วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนอยู่ตรงจุดโทษพร้อมลูกบอลในมือ โอกาสทองของบราซิลมาถึงแล้ว แต่แทนที่ดาวยิงตัวความหวังจะรับหน้าที่สังหารเอง เขากลับส่งบอลให้ บรูโน่ กีมาไรส์ ก่อนที่จังหวะนั้นจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนโหดร้ายของทัพแซมบ้าในศึก ฟุตบอลโลก 2026
บรูโน่ยิงจุดโทษในนาทีที่ 14 แต่ถูก เออร์ยัน นีลันด์ นายทวารนอร์เวย์พุ่งปัดเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด ก่อนที่บราซิลจะไล่ตีตื้นได้ช้าเกินไป และพ่าย นอร์เวย์ 1-2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย กลายเป็นการตกรอบเร็วที่สุดของพวกเขานับตั้งแต่ปี 1990
คำตอบจากแคมป์บราซิล ทำไมไม่ใช่วินิซิอุสยิง
หลังเกม ดาวิเด้ อันเชล็อตติ ผู้ช่วยโค้ชทีมชาติบราซิล และลูกชายของ คาร์โล อันเชล็อตติ เฮดโค้ชทีมเซเลเซา ออกมาอธิบายชัดเจนว่า การให้บรูโน่รับหน้าที่ยิงจุดโทษไม่ใช่การตัดสินใจเฉพาะหน้า แต่เป็นแผนที่ถูกกำหนดไว้ก่อนเกมแล้ว
“It was decided before the game that Bruno Guimarães should take the penalty,”
“มีการตัดสินใจก่อนเกมแล้วว่า บรูโน่ กีมาไรส์ ควรเป็นคนยิงจุดโทษ”
เมื่อถูกถามว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่ อันเชล็อตติยืนยันในมุมของฟุตบอลว่า ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แม้มันจะมาในช่วงเวลาที่แพงที่สุดก็ตาม
“To miss a penalty can happen in football,” Ancelotti said. “Today, it happened.”
“การยิงจุดโทษพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ในฟุตบอล วันนี้ มันเกิดขึ้นแล้ว”
จุดเปลี่ยนที่ทำให้แซมบ้าต้องเจ็บหนัก
จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง มาเธอุส คุนญ่า ถูกเสียบล้มในกรอบเขตโทษ ตอนแรกผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์ ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่นบราซิล ก่อนที่ VAR จะเข้ามาตรวจสอบและเปลี่ยนคำตัดสินเป็นจุดโทษ
ภาพที่แฟนบอลเห็นคือ วินิซิอุสถือบอลอยู่ตรงจุดโทษราวกับจะรับหน้าที่เอง เพราะก่อนเกมนี้เขาคือแนวรุกที่ฟอร์มจัดที่สุดของบราซิล ยิงไปแล้ว 4 ประตูจาก 4 นัด แต่สุดท้ายบรูโน่เดินเข้ามา วินิซิอุสส่งบอลให้ แล้วถอยไปยืนทางซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนเฝ้ามองเพื่อนร่วมทีมยิงพลาด
บรูโน่ใช้จังหวะหลอกก่อนซัด แต่บอลไม่เฉียบพอ นีลันด์พุ่งไปทางซ้ายมือของตัวเองและปัดทิ้งได้สำเร็จ นั่นกลายเป็น จุดโทษในเวลาปกติที่บราซิลยิงไม่เข้าสำเร็จครั้งแรกในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ปี 1986 หากไม่นับการดวลจุดโทษตัดสิน
นีลันด์เหนียวแน่น ฮาลันด์ปิดบัญชีให้ไวกิ้ง
หลังพลาดจุดโทษ บราซิลยังมีโอกาสคุณภาพหลายครั้ง โดยเฉพาะการโจมตีใส่ประตูฝั่งที่เต็มไปด้วยแฟนบอลเสื้อเหลือง แต่ทุกครั้งที่บอลกำลังจะผ่านเส้น นีลันด์ก็ยืนเป็นกำแพงเหล็กของนอร์เวย์ ปฏิเสธความหวังของแซมบ้าแบบไม่ปรานี
ครึ่งหลัง คาร์โล อันเชล็อตติ ส่ง เนย์มาร์ ลงสนามในนาทีที่ 68 เพื่อเติมความดุดันในเกมรุก แต่บราซิลกลับโดนนอร์เวย์ลงโทษจากความเฉียบขาด โดยรายงานหลังเกมระบุว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ เป็นตัวแสบสำคัญ ยิงสองประตูช่วงท้ายเกม พานอร์เวย์สร้างหนึ่งในค่ำคืนประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก

เนย์มาร์ยิงได้แต่ไม่พอ บราซิลหยุดแค่รอบ 16 ทีม
บราซิลมาได้จุดโทษอีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และคราวนี้เป็นเนย์มาร์ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างเด็ดขาด ประตูนี้ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะบราซิลที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก 4 สมัย เคียงข้างตำนานอย่าง เปเล่
แต่ประตูของเนย์มาร์มาช้าเกินไป บราซิลไล่ไม่ทันและต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 ที่พวกเขาไปไม่ถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ
บาดแผลยาว 4 ปีของบราซิล
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะถูกพูดถึงอีกยาวนาน โดยเฉพาะคำถามใหญ่ที่แทงใจแฟนบอลว่า ทำไมช่วงเวลาสำคัญแบบนั้นจึงไม่ให้วินิซิอุส หนึ่งในแนวรุกที่อันตรายที่สุดของโลก เป็นคนยิงเอง
บราซิลเคยล้มในรอบ 16 ทีมเมื่อปี 1990 ก่อนกลับมาคว้าแชมป์ในฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา และต่อยอดสู่แชมป์สมัยที่ 5 ในปี 2002 แต่หลังจากนั้นทัพเซเลเซายังไม่เคยกลับไปยืนบนจุดสูงสุดของโลกได้อีกเลย
การตกรอบต่อหน้านอร์เวย์จึงไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้หนึ่งนัด แต่มันคือคำถามต่อทิศทางของบราซิลยุคใหม่ ทั้งเรื่องตัวเลือกผู้เล่น แผนการเล่น และการตัดสินใจในวินาทีชี้ชะตา
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ บราซิลกับจุดโทษในฟุตบอลโลก
- บราซิลยิงจุดโทษในเวลาปกติไม่สำเร็จในฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986 หากไม่นับการดวลจุดโทษ
- เนย์มาร์ทำสถิติยิงประตูในฟุตบอลโลก 4 สมัย เทียบชั้นเปเล่ในฐานะแข้งบราซิลระดับตำนาน
- การตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายครั้งนี้คือผลงานฟุตบอลโลกที่ย่ำแย่ที่สุดของบราซิลนับตั้งแต่ปี 1990
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก ข่าวบอลต่างประเทศ และบทวิเคราะห์เข้มข้นแบบถึงลูกถึงคน ได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM