ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กำลังปิดฉากเส้นทางคุมทีมชาติฝรั่งเศสด้วยผลงานที่ยากจะหาใครเทียบ หลังพาทัพตราไก่เอาชนะโมร็อกโก 2-0 ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน พร้อมกลายเป็นเพียงชาติที่ 3 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชายที่ทำได้สำเร็จ
ชัยชนะนัดนี้ยังทำให้ เดส์ชองส์ คุมทีมในฟุตบอลโลกครบ 25 นัด เทียบเท่าสถิติสูงสุดของ เฮลมุต เชิน พร้อมยกระดับตัวเลขชัยชนะรวมเป็น 20 นัด และคว้าชัยในรอบน็อกเอาต์ถึง 10 นัด ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของกุนซือฟุตบอลโลก
สถิติที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือความยิ่งใหญ่ที่สร้างต่อเนื่อง
เดส์ชองส์ประกาศชัดว่าจะอำลาตำแหน่งหลังจบฟุตบอลโลกครั้งนี้ หลังทำหน้าที่นำทีมชาติฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 2012 และอยู่ภายใต้สัญญาที่ครอบคลุมถึงเดือนกรกฎาคม 2026
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เขาไม่ได้สร้างชื่อเฉพาะในฐานะกุนซือ แต่ยังเคยประสบความสำเร็จสูงสุดในฐานะนักเตะ ทั้งการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กับมาร์กเซย การเป็นกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลก 1998 และแชมป์ยุโรป 2000 ก่อนกลับมาพาทีมคว้าแชมป์โลก 2018 ในฐานะเฮดโค้ช
“It’s incredible … in terms of what he managed to win as a player, and now this is his 10th World Cup knockout-game win,” Scott said.
“มันเหลือเชื่อมาก เมื่อมองถึงสิ่งที่เขาคว้าได้ในฐานะนักเตะ และตอนนี้นี่คือชัยชนะนัดที่ 10 ของเขาในเกมรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก” อเล็กซ์ สกอตต์ กล่าว
ปีเตอร์ เคราช์ มองว่าความสำเร็จของเดส์ชองส์แทบครอบคลุมทุกระดับของวงการฟุตบอล ทั้งในบทบาทนักเตะและกุนซือ
“Yeah, I mean, you know he’s won the Champions League with Marseille. He’s won everything there is in football. He won it as a player, everything, and then again European Championships, the World Cup, potentially twice. … That’d be absolutely incredible,” Crouch said.
“ใช่ เขาเคยคว้าแชมเปียนส์ลีกกับมาร์กเซย เขาคว้ามาแล้วทุกอย่างที่มีในวงการฟุตบอล เขาชนะทุกอย่างในฐานะนักเตะ แล้วก็แชมป์ยุโรป ฟุตบอลโลก และอาจได้ฟุตบอลโลกถึงสองครั้งในฐานะกุนซือ มันจะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง” เคราช์ กล่าว
กุญแจสำคัญคือการบริหารทีมข้ามยุค
มอริซ เอดู อดีตกองกลางทีมชาติสหรัฐอเมริกา ยอมรับว่าความกังวลสำคัญของฝรั่งเศสคือความยากในการรักษาความสำเร็จต่อเนื่องหลายฟุตบอลโลก แต่คุณภาพของผู้จัดการทีมคือเหตุผลที่ทำให้เขายังเชื่อว่าทัพตราไก่มีโอกาสไปถึงแชมป์
“My only apprehension when I picked France was that getting to three consecutive World Cup finals is pretty difficult, right?” Edu said. “But the thing that kind of reassured me, gave me confidence beyond the depth, beyond the quality of this team, was the quality of the manager.”
“ความกังวลเพียงอย่างเดียวตอนที่ผมเลือกฝรั่งเศสคือ การเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 3 ครั้งติดต่อกันเป็นเรื่องยากมาก แต่สิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจ นอกเหนือจากขุมกำลังเชิงลึกและคุณภาพของทีม ก็คือคุณภาพของผู้จัดการทีม” เอดู กล่าว
จุดแข็งของเดส์ชองส์คือการรู้จักผู้เล่นอย่างลึกซึ้ง เขาผ่านการทำงานร่วมกับแกนหลักหลายคนมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ขณะเดียวกันก็สามารถเติมนักเตะหน้าใหม่และปรับบทบาทผู้เล่นชุดเดิมโดยไม่ทำให้สมดุลของทีมพังลง
“He knows how to manage these players,” Edu said. “He’s had some of them from the very beginning. He’s had to reintroduce or introduce new faces. He’s had to manage some of the existing players, and I think he’s done an incredible job.”
