นรา ยูไนเต็ด เจอบทลงโทษ หลังแฟนบอลทะลักเกินความจุ

นรา ยูไนเต็ด ต้องเจอบทลงโทษจากคณะวินัยฯ หลังเกมบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 คู่ระหว่าง นรา ยูไนเต็ด พบ อุตรดิตถ์ เอฟซี มีกองเชียร์เข้าชมเกมมากถึง 9,350 คน เกินจากความจุสนามที่แจ้งไว้ 5,384 ที่นั่ง

บรรยากาศในสนามถือว่าร้อนแรงสมศักดิ์ศรีเกมใหญ่ แฟนบอลแห่กันเข้ามาให้กำลังใจแน่นขนัด แต่ความคึกคักที่ล้นเกินกรอบจัดการแข่งขัน กลายเป็นประเด็นด้านระเบียบและความปลอดภัยทันที เมื่อผู้ควบคุมการแข่งขันพบว่ามีกองเชียร์จำนวนมากไม่ได้อยู่บนอัฒจันทร์ตามพื้นที่จัดไว้

แฟนบอลยืนเกาะรั้วรอบสนาม ตั้งแต่ต้นจนจบเกม

จากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ระบุว่ามีกองเชียร์ของสโมสร นรา ยูไนเต็ด จำนวนมากมายืนเกาะรั้วสนามโดยรอบเพื่อชมการแข่งขัน ตั้งแต่เริ่มเกมจนจบเกม ซึ่งเข้าข่ายปล่อยปละละเลยให้กองเชียร์อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้จัดไว้เป็นที่นั่ง

ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กในเกมฟุตบอลอาชีพ เพราะเมื่อจำนวนคนเกินความจุ และมีผู้ชมกระจายไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่จุดรองรับอย่างเป็นทางการ ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย การควบคุมฝูงชน และการจัดการแข่งขันย่อมเพิ่มขึ้นตามมาแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

คณะวินัยฯ ชี้ผิดระเบียบ ปรับฐานปล่อยปละละเลย

คณะวินัยฯ มีมติลงโทษสโมสร นรา ยูไนเต็ด ฐานปล่อยปละละเลยให้กองเชียร์อยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้จัดไว้ให้เป็นที่นั่ง มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.17 โดยกำหนดโทษปรับเงิน 50,000 บาท

แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะสโมสรเคยถูกลงโทษในความผิดลักษณะเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้งในฤดูกาลเดียวกัน ทำให้เข้าข่ายกระทำผิดซ้ำตามข้อเดียวกัน จึงถูกเพิ่มโทษอีก 25,000 บาท รวมเป็นเงิน 75,000 บาท

สรุปโทษปรับเหลือ 18,750 บาท ตามระดับการแข่งขันไทยลีก 3

แม้ยอดโทษรวมตามระเบียบจะอยู่ที่ 75,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันในระดับ ไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ สรุปแล้ว นรา ยูไนเต็ด ต้องชำระค่าปรับเป็นเงิน 18,750 บาท

ตัวเลขนี้อาจไม่ใช่เงินก้อนมหาศาลสำหรับสโมสร แต่ในมุมภาพลักษณ์และมาตรฐานการจัดการแข่งขัน ถือเป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่าเกมใหญ่แค่ไหน แฟนบอลแน่นเพียงใด สโมสรเจ้าบ้านก็ต้องควบคุมพื้นที่ให้ได้ตามระเบียบ

เกมใหญ่ที่ทั้งภูมิใจและต้องจำเป็นบทเรียน

เกมดังกล่าวเป็นนัดสำคัญของศึก BYD DOLPHIN LEAGUE 3 รอบชิงชนะเลิศ นัดสอง โดย นรา ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ อุตรดิตถ์ เอฟซี 1-1 และเมื่อรวมผลสองนัด นรา ยูไนเต็ด ชนะด้วยสกอร์รวม 4-3 คว้าแชมป์ไทยลีก 3 พร้อมตั๋วเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 ได้อย่างยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในสนามต้องเดินคู่กับมาตรฐานนอกสนาม เกมที่แฟนบอลเต็มความจุเป็นเรื่องน่าภูมิใจ แต่ถ้าการจัดการไม่แน่นพอ จากบรรยากาศฉลองชัยก็อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงที่ย้อนมาทำให้สโมสรต้องเสียหายได้เช่นกัน

มุมมอง GOALSIAM

กรณีนี้สะท้อนชัดว่าเสน่ห์ของฟุตบอลท้องถิ่นยังทรงพลัง แฟนบอลพร้อมหนุนทีมแบบสุดหัวใจ แต่ฟุตบอลยุคนี้ไม่ได้วัดกันแค่เสียงเชียร์หรือจำนวนคนบนอัฒจันทร์เท่านั้น มาตรฐานสนาม ความปลอดภัย และการจัดการฝูงชนคือสิ่งที่สโมสรต้องยกระดับให้ทันความเติบโตของทีม

นรา ยูไนเต็ด ได้ทั้งแชมป์ ได้ทั้งการเลื่อนชั้น และได้บทเรียนราคา 18,750 บาทติดมือไปพร้อมกัน บทเรียนนี้ถ้าจัดการให้ดี อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับสโมสรให้พร้อมกับเวทีที่ใหญ่กว่าเดิมในฤดูกาลหน้า

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ

  • ความจุสนามที่แจ้งไว้เป็นตัวเลขสำคัญต่อการควบคุมความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ข้อมูลประกอบการแข่งขัน
  • พื้นที่รอบรั้วสนามไม่ใช่จุดรับชมหลัก หากมีแฟนบอลยืนหนาแน่นอาจกระทบต่อความปลอดภัยและการควบคุมเกม
  • สโมสรเจ้าบ้านต้องรับผิดชอบทั้งบรรยากาศการแข่งขัน การจัดระเบียบแฟนบอล และการปฏิบัติตามข้อบังคับของลีก

ขอบคุณรูปภาพจาก NARA UNITED

ติดตาม ฟุตบอลไทย GOALSIAM ไว้ให้ทันทุกประเด็นเดือดของฟุตบอลไทย ทั้งข่าวสโมสร ผลการแข่งขัน บทลงโทษ และความเคลื่อนไหวสำคัญก่อนใคร

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,