ร็อดรี้ เอร์นานเดซ กลายเป็นประเด็นร้อนหลังกล้องโทรทัศน์จับภาพบทสนทนาระหว่างเขากับ เปา คูบาร์ซี่ บนม้านั่งสำรอง ระหว่างเกมที่ บาร์เซโลนา บุกยำใหญ่ บาเลนเซีย 5-0 ถึงสนามเมสตายา โดยกองกลางทีมชาติสเปนวิจารณ์ฟอร์มเจ้าถิ่นแบบไม่ไว้หน้า หลังเห็นทีมของตัวเองครองเกมแทบฝ่ายเดียว

ร็อดรี้หลุดคำพูดเดือดหลังถูกเปลี่ยนออก

เกมลา ลีกา นัดที่ 4 ของฤดูกาล บาร์เซโลนาเล่นอย่างเหนือชั้นตั้งแต่นาทีแรก ก่อนร็อดรี้ซึ่งได้รับโอกาสออกสตาร์ตตัวจริงครั้งแรกกับต้นสังกัดใหม่ จะถูกเปลี่ยนออกในนาที 62 พร้อมเสียงปรบมือจากแฟนบอลในเมสตายา

หลังเข้าไปนั่งข้างคูบาร์ซี่ กล้องของรายการ El Día Después จับภาพร็อดรี้กำลังพูดถึงผลงานของเจ้าถิ่น ซึ่งในเวลานั้นบาร์ซ่านำห่างไปแล้ว 3-0

“They are very lazy, these guys, very lazy. Really bad.”

แปลไทย: “พวกเขาขี้เกียจมาก พวกนี้ขี้เกียจมาก แย่จริง ๆ”

น้ำเสียงและสีหน้าของร็อดรี้สะท้อนชัดว่าเขาประหลาดใจกับแรงต้านที่ได้รับจากบาเลนเซีย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับชื่อชั้นและประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้ในฟุตบอลสเปน

ถึงกับถาม บาเลนเซียจบอันดับเท่าไรเมื่อฤดูกาลก่อน

บทสนทนายังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อร็อดรี้หันไปถามเพื่อนร่วมทีมถึงผลงานของบาเลนเซียในฤดูกาลที่ผ่านมา ราวกับไม่อยากเชื่อว่าสโมสรระดับนี้จะมีสภาพเกมที่เป็นรองอย่างหนัก

“They are terrible, they are terrible. Where did Valencia finish last year?”

แปลไทย: “พวกเขาแย่มาก แย่มาก บาเลนเซียจบอันดับเท่าไรเมื่อปีที่แล้ว?”

จุดที่ร็อดรี้มองว่าเลวร้ายยิ่งกว่าคือรูปเกมในช่วงครึ่งหลัง เพราะบาร์เซโลนาสามารถคุมจังหวะได้อย่างเบ็ดเสร็จ ขณะที่เจ้าถิ่นแทบไม่มีแรงกดดันกลับมาให้แนวรับทีมเยือนต้องลำบาก

“Hey, they haven’t even crossed the halfway line in the second half.”

แปลไทย: “เฮ้ พวกเขายังแทบไม่ได้ข้ามเส้นครึ่งสนามเลยในครึ่งหลัง”

บาร์ซ่าถล่ม 5 ลูก เปิดลีกสมบูรณ์แบบ 4 นัดรวด

ภาพรวมของเกมยิ่งทำให้คำพูดของร็อดรี้ถูกพูดถึงหนักขึ้น เพราะบาร์เซโลนาเป็นฝ่ายคุมการแข่งขันตั้งแต่ต้นจนจบ ลามีน ยามาล ยิงสองประตู ส่วน แฟร์มิน โลเปซ, ราฟินญ่า และ เปดรี ทำอีกคนละหนึ่งประตู ช่วยให้ทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ชนะ 5-0 เก็บ 12 คะแนนเต็มจาก 4 นัด และยิงไปแล้ว 17 ประตู ขณะที่บาเลนเซียมีเพียง 1 คะแนนและจมอยู่ท้ายตารางหลังผ่านสี่เกมแรก

รายละเอียดเกมจากฝั่งบาเลนเซียระบุว่า ยามาลเปิดสกอร์ตั้งแต่นาที 6 ก่อนแฟร์มินบวกประตูที่สองนาที 22 ราฟินญ่าทำเป็น 3-0 นาที 50 เปดรียิงลูกที่สี่นาที 79 และยามาลปิดบัญชีอีกครั้งช่วงท้ายเกม โดยนัดนี้มีผู้ชมในเมสตายา 47,319 คน

ร็อดรี้ประเดิมตัวจริงคุมแดนกลางอยู่หมัด

นอกเหนือจากคำพูดบนม้านั่ง ผลงานในสนามของอดีตกองกลางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าโดดเด่น เขาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการต่อบอลและกำหนดจังหวะเกม เล่นด้วยความนิ่งและแม่นยำ รวมถึงมีจังหวะโหม่งบอลชนคาน ขณะที่แดนกลางบาร์เซโลนาสามารถบีบพื้นที่และควบคุมเกมได้อย่างเด็ดขาด

ฮันซี่ ฟลิค ยังกล่าวชื่นชมอิทธิพลของกองกลางรายนี้ทั้งในสนามและภายในห้องแต่งตัว หลังเจ้าตัวเข้ามาเติมประสบการณ์ให้กับทีมที่มีนักเตะดาวรุ่งจำนวนมาก

“Everything Rodri does makes sense. It’s exciting. Not only on the pitch, but also in the dressing room.”

แปลไทย: “ทุกสิ่งที่ร็อดรี้ทำมีเหตุผล มันน่าตื่นเต้น ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่รวมถึงในห้องแต่งตัวด้วย”

ชัยชนะนัดนี้ยังสะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพของระบบฟลิคอย่างชัดเจน โดยแฟร์มินไม่ได้มีแค่หนึ่งประตู แต่ยังสร้างอีกสองประตูให้เพื่อน และกุนซือชาวเยอรมันยอมรับว่าทีมเล่นได้ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ ทั้งในเรื่องการครองเกม การสร้างพื้นที่ และการเพรสซิ่ง

มีดราม่าจังหวะปะทะ ดันจูม่า

อย่างไรก็ตาม ผลงานของร็อดรี้ไม่ได้ไร้รอยด่าง เมื่อมีจังหวะปะทะกับ อาร์เนาต์ ดันจูม่า กองหน้าบาเลนเซียภายในเขตโทษที่ถูกนำกลับมาถกเถียงหลังเกม

มีนักวิเคราะห์ผู้ตัดสินบางส่วนมองว่าร็อดรี้พุ่งเข้าใส่ดันจูม่าก่อนที่กองหน้าจะยิงบอล และตั้งคำถามว่าจังหวะดังกล่าวอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นจุดโทษพร้อมใบแดงได้หรือไม่ ทว่าผู้ตัดสินในสนามไม่ได้เป่าเป็นความผิด ทำให้เกมดำเนินต่อไปตามปกติ

บาเลนเซียโดนตอกย้ำปัญหา ส่วนบาร์ซ่าส่งสัญญาณลุ้นแชมป์เต็มตัว

คำวิจารณ์ของร็อดรี้อาจฟังรุนแรง แต่เมื่อมองจากสถานการณ์ของการแข่งขัน บาเลนเซียต้องยอมรับว่าพวกเขาเสียความได้เปรียบให้ทีมเยือนมากเกินไป โดยเฉพาะการเสียพื้นที่แดนกลางและปล่อยให้บาร์เซโลนาโจมตีต่อเนื่องในครึ่งหลัง

ฝั่งบาร์ซ่ากลับออกจากเมสตายาด้วยมากกว่าสามคะแนน เพราะการชนะสี่เกมรวด พร้อมแนวรุกที่ยิงถึง 17 ประตู เป็นสัญญาณเตือนคู่แข่งใน ลา ลีกา ว่าทีมของฟลิคเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ด้วยความดุดันและความมั่นใจเต็มเปี่ยม

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : เกม บาเลนเซีย พบ บาร์เซโลนา

  • การควบคุมแดนกลางไม่ได้วัดเพียงเปอร์เซ็นต์ครองบอล แต่รวมถึงความสามารถในการบีบคู่แข่งไม่ให้เปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มิดฟิลด์ตัวรับระดับสูงมีบทบาททั้งการตัดเกม กำหนดจังหวะ และรักษาสมดุลให้ทีมเมื่อผู้เล่นแนวรุกเติมขึ้นพร้อมกันหลายคน
  • การเสียประตูเร็วสามารถเปลี่ยนแผนการแข่งขันทันที โดยเฉพาะเมื่อเจอกับทีมที่มีคุณภาพในการครองบอลและโจมตีพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวฟุตบอลเดือด ข่าวลา ลีกา และความเคลื่อนไหวจากทีมดังทั่วโลกแบบครบทุกประเด็นได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM