ศึกระหว่าง ลามีน ยามาล และ คีลิยัน เอ็มบัปเป อาจยังมีช่องว่างชัดเจนในฟุตบอลโลก 2026 เมื่อดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสระเบิดฟอร์มกดไปแล้ว 8 ประตู มากที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ขณะที่แนวรุกดาวรุ่งทีมชาติสเปนเพิ่งมีส่วนร่วมกับประตูเพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่เกมที่เดิมพันด้วยการอยู่รอด ยามาลกลับถือไพ่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์ เพราะตลอดการพบเอ็มบัปเปในเกมแพ้คัดออกทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ 5 นัด เจ้าหนูสเปนเป็นฝ่ายคว้าชัยได้ทุกครั้ง
สถิตินี้กำลังกลายเป็นแรงกดดันก้อนใหญ่ก่อนที่สเปนและฝรั่งเศสจะปะทะกันในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 ที่ดัลลัส วันที่ 14 กรกฎาคม โดยเอ็มบัปเปหวังพาฝรั่งเศสเข้าชิงฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ของตัวเอง ส่วนยามาลกำลังไล่ล่าการเข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งแรก

ยูโร 2024 รอบรองชนะเลิศ สเปน 2-1 ฝรั่งเศส
การดวลกันในเกมแพ้คัดออกครั้งแรกเกิดขึ้นบนเวทียูโร 2024 รอบรองชนะเลิศ ซึ่งสเปนเข้าสู่เกมด้วยฟอร์มร้อนแรง หลังชนะครบทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนถล่มจอร์เจียในรอบ 16 ทีม และเขี่ยเจ้าภาพเยอรมนีตกรอบก่อนรองชนะเลิศ
ฝรั่งเศสกลับออกสตาร์ตทัวร์นาเมนต์อย่างฝืดเคือง เก็บได้ 5 คะแนนและไม่สามารถคว้าแชมป์กลุ่ม ก่อนเฉือนเบลเยียม 1-0 และเอาชนะโปรตุเกสในการดวลจุดโทษ หลังเสมอกัน 0-0
เกมรอบรองฯ เริ่มต้นด้วยฝรั่งเศสที่ออกหมัดก่อน เมื่อ ร็องดาล โกโล มูอานี ยิงขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม แต่ยามาลตอบโต้ด้วยลูกยิงไกลสุดมหัศจรรย์ ก่อนที่ ดานี โอลโม จะยิงแฉลบ ชูลส์ กุนเด พาสเปนแซงนำ 2-1 ก่อนพักครึ่ง
กระทิงดุรักษาสกอร์จนจบเกม ก่อนเดินหน้าชนะอังกฤษในรอบชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์ยุโรป ส่วนประตูของยามาลในเกมดังกล่าวยังส่งให้เขากลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ยูโร
ซูเปร์โกปา 2025 รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลนา 5-2 เรอัล มาดริด
การเผชิญหน้าครั้งที่สองเกิดขึ้นที่สนามคิง อับดุลลาห์ สปอร์ตส์ ซิตี้ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และกลายเป็นค่ำคืนที่แนวรับเรอัล มาดริด ถูกบาร์เซโลนาถล่มอย่างหนัก
เอ็มบัปเปยิงให้ราชันชุดขาวขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 5 แต่บาร์เซโลนาตอบโต้แบบไม่ไว้หน้า ด้วยการยิงรวดเดียว 5 ประตู โดยยามาลเป็นคนเริ่มต้นการไล่ล่า ยิงตีเสมอในนาทีที่ 22
แม้เรอัล มาดริดจะได้ประตูเพิ่ม หลัง วอยเชียค เชสนี ถูกไล่ออกจากสนามในครึ่งหลัง แต่สถานการณ์สายเกินแก้ บาร์เซโลนาปิดเกมด้วยชัยชนะ 5-2 และยามาลเก็บชัยเหนือเอ็มบัปเปในเกมตัดสินเพิ่มเป็นครั้งที่สอง
โกปา เดล เรย์ 2025 รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลนา 3-2 เรอัล มาดริด
ศึกชิงถ้วยที่สนามลา การ์ตูฆา เมืองเซบียา ดุเดือดจนต้องลากยาวถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนบาร์เซโลนาจะเฉือนชนะ 3-2
เปดรีซัดให้บาร์เซโลนาขึ้นนำในครึ่งแรก แต่เรอัล มาดริดพลิกสถานการณ์กลับมา เมื่อเอ็มบัปเปยิงตีเสมอในนาทีที่ 70 ก่อนที่ โอเรเลียง ชูอาเมนี จะโขกประตูแซงนำในนาทีที่ 77
อย่างไรก็ตาม เฟร์ราน ตอร์เรส ยิงตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 84 จนเกมต้องเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ แม้ยามาลไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตู แต่สร้างอิทธิพลอย่างหนักด้วยผลงาน 2 แอสซิสต์
จุดตัดสินเกิดจากความผิดพลาดของ บราฮิม ดิอาซ ที่ไม่ทันระวังการเข้ามาของกุนเด ทำให้แนวรับชาวฝรั่งเศสตัดบอลจากจังหวะจ่ายของ ลูกา โมดริช ก่อนยิงประตูชัย ส่งบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ และย้ำชัยเหนือเอ็มบัปเปเป็นครั้งที่สาม
เนชันส์ลีก 2025 รอบรองชนะเลิศ สเปน 5-4 ฝรั่งเศส
วันที่ 5 มิถุนายน 2025 สเปนและฝรั่งเศสเปิดศึกกันอีกครั้งในเกมรอบรองชนะเลิศเนชันส์ลีก และสร้างหนึ่งในเกมที่บ้าคลั่งที่สุดด้วยสกอร์รวมถึง 9 ประตู
แม้ผลการแข่งขันจะจบลงแบบสูสี แต่รูปเกมช่วงใหญ่เป็นสเปนที่คุมสถานการณ์ได้เด็ดขาด โดยเคยนำห่างถึง 5-1 ในนาทีที่ 79 ก่อนฝรั่งเศสจะเร่งเครื่องช่วงท้าย
รายาน แชร์กี ยิงไล่ตาม ก่อนเกิดการทำเข้าประตูตัวเองของ ดานี บีเบียน และโกโล มูอานีมายิงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ลดช่องว่างเหลือ 5-4 จนเกมเข้าสู่ช่วงท้ายแบบกดดันสุดขีด
ยามาลระเบิดฟอร์มยิง 2 ประตู รวมถึงหนึ่งประตูจากจุดโทษ ขณะที่เอ็มบัปเปยิงจุดโทษได้เช่นกัน สเปนรักษาความได้เปรียบและผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ก่อนพ่ายโปรตุเกสในเวลาต่อมา

ซูเปร์โกปา 2026 รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลนา 3-2 เรอัล มาดริด
การดวลเกมแพ้คัดออกครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2026 ที่เมืองเจดดาห์ และจบลงด้วยชัยชนะของบาร์เซโลนาอีกครั้ง
ราฟินญายิงให้บาร์ซาขึ้นนำ ก่อน วินิซิอุส จูเนียร์ จะตีเสมอในช่วงทดเวลาครึ่งแรก จากนั้น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ยิงให้บาร์เซโลนากลับมานำทันที แต่ความวุ่นวายยังไม่จบ เมื่อ กอนซาโล การ์เซีย ยิงตีเสมอ 2-2 ก่อนพักครึ่ง
ครึ่งหลังราฟินญากลายเป็นฮีโร่ ซัดประตูชัยในนาทีที่ 73 แม้ช่วงท้าย เฟรงกี เดอ ยอง จะถูกไล่ออกจากสนามจากจังหวะทำฟาวล์เอ็มบัปเป แต่บาร์เซโลนายังต้านเกมบุกของเรอัล มาดริดเอาไว้ได้
ชัยชนะดังกล่าวทำให้สถิติของยามาลเพิ่มเป็นชนะเอ็มบัปเปครบ 5 นัด จากการพบกัน 5 ครั้งในเกมแพ้คัดออก
สถิติ 5-0 ที่กำลังกลายเป็นสงครามจิตวิทยา
แม้เอ็มบัปเปจะมีผลงานส่วนตัวเหนือกว่าอย่างชัดเจนในฟุตบอลโลก 2026 แต่ตัวเลขในเกมตัดสินกลับไม่เคยเข้าข้างเขา การแพ้ยามาลทั้ง 5 ครั้งทำให้รอบรองชนะเลิศครั้งนี้ไม่ได้มีเดิมพันเพียงตั๋วเข้าสู่รอบชิงเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสล้างอาถรรพ์ครั้งสำคัญของกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส
ฝั่งยามาลกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ แม้ผลงานส่วนตัวในทัวร์นาเมนต์ยังไม่ร้อนแรง แต่ประวัติที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเจ้าหนูรายนี้มักยกระดับตัวเองได้เสมอเมื่อเกมเข้าสู่ช่วงกดดันที่สุด
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ยามาล ดวล เอ็มบัปเป
- ยามาลชนะเอ็มบัปเปครบทั้ง 5 ครั้งในเกมแพ้คัดออก ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ
- ทั้งคู่เคยทำประตูได้ในเกมเดียวกัน 3 นัด ได้แก่ ยูโร 2024 ซูเปร์โกปา 2025 และเนชันส์ลีก 2025
- การพบกันในฟุตบอลโลก 2026 เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ดวลกันในรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลก
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก ข่าวฟุตบอลยุโรป และทุกความเคลื่อนไหวของวงการลูกหนังแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM