ลามีน ยามาล ได้รับไฟเขียวให้กลับมามีชื่อพร้อมลงสนามให้ทีมชาติสเปนในเกมเปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 พบ เคปเวิร์ด ที่แอตแลนตา หลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงซึ่งทำให้เจ้าตัวพลาดช่วงท้ายฤดูกาลกับบาร์เซโลนา
แม้ดาวรุ่งวัย 18 ปีรายนี้ยังไม่ถูกคาดหมายว่าจะออกสตาร์ตเป็นตัวจริง แต่ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กุนซือทีมชาติสเปน ยืนยันชัดว่าเจ้าตัวอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการลงเล่นบางช่วงของเกม หากสถานการณ์ในสนามเปิดทางให้ส่งลงไปเพิ่มมิติในแนวรุก
สเปนจับตาอาการยามาลละเอียด ก่อนเปิดทางลงสนาม
เด ลา ฟวนเต้ ระบุว่า ทีมแพทย์ของทั้งบาร์เซโลนาและทีมชาติสเปน รวมถึงทีมฟิตเนส ได้ประเมินสภาพร่างกายของยามาลอย่างใกล้ชิด ก่อนเห็นตรงกันว่าเขาพร้อมกลับมาช่วยทีมได้แล้ว
“เรากำลังทำตามคำแนะนำของทีมแพทย์จากบาร์เซโลนา สโมสรของเขา และจากทีมชาติสเปน รวมถึงโค้ชฟิตเนส ทุกอย่างบ่งชี้ว่า ลามีน ยามาล พร้อมลงเล่นในวันพรุ่งนี้ เราไม่รู้ว่าจะลงได้นานแค่ไหน มันขึ้นอยู่กับรูปเกมและสถานการณ์ของเกม ซึ่งจะเป็นตัวบอกว่าเขาควรลงสนามเมื่อใด แต่เขาอยู่ในสภาพที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการลงเล่นวันพรุ่งนี้” เด ลา ฟวนเต้ กล่าวในงานแถลงข่าว
ไม่เร่งเป็นตัวจริง แต่พร้อมเป็นไพ่เด็ดข้างสนาม
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ สเปนไม่ได้ต้องการฝืนใช้ยามาลแบบเต็มเกมทันที โดยแผนตอนนี้คือให้เขาเริ่มจากม้านั่งสำรอง และรอดูจังหวะของเกมก่อนตัดสินใจส่งลงสนาม นี่คือการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน เพราะฟุตบอลโลกเป็นทัวร์นาเมนต์ยาว และสเปนย่อมไม่ต้องการเสียอาวุธสำคัญไปตั้งแต่นัดแรก
“ลามีน ยามาล พร้อมลงเล่นไม่กี่นาที และทีมแพทย์ของเราเห็นด้วยกับการตัดสินใจนั้น ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ได้อยู่บนม้านั่งสำรองด้วยซ้ำ” เด ลา ฟวนเต้ กล่าว
ดาวรุ่งที่โลกจับตา หลังแจ้งเกิดเต็มตัวกับสเปน
ยามาลถูกยกให้เป็นหนึ่งในพรสวรรค์รุ่นใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของยุโรป หลังมีบทบาทสำคัญช่วยสเปนคว้าแชมป์ยูโร 2024 ทั้งที่เพิ่งอายุครบ 17 ปีก่อนเกมชิงชนะเลิศไม่นาน ความเร็ว ความกล้าเล่น และความนิ่งเกินวัย ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นแม่เหล็กดึงสายตาแฟนบอลทั่วโลก
กระแสความนิยมของเขาในสหรัฐอเมริกาก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน ภาพโฆษณาขนาดใหญ่ของยามาลถูกติดตั้งเด่นเหนือสนามเมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม สังเวียนที่สเปนจะเริ่มเส้นทางในฟุตบอลโลก ขณะที่บริเวณสนามซ้อมของสเปนที่ Kennesaw State University มีแฟนบอลจำนวนหนึ่งไปรอชมทีมซ้อม โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เลียนแบบทรงผมหยิกสีบลอนด์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา

สเปนมาในฐานะตัวเต็ง แต่ยังไม่ประมาทเคปเวิร์ด
ทีมชาติสเปน เข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 ในฐานะแชมป์ยุโรป และถูกมองเป็นหนึ่งในตัวเต็งร่วมกับฝรั่งเศสในการลุ้นแชมป์โลก ครั้งล่าสุดที่สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกคือปี 2010 ซึ่งตอนนั้นพวกเขาก็เข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ในฐานะแชมป์ยุโรปเช่นกัน
“นี่เป็นเพียงการยอมรับต่อทุกสิ่งที่เราทำมาเพื่อมาถึงจุดนี้ เราถ่อมตัว เรารู้ดีว่าการชนะในแต่ละนัด และการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกนั้นยากแค่ไหน” เด ลา ฟวนเต้ กล่าว
เคปเวิร์ดกำลังลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และเป็นชาติที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 3 ที่เคยผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก แม้หลายฝ่ายมองว่างานของพวกเขาหนักมากเมื่อต้องเจอสเปนตั้งแต่นัดแรก แต่เด ลา ฟวนเต้ ย้ำว่าทีมของเขาจะไม่ประมาทคู่แข่งรายนี้เด็ดขาด
“พวกเขาอาจเป็นหนึ่งในทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้” เขากล่าว
เคปเวิร์ดขอสู้แบบไม่มีความกลัว
ฝั่งเคปเวิร์ดของกุนซือ เปโดร เลเตา บริโต ก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่าเกมนี้พวกเขาจะไม่ลงสนามด้วยความหวาดกลัว แม้ต้องเจอกับทีมระดับแชมป์ยุโรปอย่างสเปนก็ตาม
“ผมเชื่อว่าเกมนี้จะเป็นการแข่งขันที่สู้กันได้ในสนาม ความตั้งใจของเราคือการเล่นโดยปราศจากความกลัว … เมื่อเราพูดถึงตัวตน เรากำลังพูดถึงว่าเราเป็นใครในฐานะผู้คน” เขากล่าว
เกมเปิดหัวที่สเปนต้องชนะ และยามาลต้องค่อยๆ จุดไฟ
ภาพรวมของเกมนี้ สเปนยังเหนือกว่าทั้งคุณภาพทีม ประสบการณ์ และความลึกของขุมกำลัง แต่การมีชื่อของยามาลบนม้านั่งสำรองคือสัญญาณสำคัญว่าแชมป์ยุโรปกำลังได้อาวุธหนักกลับคืนมาในเวลาที่เหมาะสม
นอกจากยามาลแล้ว รายงานเพิ่มเติมยังระบุว่าแข้งอย่าง นิโก้ วิลเลียมส์ และ บิคตอร์ มูนญอซ ก็อยู่ในกระบวนการฟื้นความพร้อมและซ้อมได้ดีขึ้น ทำให้เด ลา ฟวนเต้ มีตัวเลือกมากขึ้นสำหรับการจัดทีมในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งสเปนยังต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งอย่าง อุรุกวัย และ ซาอุดีอาระเบีย ต่อไป
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : ยามาลกับสเปนในฟุตบอลโลก 2026
- ยามาลเพิ่งอายุ 18 ปี แต่กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองมากที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้
- สเปนเคยคว้าแชมป์โลกปี 2010 หลังเข้าสู่รายการในฐานะแชมป์ยุโรป ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ชวนให้นึกถึงทีมชุดปัจจุบัน
- เคปเวิร์ดลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรก ทำให้เกมนี้มีความหมายทางประวัติศาสตร์สำหรับทั้งชาติ
ติดตามความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก 2026 ข่าวทีมชาติสเปน และทุกประเด็นร้อนของวงการลูกหนังได้ต่อเนื่องที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM