ศึกท้ายตารางบุนเดสลีก้าเดือดทุกแต้ม

โค้งสุดท้ายของ บุนเดสลีก้า 2025/26 กำลังร้อนเป็นไฟ เมื่อหลายทีมยังต้องดิ้นสุดชีวิตเพื่อหนีพื้นที่ตกชั้น โดยเฉพาะ ไฮเดนไฮม์, โวล์ฟสบวร์ก และ เซนต์ เพาลี ที่สถานการณ์บีบหัวใจแบบพลาดนัดเดียวอาจเปลี่ยนชะตาทั้งฤดูกาลทันที

เวลานี้ ไฮเดนไฮม์จมบ๊วยของตาราง แต่ทีมของ แฟรงค์ ชมิดท์ ยังไม่ใช่ทีมเดียวที่หายใจไม่ทั่วท้อง เพราะตั้งแต่อันดับกลางล่างลงมา ยังมีหลายสโมสรที่ต้องเร่งโกยแต้มในช่วง 3 นัดสุดท้ายให้ได้มากที่สุด

ไฮเดนไฮม์ บ๊วยตารางที่ยังไม่ยอมตาย

ไฮเดนไฮม์ รั้งอันดับ 18 มี 22 คะแนน ประตูได้เสีย -31 และเกมถัดไปต้องออกไปเยือน บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งถือเป็นโจทย์โหดระดับภูเขาลูกใหญ่

หลังจากฤดูกาลก่อนรอดตายหวุดหวิดด้วยการชนะ เอลเวอร์สแบร์ก ในรอบเพลย์ออฟ ซีซั่นนี้พวกเขากลับมาอยู่บนปากเหวอีกครั้ง ช่วงต้นฤดูกาลออกสตาร์ทย่ำแย่ แพ้ถึง 8 จาก 11 นัดแรก แม้เคยมีแสงสว่างจากชัยชนะเหนือ ยูเนียน เบอร์ลิน และ ไฟร์บวร์ก แต่หลังจากนั้นทีมหลุดยาว 15 นัดไม่ชนะใคร

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะ 3-1 เหนือ ยูเนียน เบอร์ลิน ในแมตช์เดย์ 29 และการเชือด เซนต์ เพาลี 2-0 ในแมตช์เดย์ 31 ทำให้ความหวังเล็ก ๆ ยังไม่ดับสนิท แต่เส้นทางรอดยังหนักเอาเรื่อง

โวล์ฟสบวร์ก เกมรับรั่วจนต้องลุ้นตกชั้น

โวล์ฟสบวร์ก อยู่ที่ 17 มี 25 คะแนน ประตูได้เสีย -25 นัดต่อไปต้องเยือน ไฟร์บวร์ก สถานการณ์ถือว่าหนักไม่แพ้ใคร

ที่น่าเจ็บใจคือเกมรุกยิงได้ถึง 41 ประตู ถือว่าไม่ขี้เหร่ แต่เกมรับกลับพังเป็นประตูน้ำ เสียไป 66 ลูก มากสุดในลีกฤดูกาลนี้ นี่คือเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ “หมาป่าเมืองเบียร์” ต้องหล่นมาคลุกฝุ่นท้ายตารางแบบที่แฟนบอลแทบไม่อยากเชื่อ

ดาเนียล เบาเออร์ กลายเป็นกุนซือคนที่สองของทีมที่โดนปลดในซีซั่นนี้ หลังแพ้ ฮัมบูร์ก 1-2 ในแมตช์เดย์ 25 ก่อนที่ ดีเทอร์ เฮ็คคิง จะเข้ามารับไม้ต่อ เริ่มต้นด้วยแต้มสำคัญจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ แต่ก็ยังสะดุดต่อเนื่องกับ เบรเมน, เลเวอร์คูเซ่น และ แฟร้งค์เฟิร์ต

กระนั้น ชัยชนะเหนือ ยูเนียน เบอร์ลิน ซึ่งเป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 13 เกมลีก และผลเสมอ กลัดบัค ในแมตช์เดย์ 31 ยังพอทำให้ทีมมีแรงฮึดช่วงสุดท้าย

เซนต์ เพาลี จากออกตัวสวยสู่ด่านเพลย์ออฟ

เซนต์ เพาลี อยู่อันดับ 16 มี 26 คะแนน ประตูได้เสีย -27 เกมต่อไปเปิดบ้านเจอ ไมนซ์

ต้นฤดูกาลของพวกเขาดูสดใสมาก เก็บได้ 7 คะแนนจาก 3 นัดแรก รวมถึงชัยชนะในเกมดาร์บี้เมืองฮัมบูร์กบนลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 14 ปี แต่หลังจากนั้นทุกอย่างพลิกคนละหน้า เมื่อแพ้รวด 9 นัดติดจนความมั่นใจแทบแตกเป็นชิ้น

ทีมของ อเล็กซานเดอร์ เบลสซิน เคยมีช่วงฟื้นตัวเล็ก ๆ แพ้เพียง 2 จาก 6 นัด ก่อนโดน บาเยิร์น มิวนิค ถล่มในแมตช์เดย์ 29 และพ่าย ไฮเดนไฮม์ 0-2 ในแมตช์เดย์ 31 ทำให้ตอนนี้พวกเขานำโซนตกชั้นอัตโนมัติแค่คะแนนเดียวเท่านั้น

ฮัมบูร์กยังไม่ปลอดภัย แม้แต้มเหนือกว่า

ฮัมบูร์ก รั้งอันดับ 15 มี 31 คะแนน ประตูได้เสีย -16 นัดถัดไปต้องเยือน ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต

หลังรอคอยถึง 7 ปีเพื่อกลับสู่บุนเดสลีก้า ฮัมบูร์กดูเหมือนจะมีโอกาสอยู่รอดค่อนข้างดี แต่ฟอร์มช่วงหลังเริ่มน่ากังวล โดยพวกเขาเป็นทีมสุดท้ายในลีกสูงสุดฤดูกาลนี้ที่เพิ่งเก็บชัยชนะเกมเยือนได้ และมีสถิติเกมเยือนย่ำแย่เป็นรองเพียง ไฮเดนไฮม์

การแพ้ 4 จาก 5 นัดหลังสุด รวมถึงพ่าย เบรเมน ในศึกนอร์ดดาร์บี้ ทำให้ ฮัมบูร์ก ยังวางใจไม่ได้เต็มร้อย

โคโลญจน์ ยูเนียน เบอร์ลิน เบรเมน กลัดบัค ยังต้องระวัง

โคโลญจน์ มี 31 คะแนน อยู่อันดับ 14 หลังเคยไม่ชนะใคร 8 นัด ก่อนปลดล็อกด้วยชัยชนะ 3-1 เหนือ เบรเมน และยังได้แต้มสำคัญจาก เซนต์ เพาลี ด้วยจุดโทษช่วงท้ายเกม โดยมี ซาอิด เอล มาลา เป็นตัวความหวัง หลังยิงไปแล้ว 11 ประตูในลีก

ยูเนียน เบอร์ลิน อยู่อันดับ 13 มี 32 คะแนน ฤดูกาลนี้ดูนิ่งกว่าหลายปีที่ผ่านมา แต่ฟอร์มชนะเพียง 2 จาก 14 นัด ทำให้ทีมหลังบ้านต้องเปลี่ยนกุนซือ โดยแต่งตั้ง มารี-หลุยส์ เอต้า คุมทีมจนจบซีซั่น และกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่คุมทีมในเกมบุนเดสลีก้า

แวร์เดอร์ เบรเมน อยู่ที่ 12 มี 32 คะแนน หลังเปลี่ยนจาก โอเล่ แวร์เนอร์ มาเป็น ดาเนียล ธิอูน เพื่อหยุดเลือดไหล ผลงานมีทั้งช่วงสะดุดและช่วงฮึด โดยชัยชนะเหนือ ไฮเดนไฮม์, ยูเนียน เบอร์ลิน และ ฮัมบูร์ก ช่วยให้ทีมขยับหนีโซนแดงได้ระดับหนึ่ง

ด้าน โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค มี 32 คะแนน อยู่อันดับ 11 หลังเริ่มฤดูกาลฝืดสุดขีดจนต้องเปลี่ยนจาก เคราร์โด้ เซอัวเน่ มาเป็น ยูเกน โปลันสกี้ แม้มีช่วงไร้พ่าย 5 นัด และเคยชนะ โคโลญจน์ ในไรน์ดาร์บี้ แต่ตั้งแต่แมตช์เดย์ 13 เป็นต้นมา ทีมชนะเพียง 2 นัดเท่านั้น จึงยังประมาทไม่ได้

สรุปสถานการณ์หนีตายบุนเดสลีก้า

ภาพรวมตอนนี้ ไฮเดนไฮม์ กับ โวล์ฟสบวร์ก คือสองทีมที่อยู่ในพื้นที่ตกชั้นอัตโนมัติ ส่วน เซนต์ เพาลี อยู่โซนเพลย์ออฟหนีตกชั้น แต่ช่องว่างคะแนนยังแคบมากจนทุกอย่างพลิกได้ใน 90 นาทีเดียว

สำหรับทีมอย่าง ฮัมบูร์ก, โคโลญจน์, ยูเนียน เบอร์ลิน, เบรเมน และ กลัดบัค แม้แต้มดูดีกว่า แต่ถ้าพลาดติดกันช่วงท้ายฤดูกาล ก็มีสิทธิ์ถูกลากลงมาร่วมวงเดือดได้เหมือนกัน นี่แหละเสน่ห์ของบอลเยอรมันช่วงท้ายซีซั่น ไม่มีพื้นที่ให้ทีมใจบาง และไม่มีแต้มไหนที่ไม่สำคัญ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับศึกหนีตกชั้นบุนเดสลีก้า

  • ทีมอันดับ 17 และ 18 ของบุนเดสลีก้าจะตกชั้นอัตโนมัติ ส่วนอันดับ 16 ต้องไปเล่นเพลย์ออฟกับทีมจากบุนเดสลีก้า 2
  • เกมรับมักเป็นตัวชี้ชะตาทีมหนีตกชั้น เพราะต่อให้ยิงได้เยอะ แต่ถ้าเสียประตูง่าย โอกาสรอดจะลดลงทันที
  • ช่วง 3 นัดสุดท้ายของฤดูกาลมักเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทีมท้ายตารางมักเล่นด้วยแรงกดดันสูงกว่าปกติ

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะเดือดของฟุตบอลยุโรป ทั้งข่าวบอล วิเคราะห์เกม และความเคลื่อนไหวสำคัญแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตามความมันส์ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM