สถานการณ์ของ นาโปลี เริ่มน่าเป็นห่วงอย่างหนัก หลังบุกพ่าย บียาร์เรอัล 1-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026/27 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน แต่กลับเสียประตูจากความผิดพลาดของตัวเองจนเกมพลิก ขณะที่ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี กุนซือใหญ่ ยอมรับว่ามีความไม่เข้าใจกันด้านแท็กติกกับ เควิน เดอ บรอยน์ ระหว่างพักครึ่ง พร้อมตำหนิการทำงานของแดนกลางที่ปล่อยให้แนวรับเผชิญแรงกดดันมากเกินไป
นาโปลีเสียทรง! นำก่อนแต่โดนบียาร์เรอัลรัวแซง 3 ประตู
เกมที่เอสตาดิโอ เด ลา เซรามิกา เริ่มต้นอย่างสวยหรูสำหรับทีมเยือน เมื่อ อาเมียร์ ราห์มานี ยิงให้นาโปลีขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 8 แต่ความได้เปรียบกลับพังทลายจากความผิดพลาดของ มัตเตโอ โปลิตาโน ที่จ่ายบอลคืนหลังพลาดจน จอร์จส์ มิเคาตัดเซ ฉกไปยิงตีเสมอนาทีที่ 23
เพียง 3 นาทีต่อมา ซานติอาโก มูรินโญ กดประตูสุดสวยจากนอกกรอบเขตโทษให้เจ้าบ้านพลิกนำ 2-1 ก่อนที่ ทานี โอลูวาเซยี จะซัดปิดกล่องนาทีที่ 86 ส่งให้บียาร์เรอัลคว้าชัย 3-1 และเก็บสามแต้มแรกในรายการนี้ได้สำเร็จ
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยิ่งเจ็บปวด เพราะนาโปลีมีโอกาสหนีห่างในครึ่งแรก โดย ราสมุส ฮอยลุนด์ โหม่งบอลชนกรอบประตู ก่อนทีมจะเสียประตูตีเสมอในเวลาไล่เลี่ยกัน จากจังหวะที่เกือบได้ประตูที่สอง กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกมหลุดจากมืออย่างรวดเร็ว

อัลเลกรีรับไม่ได้! เสียสองประตูติดเพราะขาดความนิ่ง
มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ยอมรับว่าปัญหาสำคัญไม่ใช่เพียงความผิดพลาดรายบุคคล แต่เป็นการจัดการเกมหลังถูกตีเสมอ โดยเฉพาะการต่อบอลสั้นในแดนกลางที่เปิดโอกาสให้คู่แข่งเข้ามากดดัน จน ราฟา มาริน ต้องรับมือสถานการณ์อันตรายตามลำพัง
“Champions League football is like this, you try to do your best, but once it is 1-1, you cannot concede the second straight away,”
แปลไทย: “ฟุตบอลแชมเปียนส์ลีกก็เป็นแบบนี้ คุณพยายามทำให้ดีที่สุด แต่เมื่อสกอร์กลับมาเสมอ 1-1 คุณไม่สามารถปล่อยให้เสียประตูที่สองตามมาติดๆ ได้”
กุนซือชาวอิตาเลียนมองว่าทีมขาดความอดทนในการครองบอล และนักเตะหลายคนพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองแทนที่จะรักษาระยะห่างระหว่างตำแหน่งให้เหมาะสม ปัญหานี้เคยปรากฏในเกมชนะโฟรซิโนเน 3-0 ซึ่งทีมสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ตัดสินใจผิดพลาดในจังหวะสุดท้าย ก่อนจะกลับมาทำผิดซ้ำในเกมยุโรป
ปมร้อน เดอ บรอยน์ กับ อัลเลกรี เห็นต่างเรื่องตำแหน่งในสนาม
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือความตึงเครียดระหว่าง อัลเลกรี กับ เควิน เดอ บรอยน์ ระหว่างพักครึ่ง หลังทั้งคู่มีการพูดคุยกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับบทบาทในแดนกลาง
“At one point I asked him to drop back and push McTominay further forward, as he has more technique and McTominay is more useful in attack, but we didn’t understand each other.”
แปลไทย: “มีช่วงหนึ่งที่ผมขอให้เขาถอยลงมาเล่นต่ำ แล้วดันแม็คโทมิเนย์ขึ้นไปสูงกว่า เพราะเขามีเทคนิคที่ดีกว่า ส่วนแม็คโทมิเนย์มีประโยชน์มากกว่าในเกมรุก แต่เรากลับไม่เข้าใจกัน”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองฝ่ายมีมุมมองต่างกัน ก่อนหน้านี้หลังเกมชนะโฟรซิโนเน อัลเลกรีแสดงความเชื่อว่าเดอ บรอยน์สามารถรับบทบาทเพลย์เมกเกอร์ตัวต่ำได้อย่างยอดเยี่ยม และอาจช่วยยืดอายุการค้าแข้งของเขา ขณะที่ดาวเตะเบลเยียมยอมรับว่าตนถนัดตำแหน่งหมายเลข 8 หรือหมายเลข 10 มากกว่า
ที่น่าสนใจคือเดอ บรอยน์เพิ่งยิง 2 ประตูในเกมชนะโฟรซิโนเนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม แต่เพียงสามวันต่อมา ความแตกต่างทางความคิดเรื่องตำแหน่งกลับกลายเป็นประเด็นอีกครั้ง สะท้อนว่าการหาบทบาทที่ลงตัวให้ดาวเตะรายนี้ยังเป็นโจทย์สำคัญของทีม
ระบบหลังสามโดนเจาะ! อัลเลกรีชี้แดนกลางต้องช่วยเกมรับ
ระบบกองหลังสามคนที่เคยช่วยให้นาโปลีเก็บชัยเหนือโฟรซิโนเน กลับเผยจุดอ่อนเมื่อเจอบียาร์เรอัล โดยเฉพาะพื้นที่ว่างในจังหวะสวนกลับและปัญหาความเร็วของแนวรับ เมื่อแดนกลางไม่สามารถไล่เพรสซิ่งหรือหยุดการขึ้นเกมของคู่แข่งได้ทัน
ประเด็นนี้สอดคล้องกับความเห็นของ ฟาบิโอ คาเปลโล ที่ตั้งข้อสังเกตว่าศิลปะการป้องกันอันเป็นเอกลักษณ์ของฟุตบอลอิตาลีกำลังถูกละเลย ซึ่งอัลเลกรีเห็นด้วย พร้อมย้ำว่าการป้องกันไม่ใช่หน้าที่ของกองหลังเพียงอย่างเดียว
“If you defend well in midfield, naturally it gives you an advantage going forward,”
แปลไทย: “หากคุณป้องกันได้ดีในแดนกลาง มันย่อมทำให้คุณได้เปรียบในการเล่นเกมรุกโดยธรรมชาติ”
อัลเลกรียังมองว่ากองหลังทำหน้าที่ได้ดีพอสมควร แต่เมื่อกองกลางไม่ช่วยกดดัน คู่แข่งย่อมมีพื้นที่เล่นมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ยิงไกล ซึ่งเป็นปัญหาระดับทีม ไม่ใช่ความรับผิดชอบของใครคนเดียว
ตัวเลขการแข่งขันยิ่งตอกย้ำปัญหาดังกล่าว เมื่อบียาร์เรอัลมีโอกาสยิงรวม 17 ครั้ง เทียบกับนาโปลี 11 ครั้ง แม้จำนวนยิงตรงกรอบจะต่างกันไม่มากที่ 4 ต่อ 3 แต่ทีมเจ้าบ้านกลับใช้โอกาสได้เด็ดขาดกว่าอย่างชัดเจน
จากสาเหตุสู่ผลกระทบ นาโปลีแพ้สองนัดรวดในแชมเปียนส์ลีก
สถานการณ์ใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2026/27 ของนาโปลีเริ่มตึงเครียด หลังลงเล่นสองนัดแรกแล้วยังไม่มีคะแนน จากการแพ้อาร์เซนอลคาบ้าน 0-1 และบุกพ่ายบียาร์เรอัล 1-3
แม้เกมกับอาร์เซนอลจะแพ้เพียงประตูเดียว แต่ผลงานล่าสุดถือเป็นการถอยหลังอย่างชัดเจน เพราะทีมไม่สามารถรักษาความเป็นระเบียบหลังเสียประตู และขาดความต่อเนื่องทั้งการครองบอลกับการป้องกันจังหวะสวนกลับ
“We can still do it, we need to knuckle down and get the points we need to go through. You can lose games, but not like this. We lacked patience and didn’t keep the ball,”
แปลไทย: “เรายังทำได้ เราต้องตั้งใจทำงานหนักและเก็บคะแนนที่จำเป็นเพื่อผ่านเข้ารอบ คุณสามารถแพ้การแข่งขันได้ แต่ต้องไม่ใช่การแพ้ในลักษณะนี้ เราขาดความอดทนและไม่สามารถรักษาการครองบอลเอาไว้ได้”
สำหรับอัลเลกรี สิ่งที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนคือสมดุลระหว่างเกมรุกกับเกมรับ เพราะการมีโอกาสบุกมากไม่ได้หมายความว่าทีมจะปลอดภัย หากผู้เล่นยืนห่างกันเกินไปจนต้องวิ่งไล่แก้สถานการณ์ตลอดเวลา

สองมุมที่แฟนบอลเถียงกันได้ เดอ บรอยน์ควรเล่นต่ำหรือเล่นสูง?
มุมแรกคือแนวคิดของอัลเลกรีที่ต้องการใช้เทคนิคและวิสัยทัศน์การจ่ายบอลของเดอ บรอยน์มาควบคุมเกมจากแดนลึก พร้อมเปิดพื้นที่ให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เติมเข้าเขตโทษเพื่อสร้างความอันตราย
แต่อีกมุมหนึ่ง การถอยเดอ บรอยน์ลงต่ำอาจลดโอกาสที่เขาจะได้ใช้ความสามารถสร้างสรรค์เกมบริเวณใกล้ประตูคู่แข่ง โดยเฉพาะการจ่ายบอลทะลุช่องและเข้าทำในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งเป็นจุดเด่นตลอดอาชีพของเขา
หากมองจากมุมสโมสร ทางออกอาจไม่ใช่การเลือกว่าจะให้ใครเล่นตำแหน่งใดแบบตายตัว แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้เดอ บรอยน์มีอิสระในการออกบอล โดยยังมีผู้เล่นช่วยปิดพื้นที่เมื่อทีมเสียการครองบอล
เว็บบอร์ดชวนคุย นาโปลีควรแก้อะไรก่อนเกมยุโรปนัดต่อไป?
คำถามสำคัญหลังความพ่ายแพ้ครั้งนี้คือ นาโปลีควรปรับระบบกองหลังสามคนอีกครั้ง หรือแก้ที่การทำงานของแดนกลางก่อน เพราะต่อให้มีผู้เล่นระดับโลกอย่างเดอ บรอยน์อยู่ในทีม หากทุกตำแหน่งไม่เคลื่อนที่สอดประสานกัน ความผิดพลาดแบบเกมกับบียาร์เรอัลก็มีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำ
สำหรับแฟนบอลที่ติดตาม ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ นี่คือสถานการณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะอัลเลกรีต้องรีบเรียกความมั่นใจกลับมา พร้อมหาทางใช้งานสองมิดฟิลด์อย่างเดอ บรอยน์และแม็คโทมิเนย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก่อนที่ความหวังในเวทียุโรปจะยิ่งยากลำบากกว่าเดิม
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับแท็กติกกองกลางและเกมรับ
- Deep-Lying Playmaker คือเพลย์เมกเกอร์ที่ยืนต่ำเพื่อกำหนดจังหวะและเริ่มต้นเกมรุกจากแดนกลาง ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นที่จ่ายบอลสุดท้ายเสมอไป
- ระบบกองหลังสามคน ช่วยเพิ่มตัวเลือกในการขึ้นเกมจากแนวรับ แต่ต้องอาศัยวิงแบ็กและมิดฟิลด์ช่วยป้องกันพื้นที่ด้านข้างอย่างมีวินัย
- เกมรับที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้วัดแค่จำนวนกองหลัง แต่ขึ้นอยู่กับการยืนตำแหน่ง การเพรสซิ่ง และระยะห่างระหว่างผู้เล่นทั้งทีม
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของนาโปลี เจาะลึกแท็กติกฟุตบอลยุโรป วิเคราะห์ประเด็นร้อนหลังเกม และอัปเดตข่าวลูกหนังจากลีกชั้นนำทั่วโลกแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM พื้นที่ของแฟนบอลที่ต้องการมากกว่าแค่ผลการแข่งขัน