ช้างศึกพร้อมชนฟิลิปปินส์ แม้ตีตั๋วรอบชิงแล้ว

ทีมชาติไทย เดินหน้าลุยศึก ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 แบบไม่คิดผ่อนคันเร่ง แม้จะการันตีผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเรียบร้อยแล้ว หลังเก็บชัย 2 นัดรวดในกลุ่มบี โดยเกมส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่มกับฟิลิปปินส์ เป้าหมายยังชัดเจนคือคว้าชัยเพื่อรักษาโมเมนตัมและเติมความมั่นใจก่อนเกมชิงแชมป์

ทัพช้างศึกลงฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่สนามฟุตบอลซาการา ไอทีบี เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนลงสนามดวลฟิลิปปินส์ โดย แอนโทนี ฮัดสัน นำผู้เล่นทั้ง 23 รายลงซ้อมแท็กติกประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมรายละเอียดสำหรับเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม

ผลงานสองนัดแรกดุดัน ยิง 6 ไม่เสียประตู

เส้นทางของช้างศึกในรายการนี้เริ่มต้นอย่างแข็งแกร่ง นัดแรกถล่มปากีสถาน 4-0 ก่อนสยบเวียดนาม 2-0 ในเกมที่สอง ทำให้ไทยมี 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัด ยิงไปแล้ว 6 ประตูโดยยังไม่เสียประตู พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันที

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกมกับฟิลิปปินส์ไม่มีผลต่อการเข้าชิงของไทย แต่ในมุมของทีม นี่คืออีกหนึ่งบททดสอบสำคัญก่อนเข้าสู่เกมเดิมพันแชมป์ เพราะการรักษาจังหวะการเล่นและความมั่นใจให้ต่อเนื่องอาจมีความหมายอย่างมากในนัดชิงดำ

จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์ ย้ำทุกคนต้องใส่เต็ม

จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์ ศูนย์หน้าช้างศึกแสดงความยินดีที่ได้กลับมารับใช้ทีมชาติและสามารถทำประตูได้อีกครั้ง แต่ย้ำว่าความสำเร็จของทีมในการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคือเรื่องสำคัญที่สุด

“ดีใจที่กลับมาติดทีมชาติอีกครั้งและทำประตูได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการผ่านเข้าชิงชนะเลิศ”

แม้เกมกับฟิลิปปินส์จะไม่สามารถเปลี่ยนสถานะการเข้ารอบของไทยได้ แต่จู๊ดยืนยันชัดเจนว่าใครก็ตามที่ได้รับโอกาสลงสนามจะต้องเล่นด้วยความจริงจังเหมือนเดิม

“เกมกับฟิลิปปินส์ ไม่ว่าใครจะได้ลงสนามก็อยากทำให้เต็มที่เหมือนกับทุกเกมที่ผ่านมา และเก็บผลการแข่งขันที่ดีให้ได้ เราอยากชนะเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพวกเราเองก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ”

คู่ชิงลงตัว ไทยปะทะอินโดนีเซีย 5 ตุลาคม

ก่อนหน้านี้ จู๊ด เบลล์ เปิดเผยว่าอยากเผชิญหน้าเจ้าภาพอินโดนีเซียในรอบชิงชนะเลิศ เพราะต้องการสัมผัสเกมใหญ่ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์เจ้าถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดัน

“นัดชิงชนะเลิศ ถ้าให้เลือกก็อยากเจออินโดนีเซีย เพราะจะได้เล่นภายใต้แฟนบอลจำนวนมาก ซึ่งคงเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่มากๆ ในอาเซียน ส่วนแฟนบอลของอินโดนีเซียก็ทราบดีว่ามีความดุดันมากในการเชียร์ แต่ไม่ว่าเราจะเจอใครก็ตาม เราก็อยากเก็บชัยชนะและคว้าแชมป์ให้ได้”

ล่าสุดความต้องการของดาวยิงช้างศึกกลายเป็นจริง เมื่ออินโดนีเซียถล่มบังกลาเทศ 9-2 ในนัดสุดท้ายกลุ่มเอ ทำให้มี 7 คะแนนเท่ามาเลเซีย และผ่านเข้ารอบด้วยเงื่อนไขจำนวนประตูที่ทำได้ หลังเฮดทูเฮดและผลต่างประตูได้เสียเท่ากัน ส่งผลให้คู่ชิงชนะเลิศเป็น ไทย พบ อินโดนีเซีย ในวันที่ 5 ตุลาคม 2569

โปรแกรมทีมชาติไทย พบ ฟิลิปปินส์

ก่อนมุ่งหน้าสู่เกมชิงแชมป์ ไทยยังมีภารกิจรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย พบฟิลิปปินส์ ทีมอันดับ 135 ของโลก ที่สนามศรีจาลัก ฮารุปัต สเตเดียม เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น.

เกมนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงสนามให้ครบโปรแกรม แต่เป็นโอกาสสำคัญในการรักษาความเข้มข้นของทีม เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เคาะสนิม และเตรียมสภาพทีมให้พร้อมที่สุด ก่อนเข้าสู่ศึกใหญ่กับเจ้าภาพอินโดนีเซียในรอบชิงชนะเลิศ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026

  • รอบแบ่งกลุ่มแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยทีมแชมป์กลุ่มผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ส่วนอันดับสองไปเล่นนัดชิงอันดับ 3
  • ทีมชาติไทยชนะสองเกมแรกเหนือปากีสถาน 4-0 และเวียดนาม 2-0 ทำให้การันตีแชมป์กลุ่มบีก่อนลงเล่นนัดสุดท้าย
  • รอบชิงชนะเลิศ ไทย พบ อินโดนีเซีย มีกำหนดแข่งขันวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

ขอขอบคุณรูปภาพจาก ฟุตบอลทีมชาติไทย

ทุกเกมจากนี้คือบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของช้างศึก ติดตามความเคลื่อนไหว ฟุตบอลทีมชาติไทย ผลการแข่งขัน โปรแกรมนัดสำคัญ และข่าวฟุตบอลเข้มข้นก่อนใครได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM