เอเดรียง ราบิโอต์ กลับมาประกาศศักดากับ เอซี มิลาน แบบไม่เสียเวลา หลังลงสนามเป็นตัวสำรองแล้วจัดทั้งแอสซิสต์และประตู ช่วยทัพรอสโซเนรี่บุกเฉือน โตริโน่ 2-1 พร้อมเปิดใจชัดเจนว่าเข้าใจสิ่งที่ รูเบน อโมริม ต้องการจากเขา รวมถึงตอบกระแสวิจารณ์เรื่องการกลับมารายงานตัวช้าหลังฟุตบอลโลก
ราบิโอต์ลงสำรองแล้วเปลี่ยนเกม ยิง-จ่ายในเวลาไม่กี่นาที
เกมเปิดฤดูกาล เซเรีย อา 2026/27 มิลานต้องเจองานหนักในบ้านโตริโน่ ก่อนที่อโมริมจะส่งราบิโอต์ลงแทน รูเบน ลอฟตัส-ชีค ในนาที 56 และการเปลี่ยนตัวครั้งนี้กลายเป็นจุดพลิกของเกมทันที
นาที 64 ราบิโอต์จ่ายให้ อัลฟัดโจ ซิสเซ่ ซัดประตูขึ้นนำ 1-0 ก่อนอีกเพียง 2 นาทีต่อมาเจ้าตัวจะเติมเข้าเขตโทษไปรับบอลจาก ซามูเอล ชุคเวเซ่ แล้วจบสกอร์เป็น 2-0 ส่วนโตริโน่ไล่มา 1-2 จาก เช อดัมส์ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ไม่ทัน มิลานจึงประเดิมสามแต้มเต็มได้สำเร็จ

ราบิโอต์เปิดใจ พร้อมเดินหน้าเต็มตัวกับมิลานยุคอโมริม
หลังจบเกม มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสยืนยันว่าเขามีความสุขที่ได้กลับมาสู่ทีม ได้เห็นแนวทางการทำงานของกุนซือคนใหม่ และยังได้พูดคุยกับ เจอร์รี คาร์ดินาเล่ ผู้บริหารระดับสูงของสโมสรด้วย
“I am glad to be back, to have seen what ideas the coach has, and I also spoke to the Boss,”
“ผมดีใจที่ได้กลับมา ได้เห็นว่าโค้ชมีแนวคิดอย่างไร และผมก็ได้พูดคุยกับบอสด้วย”
ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสว่า ราบิโอต์ไม่พอใจกับการแยกทางกับ แม็กซ์ อัลเลกรี และอาจต้องการตามอดีตเจ้านายสมัยยูเวนตุสไปอยู่กับนาโปลี แต่ผลงานในสนามนัดแรกภายใต้แนวทางใหม่สะท้อนว่าเขาพร้อมเดินหน้าต่อกับมิลานอย่างเต็มที่
อโมริมจับราบิโอต์ยืนสูง บทบาทใหม่ที่เจ้าตัวคุ้นเคย
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ตำแหน่งการเล่น อโมริมไม่ได้วางราบิโอต์เป็นกองกลางในแบบที่คุ้นตายุคอัลเลกรี แต่ดันขึ้นมาเล่นบทบาทตัวรุกหลังศูนย์หน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ลอฟตัส-ชีคออกจากสนาม
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่บทบาทแปลกใหม่สำหรับราบิโอต์ เพราะเจ้าตัวเคยได้รับหน้าที่ใกล้เคียงกันสมัยร่วมงานกับ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ที่โอลิมปิก มาร์กเซย
“I already had a similar role with Roberto De Zerbi at Olympique Marseille. I like to attack the goal, so I’m happy,”
“ผมเคยมีบทบาทคล้ายกันกับ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ที่โอลิมปิก มาร์กเซย ผมชอบเล่นเกมรุกเข้าหาประตู ดังนั้นผมมีความสุข”

เคลียร์ชัดดราม่าพักเพิ่ม หลังกรำศึกหนักกับฝรั่งเศส
ก่อนเกมกับโตริโน่ ราบิโอต์ไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นาทีเดียว นับตั้งแต่เกมชิงอันดับสามฟุตบอลโลกกับอังกฤษ โดยทั้งเขาและ ไมค์ เมญอง ได้รับวันหยุดเพิ่มเติมในช่วงซัมเมอร์ ก่อนการกลับเข้ารายงานตัวช้าจะกลายเป็นประเด็นวิจารณ์จากแฟนบอลและสื่อบางส่วน
ราบิโอต์อธิบายว่า ฟุตบอลโลกเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ดีสำหรับฝรั่งเศส แม้ทีมจะไปถึงเพียงรอบรองชนะเลิศทั้งที่เป้าหมายคือแชมป์ และหลังผ่านฤดูกาลอันหนักหน่วง โดยเฉพาะช่วงท้ายกับมิลาน เขาจำเป็นต้องพักทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ
“I returned with great hunger, we asked the coach for a couple more days and he told us to take four, so I don’t understand why it was controversial. Then again, that’s always what it is like in Italy.”
“ผมกลับมาด้วยความกระหายอย่างมาก เราขอโค้ชเพิ่มอีกสองสามวัน และเขาบอกให้เราเอาไปสี่วัน ดังนั้นผมจึงไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงกลายเป็นประเด็น แต่ก็นั่นแหละ ที่อิตาลีมันมักเป็นแบบนี้เสมอ”
ซ้อมเพียงสัปดาห์เดียว แต่จับทางอโมริมได้ทันที
สิ่งที่น่าจับตาคือราบิโอต์เพิ่งกลับมาฝึกซ้อมกับทีมได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่สามารถตอบโจทย์แท็กติกของอโมริมได้ทันที ทั้งการวิ่งสอดเข้าเขตโทษ การสร้างโอกาส และการหาพื้นที่ในแดนสุดท้าย
“I’m pleased to be back on the field after just one week of training, but I understood what the coach wants, what he expects from me, and I’m glad to have contributed a goal and assist.”
“ผมยินดีที่ได้กลับมาลงสนามหลังซ้อมเพียงหนึ่งสัปดาห์ แต่ผมเข้าใจว่าโค้ชต้องการอะไรและคาดหวังอะไรจากผม ผมดีใจที่มีส่วนช่วยด้วยหนึ่งประตูและหนึ่งแอสซิสต์”

มิลานยุคใหม่เน้นครองบอล ราบิโอต์ขยับใกล้ประตูมากขึ้น
ราบิโอต์มองว่าความแตกต่างสำคัญจากยุคอัลเลกรีคือ เมื่อมิลานแย่งบอลกลับมาได้ เขาจะอยู่ใกล้พื้นที่อันตรายมากกว่าเดิม ขณะที่แนวทางของอโมริมต้องการให้ทีมครองบอลเหนือคู่แข่ง เพื่อเปิดทางให้สร้างโอกาสยิงและแอสซิสต์ได้มากขึ้น
“I am closer to the goal when we recover the ball, so this season we’ll try to have more possession than the opponents, and then it ought to be easier to create chances, score goals and provide assists,”
“เมื่อเราแย่งบอลกลับมาได้ ผมจะอยู่ใกล้ประตูมากขึ้น ดังนั้นฤดูกาลนี้เราจะพยายามครองบอลให้มากกว่าคู่แข่ง แล้วมันก็น่าจะง่ายขึ้นในการสร้างโอกาส ทำประตู และแอสซิสต์”
ชัยชนะนัดแรกสะท้อนภาพมิลานที่อโมริมต้องการ
รายละเอียดจากเกมกับโตริโน่ชี้ชัดถึงทิศทางใหม่ของมิลาน ทีมใช้ระบบ 3-4-2-1 และสามารถผ่านบอลสำเร็จมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อโมริมยอมรับว่ายังมีรายละเอียดต้องแก้ โดยเฉพาะการขึ้นเกมจากแดนหลังและสภาพร่างกายสำหรับการเพรสตลอด 90 นาที
แต่สิ่งที่กุนซือชาวโปรตุเกสได้จากเกมแรกคือชัยชนะและสัญญาณว่าลูกทีมเริ่มเข้าใจฟุตบอลที่เขาต้องการ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่มิลานเพิ่มความดุดันในพื้นที่สุดท้าย ก่อนราบิโอต์จะกลายเป็นหมากเด็ดที่ฉีกเกมรับโตริโน่จนพังลงในเวลาเพียงไม่กี่นาที
สำหรับโปรแกรมต่อไป มิลานจะกลับไปเล่นเกมเหย้านัดแรกของฤดูกาลที่ซาน ซิโร่ พบ เวเนเซีย วันที่ 28 สิงหาคม 2026 ซึ่งจะเป็นอีกบททดสอบสำคัญว่าแนวทางของอโมริมและบทบาทใหม่ของราบิโอต์จะยกระดับเกมรุกได้ต่อเนื่องเพียงใด
บทสรุป ราบิโอต์ส่งสัญญาณพร้อมเป็นอาวุธหนักของอโมริม
หนึ่งประตูกับหนึ่งแอสซิสต์จากม้านั่งสำรองไม่ใช่แค่การกลับมาที่สวยงาม แต่ยังเป็นคำตอบในสนามต่อทุกคำถามที่รายล้อมราบิโอต์ในช่วงซัมเมอร์ หากเขาปรับตัวกับบทบาทเกมรุกได้เต็มรูปแบบ มิดฟิลด์ฝรั่งเศสรายนี้มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของมิลานยุคอโมริมอย่างไม่ต้องสงสัย
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ราบิโอต์และบทบาทกองกลางตัวรุก
- กองกลางที่ถูกดันขึ้นเล่นใกล้กรอบเขตโทษจะมีโอกาสเติมเข้าไปจบสกอร์และสร้างแอสซิสต์มากกว่าการยืนต่ำคุมจังหวะเพียงอย่างเดียว
- ระบบ 3-4-2-1 เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นสองคนหลังศูนย์หน้าเคลื่อนที่ระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังของคู่แข่งได้หลากหลาย
- นักเตะที่สามารถเล่นได้ทั้งกองกลางและตัวรุกช่วยให้โค้ชปรับแท็กติกระหว่างเกมได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างทีมทั้งหมด
ติดตามข่าวฟุตบอลยุโรป ความเคลื่อนไหวเอซี มิลาน และทุกประเด็นร้อนจากโลกฟุตบอลแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM อัปเดตข่าวสำคัญให้แฟนบอลไม่พลาดทุกจังหวะของเกม