ มีปัญหาเรื่องความพร้อมไม่มากนัก แต่แจ็ค กรีลิช ยังไม่แน่นอนว่าจะกลับมามีชื่อหรือไม่ หลังถูกตัดออกจากทีมในเกมบอลถ้วยด้วยเหตุผลด้านวินัย ส่วนจาร์ราด แบรนธ์เวตอยู่ระหว่างประเมินอาการกระทบกระเทือนศีรษะ
แผนที่คาดคือ 4-2-3-1 เช่นเดียวกัน โดยเจมส์ การ์เนอร์จับคู่แฮร์ริสัน อาร์มสตรองในแดนกลาง มีเคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์คอยเชื่อมเกมรุก และเธียร์โน แบร์รียืนเป็นหน้าเป้า
11 ตัวจริงคาดการณ์ เอฟเวอร์ตัน (4-2-3-1)
- ผู้รักษาประตู : จอร์แดน พิคฟอร์ด (7.3)
- แบ็กขวา : เมอร์ลิน เรอห์ล (6.8)
- เซ็นเตอร์แบ็ก : เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ (7.2)
- เซ็นเตอร์แบ็ก : เจค โอไบรอัน (6.9)
- แบ็กซ้าย : วิตาลี่ มิโคเลนโก้ (7.0)
- กองกลาง : เจมส์ การ์เนอร์ (7.2)
- กองกลาง : แฮร์ริสัน อาร์มสตรอง (6.9)
- ปีกขวา : เบรนแนน จอห์นสัน (7.0)
- กลางรุก : เคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์ (7.3)
- ปีกซ้าย : ไทริค จอร์จ (7.0)
- กองหน้า : เธียร์โน แบร์รี่ (7.2)
มู้ดการเล่น: รับให้เป็นระบบ รอจังหวะคู่แข่งเสียบอลแล้วเปลี่ยนจากรับเป็นรุกทันที เน้นความเด็ดขาดมากกว่าความสวยงาม เกมแบบนี้แหละที่มอยส์ถนัดนัก
ทรรศนะบอลจาก GOALSIAM
มาถึงจุดที่ต้องชั่งน้ำหนักกันจริงๆ ทีมงาน GOALSIAM มองว่าเกมนี้สูสีกว่าที่หลายคนคิด แม้นิวคาสเซิ่ลจะได้เปรียบเสียงเชียร์ในเซนต์ เจมส์ พาร์ค แต่ปัญหาแนวรับของพวกเขายังไม่ถูกแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่เอฟเวอร์ตันเพิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่ามีวิธีจัดการแนวรับสาลิกาดงอย่างไร
ประเด็นแรกคือแดนกลาง โชเอลินตอนกับนิโก กอนซาเลซต้องคุมจังหวะให้ได้ เพราะหากปล่อยให้เจมส์ การ์เนอร์กับดิวส์บิวรี-ฮอลล์รับบอลแล้วเปลี่ยนเกมเร็วเหมือนนัดก่อน เจ้าบ้านอาจเจอสถานการณ์เสียประตูจากจังหวะที่ตัวเองกำลังบุกอีกครั้ง
ประเด็นที่สองคือประสิทธิภาพเกมรุก ฮาร์วีย์ บาร์นส์มีผลงานในลีก 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ และเป็นหนึ่งในตัวสร้างโอกาสสำคัญของนิวคาสเซิ่ล หากเขาประสานงานกับโจ วิลล็อคและโยอัน วิสซ่าได้ลงตัว เจ้าบ้านมีศักยภาพเจาะแนวรับเอฟเวอร์ตันได้แน่นอน
แต่ฝั่งทีมเยือนก็มีเธียร์โน แบร์รี่ ซึ่งยิงไปแล้ว 3 ประตูในลีก คอยเล่นงานพื้นที่ว่างระหว่างเซ็นเตอร์แบ็ก หากนิวคาสเซิ่ลดันแนวรับสูงโดยไม่มีการซ้อนที่ดี จังหวะสวนกลับเพียงครั้งเดียวก็อาจเปลี่ยนรูปเกมได้ทันที
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือรูปแบบการเสียประตูของทั้งสองทีม นิวคาสเซิ่ลเสียไปแล้ว 14 ลูกในลีก ส่วนเอฟเวอร์ตันเสียเพียง 9 ลูก แต่ทีมเยือนมีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอในการจบสกอร์ ทำให้เกมนี้อาจไม่ได้เปิดหน้าแลกกันตลอด 90 นาทีอย่างที่แฟนบอลบางส่วนคาดหวัง
เมื่อพิจารณาทั้งฟอร์มปัจจุบัน ประวัติการพบกัน และคุณภาพนักเตะ ทีมงาน GOALSIAM ยังให้น้ำหนักกับความได้เปรียบในบ้านของนิวคาสเซิ่ลเล็กน้อย แต่ไม่มากพอจะมองข้ามเกมสวนกลับของเอฟเวอร์ตัน
ยิ่งทั้งสองทีมเพิ่งเจอกันมา การปรับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของสองกุนซืออาจกลายเป็นตัวตัดสิน มากกว่าการครองบอลหรือจำนวนครั้งที่บุกเสียอีก
สำหรับมุม วิเคราะห์บอลก่อนเตะ นิวคาสเซิ่ล พบ เอฟเวอร์ตัน เราประเมินว่าเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายเดินเกมรุกมากกว่า ขณะที่ทีมเยือนเลือกเล่นอย่างอดทน รอจังหวะโต้กลับ และมีโอกาสแบ่งแต้มกลับออกไปได้
เกมนี้ใครพลาดก่อนอาจเสียหายหนัก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้จุดอ่อนกันดีอยู่แล้ว
ฟันธงผลการแข่งขัน : นิวคาสเซิ่ล 1-1 เอฟเวอร์ตัน
นิวคาสเซิ่ลน่าจะสร้างโอกาสเข้าทำได้มากกว่า แต่แนวรับยังมีช่องโหว่ให้เอฟเวอร์ตันโจมตี ทีมเยือนเองก็ไม่ได้มีเกมรุกสม่ำเสมอพอจะมั่นใจว่าจะชนะซ้ำอีกครั้ง จึงมองว่าผลเสมอมีความเป็นไปได้สูง
GOALSIAM มั่นใจ : 65%
ระดับความมั่นใจในการประเมินรูปเกมอยู่ที่ 65% เป็นการประเมินจากฟอร์ม สถิติ และความพร้อมก่อนแข่งขัน ไม่ใช่การรับรองผลการแข่งขันจริง
แฟนบอลที่ชอบอ่านบทวิเคราะห์แบบเจาะแท็กติก มองเกมด้วยเหตุผล ไม่ใช่แค่เดาผลแล้วจบ ติดตาม วิเคราะห์บอล GOALSIAM ได้ทุกวัน พร้อมอัปเดตโปรแกรมบอล ข่าวความพร้อมก่อนแข่ง ผลบอลสด และไฮไลท์บอลหลังจบเกม ครบทุกจังหวะสำคัญที่คนรักฟุตบอลไม่ควรพลาด