“เขารู้ว่าจะบริหารนักเตะเหล่านี้อย่างไร เขาทำงานกับบางคนมาตั้งแต่ช่วงแรก ต้องนำผู้เล่นบางคนกลับมา ต้องเปิดทางให้หน้าใหม่ และต้องบริหารนักเตะชุดเดิม ผมคิดว่าเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม” เอดู กล่าว

การตัดสินใจเด็ดขาดส่งฝรั่งเศสกลับสู่รอบรองชนะเลิศ
ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เดส์ชองส์ยังแสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาดด้านแท็กติก โดยเลือกใช้ เดซีเร ดูเอ เป็นตัวจริงแทน แบรดลีย์ บาร์กโคลา ในเกมพบโมร็อกโก และการตัดสินใจดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ฝรั่งเศสคว้าตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ
“He’s pulled all the right strings. He brought (Desire) Doué into the game instead of (Bradley) Barcola to start this match. It’s paid dividends in terms of France finding themselves (in) another semifinal.”
“เขาตัดสินใจทุกอย่างได้ถูกต้อง เขาส่ง เดซีเร ดูเอ ลงเล่นแทน แบรดลีย์ บาร์กโคลา ตั้งแต่เริ่มเกม และมันให้ผลตอบแทนด้วยการที่ฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอีกครั้ง”
บารมีที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม
แคสเปอร์ ชไมเคิล อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเดนมาร์ก มองว่าความสำเร็จตลอดอาชีพทำให้เดส์ชองส์มีเครดิตมากพอที่จะควบคุมห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก
“He’s got credit in the bank,” Schmeichel said. “Who can question him? Like, what player can question him? His record speaks for itself as a player and as a coach. … Nobody’s going to dare to question him.”
“เขามีเครดิตสะสมเอาไว้มาก ใครจะตั้งคำถามกับเขาได้ นักเตะคนไหนจะกล้าตั้งคำถาม ผลงานของเขาพูดแทนทุกอย่างทั้งในฐานะนักเตะและโค้ช ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับเขา” ชไมเคิล กล่าว
การบริหารนักเตะชื่อดัง บุคลิกแข็งแกร่ง และอีโก้ระดับซูเปอร์สตาร์ตลอด 3 ยุคของทีม คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าเดส์ชองส์ไม่ได้มีดีเพียงแค่แท็กติก แต่ยังควบคุมแรงกดดันภายในทีมได้อย่างเด็ดขาด
“He’s the main man, and he manages to manage big egos and big personalities,” Schmeichel said. “And you’ve said it yourself. You’ve done it through three cycles now. Lots of big players, and you know he comes out on top every single time. So he must be doing something right.”
“เขาคือคนสำคัญที่สุด และสามารถบริหารทั้งอีโก้ขนาดใหญ่กับนักเตะที่มีบุคลิกโดดเด่น เขาทำแบบนี้มาแล้วตลอด 3 ยุค มีนักเตะชื่อดังมากมาย แต่สุดท้ายเขายังเป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่างได้เสมอ ดังนั้นเขาต้องกำลังทำบางอย่างได้อย่างถูกต้อง” ชไมเคิล กล่าว
ฝรั่งเศสรวมดาวได้ และยังรักษาความเป็นทีม
เคราช์เปรียบเทียบความแข็งแกร่งของฝรั่งเศสกับหลายชาติที่มีนักเตะระดับโลกแต่ไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ โดยยกโปรตุเกสและเบลเยียมเป็นตัวอย่างของทีมที่มีขุมกำลังชั้นยอด แต่ไม่สามารถสร้างความลงตัวและรักษาความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้
“When you talk about those big egos and big players, there’s huge players and massively incredible squads that haven’t been able to gel,” Crouch said. “You look at Portugal, obviously. Look at that midfield, probably the best midfield in the tournament … they haven’t been able to gel. … Belgium, another one. You know, there’s a generation of players there that should have won something that didn’t.”
“เมื่อพูดถึงอีโก้และนักเตะชื่อดัง มีหลายทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับใหญ่และมีขุมกำลังยอดเยี่ยม แต่ไม่สามารถเล่นร่วมกันได้อย่างลงตัว ดูโปรตุเกสเป็นตัวอย่าง แดนกลางของพวกเขาอาจดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์ แต่กลับไม่สามารถรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ส่วนเบลเยียมก็เช่นกัน พวกเขามีนักเตะยุคหนึ่งที่ควรคว้าแชมป์บางอย่างได้ แต่สุดท้ายกลับทำไม่ได้” เคราช์ กล่าว
“He’s done it on a consistent basis over three World Cups now,” Crouch said. “Deschamps has managed to get a group of unbelievable players together, but also with the consistency of never letting a tournament slip, consistently being involved in the knockout stages and getting to major finals. So, he deserves great credit for that.”
“เขาทำได้อย่างต่อเนื่องตลอดฟุตบอลโลก 3 ครั้ง เดส์ชองส์รวมกลุ่มนักเตะชั้นยอดเข้าไว้ด้วยกัน และไม่เคยปล่อยให้ทัวร์นาเมนต์หลุดมือ ทีมของเขาผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์และไปถึงรอบชิงชนะเลิศรายการใหญ่อย่างสม่ำเสมอ เขาสมควรได้รับเครดิตอย่างมาก” เคราช์ กล่าว
ความสำเร็จที่ยั่งยืนคือมาตรวัดของยอดกุนซือ
สำหรับชไมเคิล การคว้าแชมป์หนึ่งครั้งอาจยิ่งใหญ่ แต่การรักษามาตรฐานเดิมท่ามกลางแรงกดดันต่อเนื่องหลายปีคือสิ่งที่แยกกุนซือระดับยอดเยี่ยมออกจากกุนซือระดับตำนาน
“For me, the determination of success is sustained success,” Schmeichel said. “To be able to keep doing it over and over again, because it’s one thing doing it, but having the hunger and desire and will to keep doing it. … Because winning is difficult, winning World Cups is difficult, and to have that, you know, that willingness, the time, the energy that it takes to manage these players, manage these teams – (he has) that pressure on (him) every time he steps out of his front door in France.”
“สำหรับผม การตัดสินความสำเร็จต้องดูจากความสำเร็จที่ยั่งยืน การทำได้ครั้งหนึ่งเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การรักษาความกระหาย ความปรารถนา และความมุ่งมั่นที่จะทำซ้ำอีกครั้งเป็นอีกเรื่อง เพราะการชนะเป็นเรื่องยาก การคว้าแชมป์โลกยิ่งยากกว่า ต้องใช้ทั้งเวลา พลังงาน และความตั้งใจในการบริหารนักเตะกับทีม ขณะที่เขาต้องเผชิญแรงกดดันทุกครั้งที่ก้าวออกจากบ้านในฝรั่งเศส” ชไมเคิล กล่าว
“To have that love of still doing it is incredible, and he is one of the elite managers,” Schmeichel said. “He should be in the bracket of one of the best.”
“การที่เขายังมีความรักในการทำหน้าที่นี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เขาคือหนึ่งในผู้จัดการทีมระดับสูงสุด และสมควรถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มกุนซือที่ดีที่สุด” ชไมเคิล กล่าว
เดส์ชองส์คู่ควรกับคำว่ายอดกุนซือทีมชาติหรือไม่
เมื่อพิจารณาจากแชมป์โลกในฐานะนักเตะ แชมป์โลกในฐานะกุนซือ จำนวนชัยชนะสูงสุดของผู้จัดการทีมในฟุตบอลโลก และความสามารถในการพาฝรั่งเศสยืนระยะบนเวทีใหญ่หลายทัวร์นาเมนต์ คงไม่เกินจริงหากชื่อของเดส์ชองส์จะถูกวางอยู่ในกลุ่มกุนซือทีมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
เขาอาจไม่ได้สร้างทีมด้วยฟุตบอลที่หวือหวาทุกนัด แต่สิ่งที่เดส์ชองส์ทำได้เหนือกว่าหลายคนคือการเปลี่ยนขุมกำลังระดับซูเปอร์สตาร์ให้กลายเป็นทีมที่พร้อมชนะ และสามารถทำแบบเดิมได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายใต้แรงกดดันมหาศาล
“Could you imagine having four World Cups on your shelf?” Crouch said. “Seriously, imagine that.”
“ลองจินตนาการว่าคุณมีฟุตบอลโลก 4 ครั้งอยู่บนชั้นวางดูสิ ลองจินตนาการอย่างจริงจังดู” เคราช์ กล่าว
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์
- เดส์ชองส์เป็นกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 ก่อนกลับมาพาทีมเป็นแชมป์โลก 2018 ในฐานะกุนซือ
- ความสำเร็จของกุนซือทีมชาติไม่ได้วัดจากแท็กติกเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการบริหารนักเตะ การสร้างสมดุล และการรับมือแรงกดดันระยะยาว
- การพาทีมรักษามาตรฐานในฟุตบอลโลกหลายสมัยติดต่อกันถือเป็นหนึ่งในบททดสอบยากที่สุดของงานผู้จัดการทีมระดับชาติ
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก บทวิเคราะห์เข้มข้น และทุกความเคลื่อนไหวของวงการลูกหนังได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM