กลัดบัคคว้าชัยเกมใหญ่ รอดตายแบบสะใจแฟนบอล
โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ระเบิดพลังในบ้านได้ถูกเวลาสุด ๆ หลังเฉือนชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-0 ในศึกบุนเดสลีกา เกมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ก่อนมาได้ประตูชัยช่วงท้ายจาก ฮาริส ทาบาโควิช นาที 88 ส่งทีมการันตีอยู่รอดบนลีกสูงสุดเยอรมนีต่อไปอีกฤดูกาล
เกมนี้ฝั่งกลัดบัครู้ดีว่าหากเก็บ 3 แต้มได้ จะขยับหนีอันดับ 16 แบบไล่ไม่ทันในช่วง 2 นัดสุดท้าย ขณะที่ดอร์ทมุนด์เองก็ต้องการชัยชนะเพื่อการันตีรองแชมป์ แต่สุดท้ายเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นด้วยหัวใจแข็งกว่า และปิดเกมได้คมกว่า
รูปเกมกลัดบัคดุดันกว่า ดอร์ทมุนด์แทบหาจังหวะไม่ได้
ตั้งแต่ต้นเกม กลัดบัคเดินหน้าใส่แบบไม่เกรงชื่อชั้น ฟร้องค์ โอโนราต์ สร้างปัญหาทางฝั่งขวาอย่างต่อเนื่อง ส่วน โจ สคัลลี ก็เติมเกมฝั่งซ้ายได้อันตราย นาที 25 เจ้าถิ่นเกือบขึ้นนำจากจังหวะ นิโก เอลเวดี้ วอลเลย์เข้าไป แต่ถูกจับล้ำหน้าเสียก่อน

หลังจากนั้น เกรกอร์ โคเบล ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ทาบาโควิช ขณะที่ ยานนิค เองเกลฮาร์ดท์ ได้โขกเฉี่ยวกรอบก่อนพักครึ่ง ด้าน ดอร์ทมุนด์ ต้องรอถึงช่วงทดเวลาครึ่งแรกกว่าจะมีโอกาสยิงครั้งแรกจาก ซามูเอเล อินาซิโอ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ มอริตซ์ นิโคลัส
นาที 88 จุดระเบิดโบรุสเซีย-พาร์ค
ครึ่งหลังภาพรวมยังเป็นกลัดบัคที่ดูมีเป้าหมายชัดกว่า ทาบาโควิชมีโอกาสอีกครั้งในนาที 48 แต่ยิงหลุดเสาไกลแบบน่าเสียดาย ดอร์ทมุนด์พยายามยกระดับเกมขึ้นมา ทว่าจังหวะจบจริง ๆ ยังขาดความเฉียบคม มีเพียงลูกยิงของ ฟาบิโอ ซิลวา ที่ข้ามคานออกไป
แล้วจุดเปลี่ยนก็มาถึงนาที 88 ร็อคโค ไรท์ซ แทงบอลทะลุช่องอย่างแม่นยำให้ ฮาริส ทาบาโควิช หลุดไปจบสกอร์ผ่าน โคเบล อย่างเยือกเย็น แม้ตอนแรกธงล้ำหน้าจะขึ้น แต่ VAR ยืนยันว่าอยู่ในตำแหน่งถูกต้อง ประตูจึงถูกให้ และทั้งสนามโบรุสเซีย-พาร์คก็ระเบิดเสียงเฮทันที

ชล็อตเตอร์เบ็คเด่นแม้ทีมแพ้
แม้ดอร์ทมุนด์จะกลับบ้านมือเปล่า แต่ นิโก ชล็อตเตอร์เบ็ค ยังได้รับเลือกเป็น Man of the Match จากคะแนนโหวต 29 เปอร์เซ็นต์ หลังเป็นตัวหลักในเกมรับ ทำบล็อกสำคัญหยุด ไรท์ซ นาที 78 และมีประสิทธิภาพการผ่านบอลดีที่สุดในทีมเสือเหลือง
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมก็ไม่พอหยุดค่ำคืนแห่งความคลั่งไคล้ของกลัดบัค ที่เปลี่ยนเกมนี้ให้กลายเป็นชัยชนะระดับปลดล็อกทั้งฤดูกาล
สถิติน่าสนใจของเกม
ค่าคาดหวังประตู xG กลัดบัคเหนือกว่าชัดเจน 1.79 ต่อ 0.40 สะท้อนว่าเจ้าถิ่นสร้างโอกาสได้เป็นชิ้นเป็นอันมากกว่า ส่วนผู้เล่นที่เร็วที่สุดในเกมคือ มักซิมิเลียน ไบเออร์ ของดอร์ทมุนด์ ด้วยความเร็ว 34.92 กม./ชม. ขณะที่ ร็อคโค ไรท์ซ เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของกลัดบัค ทั้งการแอสซิสต์ การผ่านบอล และการโดนเพรสซิ่งมากถึง 22 ครั้ง

สรุปเกมนี้
ชัยชนะ 1-0 ของกลัดบัคไม่ใช่แค่ 3 แต้มธรรมดา แต่มันคือชัยชนะที่การันตีชีวิตในบุนเดสลีกาต่อไป ส่วนดอร์ทมุนด์พลาดโอกาสปิดจ็อบรองแชมป์ ทั้งที่ก่อนเกมอยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบกว่า แต่เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ทีมที่เฉียบกว่า ดุดันกว่า และสู้จนหยดสุดท้ายคือกลัดบัค
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ บุนเดสลีกา
- VAR มีบทบาทสำคัญมากในเกมระดับสูง เพราะสามารถเปลี่ยนจากจังหวะถูกปฏิเสธให้กลายเป็นประตูชี้ชะตาได้ทันที
- ค่า xG ช่วยสะท้อนคุณภาพโอกาสยิง ไม่ใช่ดูแค่จำนวนครั้งที่ยิงประตู
- เกมท้ายฤดูกาลของทีมหนีตกชั้นมักมีแรงกดดันสูง และบางครั้งแรงใจในบ้านก็เป็นตัวแปรสำคัญ
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งผลบอล ไฮไลท์บอล และประเด็นร้อนหลังเกม อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM