การแย่งชิง ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026 เดินทางถึงโค้งสุดท้ายแบบเดือดระอุ เมื่อ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กดไปแล้ว 10 ประตู ทิ้ง ลิโอเนล เมสซี่ อยู่ 2 ลูก ก่อนกัปตันอาร์เจนตินาจะลงทำศึกนัดชิงชนะเลิศกับ สเปน วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 พร้อมภารกิจหนักในการไล่ล่ารางวัลรองเท้าทองคำ
เอ็มบัปเป้ 10 ประตู จ่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ระเบิดฟอร์มยิงเพิ่ม 2 ประตูในเกมชิงอันดับ 3 แม้ ฝรั่งเศส จะพ่าย อังกฤษ สุดเดือด 4-6 และต้องจบทัวร์นาเมนต์ด้วยอันดับ 4 แต่ผลงานส่วนตัวของดาวยิงกัปตันทัพตราไก่ยังร้อนแรงเกินต้าน ด้วยยอดรวม 10 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งนี้
หากไม่มีใครแซงได้ เอ็มบัปเป้จะกลายเป็นนักเตะคนแรกที่คว้าดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน หลังเคยยิง 8 ประตูและคว้ารองเท้าทองคำในศึกฟุตบอลโลก 2022
สองประตูล่าสุดยังส่งให้เจ้าตัวมียอดรวมในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายตลอดอาชีพ 22 ประตู แซง เมสซี่ 1 ลูก พร้อมขึ้นครองสถิติผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของรายการในสถานการณ์ก่อนเกมนัดชิง
เมสซี่ต้องยิงอย่างน้อย 2 ลูกเพื่อทาบผู้นำ
ลิโอเนล เมสซี่ ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยผลงาน 8 ประตู และยังเหลือโอกาสครั้งสุดท้ายในเกมนัดชิงชนะเลิศระหว่าง อาร์เจนตินา กับ สเปน
โจทย์ของกัปตันทีมฟ้าขาวชัดเจน เขาต้องยิงอย่างน้อย 2 ประตูเพื่อขยับขึ้นมาเท่ากับ เอ็มบัปเป้ ขณะที่ทั้งคู่มีผลงานแอสซิสต์เท่ากันที่ 4 ครั้ง ทำให้ทุกประตูในเกมชิงแชมป์โลกอาจเปลี่ยนเจ้าของรองเท้าทองคำได้ทันที
เกมนี้จึงไม่ได้มีเพียงถ้วยแชมป์โลกเป็นเดิมพัน แต่ยังเป็นเวทีตัดสินว่า เมสซี่จะสร้างปาฏิหาริย์แซงขึ้นนำ หรือเอ็มบัปเป้จะปิดบัญชีรางวัลดาวซัลโวเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

โอยาร์ซาบาลยังมีลุ้น แต่ต้องพึ่งปาฏิหาริย์
มิเกล โอยาร์ซาบาล คือผู้เล่นอีกคนที่ยังเหลือโปรแกรมลงสนาม โดยกองหน้าทีมชาติสเปนทำไปแล้ว 5 ประตู และเตรียมเผชิญหน้าอาร์เจนตินาในนัดชิง
อย่างไรก็ตาม การตามหลังผู้นำถึง 5 ประตูทำให้โอกาสคว้ารองเท้าทองคำแทบเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่เจ้าตัวจะสร้างค่ำคืนมหัศจรรย์ด้วยการยิงอย่างน้อย 5 ประตูเพื่อทาบเอ็มบัปเป้ หรือมากกว่านั้นเพื่อแซงขึ้นนำ
ตารางดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด
10 ประตู
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ – ฝรั่งเศส
8 ประตู
- ลิโอเนล เมสซี่ – อาร์เจนตินา
7 ประตู
- จู๊ด เบลลิงแฮม – อังกฤษ
- เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ – นอร์เวย์
6 ประตู
- แฮร์รี่ เคน – อังกฤษ
- อุสมาน เดมเบเล่ – ฝรั่งเศส
5 ประตู
- มิเกล โอยาร์ซาบาล – สเปน
4 ประตู
- ฮูเลียน กินโญเนส – เม็กซิโก
- วินิซิอุส – บราซิล
- อิสไมล่า ซาร์ – เซเนกัล
3 ประตู
- เลาตาโร่ มาร์ติเนซ – อาร์เจนตินา
- บูกาโย่ ซาก้า – อังกฤษ
- แบรดลีย์ บาร์โคล่า – ฝรั่งเศส
- คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – โปรตุเกส
- อิสมาเอล ไซบารี่ – โมร็อกโก
- ชาร์ลส์ เดอ เกเตลาเร่อ – เบลเยียม
- โรเมลู ลูกากู – เบลเยียม
- โฟลาริน บาโลกุน – สหรัฐอเมริกา
- มาเตอุส คุนญ่า – บราซิล
- ราอูล ฆิเมเนซ – เม็กซิโก
- โจนาธาน เดวิด – แคนาดา
- โยอาน วิสซา – ดีอาร์ คองโก
- โยฮัน มันซัมบี – สวิตเซอร์แลนด์
- ไบรอัน บร็อบบี้ – เนเธอร์แลนด์
- โกดี้ คักโป – เนเธอร์แลนด์
- ไค ฮาแวร์ตซ์ – เยอรมนี
- เดนิซ อุนดาฟ – เยอรมนี
สถานการณ์ก่อนเกมนัดชิงทำให้มีเพียง เมสซี่ และโอยาร์ซาบาลที่ยังสามารถเพิ่มจำนวนประตูได้ ส่วนผู้เล่นรายอื่นปิดฉากการแข่งขันไปเรียบร้อยแล้ว
นัดชิงไม่ได้ตัดสินแค่แชมป์โลก
อาร์เจนตินาพึ่งพาความอัจฉริยะของเมสซี่เป็นศูนย์กลางเกมรุก ขณะที่สเปนขับเคลื่อนด้วยระบบทีมและกระจายหน้าที่ไปยังผู้เล่นหลายตำแหน่ง ทำให้นัดชิงครั้งนี้เป็นทั้งการต่อสู้เพื่อถ้วยแชมป์และการปะทะกันของสองแนวคิดลูกหนังอย่างชัดเจน
สำหรับเมสซี่ นี่คือโอกาสยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ทั้งการพาอาร์เจนตินาป้องกันแชมป์โลก ไล่ล่ารองเท้าทองคำ และทวงตำแหน่งดาวยิงสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกคืนจากเอ็มบัปเป้
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับรางวัลรองเท้าทองคำฟุตบอลโลก
- รางวัลดาวซัลโวฟุตบอลโลกเริ่มมอบอย่างเป็นทางการในชื่อ Golden Shoe เมื่อปี 1982 ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Golden Boot ในเวลาต่อมา
- เอ็มบัปเป้คว้ารองเท้าทองคำฟุตบอลโลก 2022 ด้วยผลงาน 8 ประตู และกำลังลุ้นเป็นคนแรกที่ได้รางวัล 2 สมัยติดต่อกัน
- การยิง 10 ประตูในทัวร์นาเมนต์เดียวทำให้เอ็มบัปเป้เทียบผลงานของ แกร์ด มุลเลอร์ ในปี 1970 โดยยังเป็นรอง ชุสต์ ฟงแตน 13 ประตู และซานดอร์ ค็อกซิส 11 ประตู
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก ตารางคะแนน ผลการแข่งขัน และความเคลื่อนไหวลูกหนังรอบโลกแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM