คณะวินัยฯ ลงดาบผู้ช่วยผู้ตัดสิน หลังพลาดจังหวะสำคัญ

คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท มีมติลงโทษ นายณรงค์ หาญศึก ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ด้วยการพักปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 2 เดือน หลังตรวจสอบพบว่าปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดในเกม บีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง ระหว่าง หนองบัว พิชญ เอฟซี พบ พีที สตูล เอฟซี เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 โดยเกมดังกล่าวจบลงด้วยชัยชนะของหนองบัว พิชญ เอฟซี 4-3

เหตุการณ์นี้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 5 ประจำฤดูกาล 2569/70 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 หลัง พีที สตูล เอฟซี ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อการทำหน้าที่ในจังหวะที่นำไปสู่ประตูช่วงท้ายเกม

จุดเปลี่ยนนาที 86 ลวน คอสต้า หลุดทำประตู

จังหวะปัญหาเกิดขึ้นในนาทีที่ 86 เมื่อ ไคโอ โรดริเกวซ ผู้เล่นหมายเลข 33 ของหนองบัว พิชญ เอฟซี เปิดบอลไปให้ ลวน คอสต้า หมายเลข 10 ก่อนเจ้าตัวส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย ทว่าผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ไม่ได้ยกธงแจ้งล้ำหน้า ทำให้เกมดำเนินต่อและประตูได้รับการรับรอง

หลังจบเกม ฝั่งพีที สตูล เอฟซี เดินหน้ายื่นเรื่องร้องเรียน ก่อนที่คณะกรรมการจะตรวจสอบและมีข้อสรุปว่า ลวน คอสต้า อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า เพราะอยู่ใกล้เส้นประตูของฝ่ายตรงข้ามมากกว่าผู้เล่นฝ่ายรับคนที่สองจากท้ายสุดและลูกบอลในจังหวะที่เพื่อนร่วมทีมจ่ายมาให้

ตำแหน่งยืนผู้ช่วยเปากลายเป็นหัวใจของความผิดพลาด

รายละเอียดสำคัญไม่ได้อยู่เพียงแค่การไม่ยกธง แต่ยังรวมถึงตำแหน่งยืนของผู้ช่วยผู้ตัดสิน โดยคณะกรรมการระบุว่า นายณรงค์ หาญศึก ยืนห่างจากแนวตรวจสอบล้ำหน้า และไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกับผู้เล่นฝ่ายรับของพีที สตูล เอฟซี คนที่สองจากท้ายสุด ส่งผลให้การประเมินตำแหน่งของผู้เล่นเกมรุกคลาดเคลื่อน

ตามหลักการทำหน้าที่ เมื่อ ลวน คอสต้า รับบอลจากเพื่อนร่วมทีม ผู้ช่วยผู้ตัดสินควรยกธงแจ้งการล้ำหน้า แต่เมื่อไม่มีสัญญาณเกิดขึ้น การเล่นจึงเดินหน้าต่อจนกลายเป็นประตูสำคัญของเกม

พักงาน 2 เดือน ตามบทลงโทษข้อ 57 (8)

จากความผิดพลาดดังกล่าว คณะกรรมการมีมติลงโทษ นายณรงค์ หาญศึก ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน บทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) ด้วยการ พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ถูกต้อง

คดีนี้ยังสะท้อนความสำคัญของผู้ช่วยผู้ตัดสินในเกมที่ไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจสอบทุกจังหวะ โดยไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27 มีรายงานว่าจะใช้ VAR เฉพาะช่วง 5 นัดสุดท้ายและรอบเพลย์ออฟ ทำให้การแข่งขันช่วงต้นและกลางฤดูกาลต้องพึ่งพาการตัดสินในสนามอย่างหนัก

หนึ่งธงอาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ทันที

หน้าที่ของผู้ช่วยผู้ตัดสินในจังหวะล้ำหน้าต้องอาศัยทั้งตำแหน่งยืน สมาธิ และการอ่านจังหวะในเสี้ยววินาที เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงครั้งเดียวสามารถนำไปสู่ประตู และอาจส่งผลโดยตรงต่อคะแนนของทีมในเกมลีกที่ทุกแต้มมีความหมาย

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับกติกาล้ำหน้าและผู้ช่วยผู้ตัดสิน

  • การยืนในตำแหน่งที่เหมาะสมช่วยให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินเปรียบเทียบตำแหน่งผู้เล่นเกมรุกกับผู้เล่นฝ่ายรับคนที่สองจากท้ายสุดได้แม่นยำขึ้น
  • ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไม่ได้ถือว่าทำผิดทันที ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเล่นตามหลักกติกาจึงจะถูกลงโทษ
  • ในเกมที่ไม่มี VAR การตัดสินของผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจังหวะชี้ขาด

ติดตามความเคลื่อนไหว ฟุตบอลไทย ข่าวไทยลีก ผลการแข่งขัน และประเด็นร้อนในวงการลูกหนังไทยได้ต่อเนื่องที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM