การท่าเรือ เอฟซี ขยับครั้งสำคัญบนม้านั่งกุนซือ ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เฮดโค้ชชาวเซอร์เบีย เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่อย่างเป็นทางการ แทนที่ สระราวุฒิ ตรีพันธ์ พร้อมดึงทีมงานชาวเซอร์เบียเข้ามาเสริมความเข้มข้น ก่อนเปิดภารกิจแรกในฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน
นี่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวกุนซือ แต่ถือเป็นการเลือกโค้ชที่มีประสบการณ์ทั้งฟุตบอลไทย อาเซียน ยุโรป และการแข่งขันระดับทวีป เข้ามารับงานในช่วงที่ทัพสิงห์เจ้าท่าต้องรับมือโปรแกรมหลายรายการพร้อมกัน
โบซิดาร์ บันโดวิช รับไม้ต่อกุนซือการท่าเรือ
โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือวัย 57 ปี มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 และจะเริ่มทำงานกับทีมทันที โดยเป้าหมายแรกคือการเตรียมความพร้อมสำหรับโปรแกรมสำคัญที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า
ทีมงานของบันโดวิชยังมี ซึรดัน สตอยเชฟสกี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนชาวเซอร์เบีย ซึ่งจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมทำงานกับทีมชุดใหม่อย่างเต็มตัว
บททดสอบอย่างเป็นทางการนัดแรกของกุนซือชาวเซอร์เบียถูกวางไว้ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เมื่อการท่าเรือจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เปอร์ซิบ บันดุง ในศึก Shopee Cup 2026/27 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก
โปรไฟล์ระดับแชมป์ รู้จักไทยลีกเป็นอย่างดี
จุดแข็งสำคัญของบันโดวิชคือการไม่ต้องเริ่มเรียนรู้ฟุตบอลไทยจากศูนย์ เพราะเจ้าตัวผ่านการทำงานในไทยลีกมาแล้วหลายสโมสร และเคยสร้างผลงานระดับแชมป์อย่างชัดเจน
ช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดคือการคุม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกันในปี 2017 และ 2018 รวมถึงได้รับรางวัลหัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแห่งปี
ก่อนหน้านั้นยังเคยทำงานกับ บีอีซี เทโรศาสน และคว้าแชมป์โตโยต้า พรีเมียร์ คัพ 1 สมัย รวมถึงเคยผ่านการคุม ศรีสะเกษ เอฟซี และ พีที ประจวบ เอฟซี ทำให้ประสบการณ์ในประเทศไทยของเจ้าตัวครอบคลุมถึง 4 สโมสร
ไม่ได้มีดีแค่ไทยลีก ผ่านทั้งยุโรปและอาเซียน
เส้นทางการทำงานของบันโดวิชไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฟุตบอลไทย เขาเคยคุม ฮานอย ในวีลีก ประเทศเวียดนาม และพาทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์คัพในปี 2022 ก่อนคว้ารางวัลหัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแห่งปีในปี 2023
ประสบการณ์ในยุโรปยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้การแต่งตั้งครั้งนี้ เจ้าตัวเคยทำงานกับ โอลิมเปียกอส สโมสรยักษ์ใหญ่ของกรีซ, เอฟซี บากู ในอาเซอร์ไบจาน รวมถึง โวฟโวดินา และ เอฟเค ราดนิคกี้ 1923 ในลีกสูงสุดเซอร์เบีย
อีกด้านที่น่าสนใจคือประสบการณ์ฟุตบอลระดับทวีป ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับโอลิมเปียกอส และเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีกกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมถึงฮานอย ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับการท่าเรือในช่วงที่สโมสรกำลังขยายเป้าหมายออกนอกประเทศ

ซึรดัน สตอยเชฟสกี มือขวาที่มาพร้อมประสบการณ์
การเข้ามาของบันโดวิชครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง เพราะ ซึรดัน สตอยเชฟสกี วัย 41 ปี จะเข้ามารับบทผู้ช่วยผู้ฝึกสอน โดยทั้งคู่เคยร่วมงานกันตั้งแต่ช่วงทำงานในประเทศเวียดนาม ก่อนสานต่อความร่วมมือในเซอร์เบีย
สตอยเชฟสกีถือใบอนุญาตยูฟ่า โปร ไลเซนส์ เช่นเดียวกัน และมีประสบการณ์เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทั้งในลีกสูงสุดและลีกรองของเซอร์เบีย นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติเซอร์เบีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และ 19 ปี
การมีผู้ช่วยที่คุ้นเคยกับแนวทางการทำงานของเฮดโค้ชอยู่แล้ว ช่วยลดช่วงเวลาปรับตัวของทีมงานใหม่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีเวลาเตรียมทีมก่อนเกมแรกไม่มากนัก
การเปลี่ยนแปลงหลังยุค โค้ชอู๊ด
ก่อนแต่งตั้งบันโดวิช การท่าเรือเพิ่งตกลงแยกทางกับ สระราวุฒิ ตรีพันธ์ กุนซือวัย 46 ปีด้วยดี พร้อมยกย่องถึงผลงานและความทุ่มเทตลอดระยะเวลาที่ทำงานกับสโมสรในหลายบทบาท
ผลงานสำคัญของโค้ชอู๊ดคือการมีส่วนกับชุดคว้าแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2019 ในฐานะผู้ช่วย ก่อนก้าวขึ้นมานำทีมจบรองแชมป์ไทยลีกฤดูกาล 2025/26 คว้าสิทธิ์เล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีลิทเป็นครั้งแรกของสโมสร และคว้าแชมป์เมืองไทย คัพ ซึ่งเป็นแชมป์รายการดังกล่าวของทีมในรอบ 16 ปี
ฤดูกาลก่อนเขายังเคยพาการท่าเรือทำสถิติไร้พ่าย 11 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ ด้วยผลงานชนะ 9 เสมอ 2 ยิง 27 ประตู และเสียเพียง 7 ประตู จนได้รับการต่อสัญญาให้ทำงานต่อในฤดูกาล 2026/27 ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกทางกันในวันที่ 25 กันยายน 2569
โจทย์ใหญ่ของบันโดวิชกับสิงห์เจ้าท่า
สิ่งที่รอกุนซือคนใหม่ไม่ใช่งานง่าย เพราะการท่าเรืออยู่ในช่วงที่ต้องบริหารทั้งการแข่งขันภายในประเทศและเวทีนานาชาติ สโมสรเพิ่งลงเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีลิท ซึ่งยกระดับความเข้มข้นของโปรแกรมขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังมี Shopee Cup เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งรายการ
โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การจัดสมดุลขุมกำลัง การรักษาความสดของผู้เล่น และการวางระบบที่สามารถรับมือกับคู่แข่งต่างสไตล์ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยไม่ปล่อยให้ผลงานรายการใดรายการหนึ่งตกลงไป
ชื่อชั้นของบันโดวิชอาจช่วยเพิ่มความคาดหวัง แต่สิ่งที่จะตัดสินความสำเร็จคือความเร็วในการปรับทีมให้เข้าใจวิธีการเล่นใหม่ เพราะเกมแรกกับเปอร์ซิบ บันดุงรออยู่ในวันที่ 8 ตุลาคม และนั่นจะเป็นเวทีแรกที่แฟนบอลได้เห็นภาพชัดขึ้นว่าการท่าเรือยุคใหม่กำลังเดินไปในทิศทางใด
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ การเปลี่ยนกุนซือฟุตบอลอาชีพ
- การเปลี่ยนเฮดโค้ชระหว่างฤดูกาลมักมีเวลาปรับแท็กติกจำกัด โค้ชใหม่จึงต้องเลือกว่าจะเปลี่ยนระบบทันทีหรือค่อยปรับจากโครงสร้างเดิม
- ใบอนุญาต UEFA Pro Licence เป็นคุณวุฒิระดับสูงสำหรับผู้ฝึกสอนฟุตบอล และมักเป็นข้อกำหนดสำหรับการทำงานในฟุตบอลระดับอาชีพและรายการชั้นนำ
- ทีมที่ลงแข่งขันหลายรายการต้องให้ความสำคัญกับการหมุนเวียนนักเตะ การฟื้นฟูสภาพร่างกาย และการวางแผนโปรแกรมมากกว่าทีมที่เล่นเพียงรายการเดียว
ขอขอบคุณรูปภาพจาก การท่าเรือ เอฟซี Port FC
การมาของบันโดวิชจึงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของสิงห์เจ้าท่า เมื่อสโมสรเลือกกุนซือที่ผ่านทั้งเกมล่าแชมป์และเวทีระดับทวีปเข้ามารับภารกิจใหญ่ จากนี้ทุกสายตาจะจับจ้องว่าเขาจะยกระดับการท่าเรือได้เร็วแค่ไหน ติดตามข่าวฟุตบอลไทย ความเคลื่อนไหวไทยลีก และประเด็นร้อนวงการลูกหนังได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM