ไซล์ ลาริน กองหน้าทีมชาติแคนาดา ออกมาเปิดใจอย่างทรงพลัง ก่อนเกมชี้ชะตา ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี กับสวิตเซอร์แลนด์ โดยย้ำว่าการเดินทางของทัพ “เมเปิลลีฟ” มาถึงจุดนี้คือภาพสะท้อนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลแคนาดา
จากโรงเรียนเดียวกัน สู่แกนหลักทีมชาติแคนาดา
เรื่องราวของแคนาดาชุดนี้มีจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อโรงเรียน St. Edmund Campion High School ในเขตเกรทเทอร์โทรอนโต เคยเป็นบ้านของ 3 ดาวเตะทีมชาติแคนาดายุคปัจจุบัน ได้แก่ ทาจอน บูคานัน, ไซล์ ลาริน และโจนาธาน โอโซริโอ
ทั้งสามคนต่างมีบทบาทสำคัญในเส้นทางอันร้อนแรงของแคนาดา หลังเปิดหัวด้วยผลเสมอบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1-1 ที่โตรอนโต ก่อนระเบิดฟอร์มถล่มกาตาร์ 6-0 ที่แวนคูเวอร์ ซึ่งกลายเป็นชัยชนะนัดแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของทีมชาติแคนาดา
ชัยชนะเหนือกาตาร์ จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์
เกมถล่มกาตาร์ 6-0 ไม่ใช่แค่สามแต้ม แต่มันคือคืนที่แคนาดาประกาศให้โลกเห็นว่าพวกเขาไม่ใช่ไม้ประดับในเวทีนี้อีกต่อไป ลารินยิงประตูได้ ขณะที่โจนาธาน เดวิด ระเบิดแฮตทริก และแคนาดาโชว์พลังเกมรุกที่เฉียบขาดต่อหน้าแฟนบอลในแวนคูเวอร์
“That win meant so much for the country. I think just the way that we played and the goals we scored. We played as a team, offensively and defensively and showed the world who we are. The fans also came out and showed the world who we are too,”
“ชัยชนะครั้งนั้นมีความหมายอย่างมากต่อประเทศ ผมคิดว่าทั้งวิธีที่เราเล่นและประตูที่เราทำได้ เราเล่นกันเป็นทีม ทั้งเกมรุกและเกมรับ และแสดงให้โลกเห็นว่าเราเป็นใคร แฟนบอลก็ออกมาแสดงให้โลกเห็นเช่นกันว่าเราเป็นใคร”
ลารินย้อนวันวาน จากเด็กดูบอลโลก สู่คนที่ยืนอยู่บนเวทีจริง
ลารินยอมรับว่าบรรยากาศของการได้ลงเล่นฟุตบอลโลกกระแทกความรู้สึกเขาอย่างแรง โดยเฉพาะเมื่อย้อนคิดถึงวัยเด็กที่เคยนั่งดูทัวร์นาเมนต์นี้ในช่วงพักกลางวัน สมัยยังอยู่ในอะคาเดมีและโรงเรียน
“I was thinking back to when I was growing up watching the World Cup, when I was playing in an academy or at school. You know, we used to have our lunch break and all we would be doing was watching the World Cup. It’s just amazing to think where I’ve gotten to personally and where these guys have gotten to as a team, it’s just amazing to see, amazing.”
“ผมนึกย้อนกลับไปตอนที่โตมากับการดูฟุตบอลโลก ตอนที่ยังเล่นอยู่ในอะคาเดมีหรือที่โรงเรียน พวกเรามักใช้ช่วงพักกลางวันดูฟุตบอลโลกกันตลอด มันน่าทึ่งมากเมื่อคิดว่าตัวผมมาได้ไกลแค่ไหน และทีมชุดนี้มาไกลแค่ไหนในฐานะทีม มันน่าทึ่งจริง ๆ”

สองเกม สองประตู คำตอบของคนที่เคยถูกตั้งคำถาม
ผลงานของลารินในสองเกมแรกคือคำตอบที่ดุดันที่สุด เขาลงมาเป็นตัวสำรองแล้วยิงใส่บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ก่อนออกสตาร์ตตัวจริงและยิงกาตาร์ได้อีก ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของทีมภายใต้การคุมทัพของเจสซี มาร์ช
ดาวยิงวัย 31 ปี ยังต่อยอดฟอร์มร้อนจากระดับสโมสร หลังฤดูกาลล่าสุดกับเซาแธมป์ตัน เขามีจังหวะจบสกอร์ที่มั่นใจและทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าตัวย้ำว่าความพร้อมทางร่างกายและความมั่นใจคือกุญแจสำคัญ
“I really feel great and for the last couple of months I’ve been scoring goals. That’s come also from feeling physically good and having that confidence to keep scoring,”
“ผมรู้สึกดีมากจริง ๆ และตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมทำประตูได้ต่อเนื่อง สิ่งนั้นมาจากการที่ร่างกายรู้สึกดี และมีความมั่นใจที่จะยิงประตูต่อไป”
ฉลองปิดหู ส่งสารถึงเสียงวิจารณ์
ลารินกำลังเข้าใกล้หลัก 100 นัดกับทีมชาติแคนาดา และเป็นดาวซัลโวสูงสุดอันดับ 2 ของประเทศ แต่ก่อนทัวร์นาเมนต์ยังมีเสียงตั้งคำถามถึงบทบาทของเขาในทีม เจ้าตัวจึงตอบกลับด้วยฟอร์มในสนามและท่าดีใจยืนตรงพร้อมเอานิ้วปิดหูหลังยิงประตู
“That was for those who doubted me. I think I’ve shown what I can do for my nation all along and have shown that since I’ve been here at this World Cup.”
“นั่นสำหรับคนที่สงสัยในตัวผม ผมคิดว่าผมแสดงให้เห็นมาตลอดว่าผมทำอะไรให้ประเทศของผมได้ และผมก็แสดงให้เห็นตั้งแต่ผมมาอยู่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้”
เกมชี้ชะตากับสวิตเซอร์แลนด์ แคนาดาขอแค่แต้มเดียวแต่เป้าหมายใหญ่กว่านั้น
แคนาดาจะเจอสวิตเซอร์แลนด์ที่ BC Place ในวันพุธ โดยสถานการณ์ของกลุ่มบีเปิดกว้างและเข้มข้นสุดขีด แคนาดามี 4 คะแนน และผลเสมอก็เพียงพอให้พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่ม พร้อมโอกาสได้อยู่ต่อที่แวนคูเวอร์ในรอบ 32 ทีม และอาจรวมถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วย
อย่างไรก็ตาม มาร์ชไม่ได้ต้องการให้ทีมลงไปเล่นแบบรอผลเสมอ เพราะแคนาดาชุดนี้กำลังขับเคลื่อนด้วยความมั่นใจ พลังแฟนบอล และความรู้สึกว่าพวกเขากำลังสร้างประวัติศาสตร์ต่อหน้าคนทั้งประเทศ
ข่าวเกี่ยวข้องที่เติมภาพให้ชัดขึ้น
- แคนาดานำจ่าฝูงกลุ่มบีด้วย 4 คะแนน หลังเสมอบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1-1 และถล่มกาตาร์ 6-0
- เกมกับกาตาร์มีทั้งความยิ่งใหญ่และความหนักหน่วง หลังอิสมาเอล โกเน ได้รับบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งกลายเป็นอีกประเด็นใหญ่ของทัพแคนาดา
- สวิตเซอร์แลนด์เองอยู่ในสถานการณ์ต้องสู้เต็มกำลัง โดยมี 4 คะแนนเช่นกัน และต้องการผลลัพธ์ที่ดีเพื่อการันตีเส้นทางเข้ารอบ
- มานูเอล อาคานจี แนวรับสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่าทีมของเขาจะไม่ปล่อยให้แคนาดาผ่านไปง่าย ๆ ทำให้เกมนี้คือบททดสอบระดับแข็งของเจ้าภาพร่วม
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ไซล์ ลาริน และแคนาดา
- ไซล์ ลาริน เป็นหนึ่งในกองหน้าคนสำคัญที่สุดของทีมชาติแคนาดายุคใหม่ และอยู่ในกลุ่มดาวยิงระดับหัวแถวของประเทศ
- ชัยชนะเหนือกาตาร์ 6-0 คือชัยชนะนัดแรกของแคนาดาในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกชาย
- การมีนักเตะอย่างลาริน, บูคานัน และโอโซริโอ ที่เติบโตจากโรงเรียนเดียวกัน สะท้อนการพัฒนาฐานฟุตบอลในแคนาดาได้อย่างชัดเจน
เส้นทางของแคนาดาในฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของผลการแข่งขัน แต่มันคือการเปลี่ยนภาพจำของประเทศที่ฟุตบอลเคยเป็นรองกีฬายอดนิยมอื่น ๆ และลารินคือหนึ่งในคนที่กำลังยิงประตูใส่ทั้งคู่แข่งและเสียงสงสัยไปพร้อมกัน ติดตามความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลกและข่าวกีฬาสำคัญได้ต่อเนื่องที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM