เดือดทั้งในและนอกสนาม! บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ อยุธยา ยูไนเต็ด เจอบทลงโทษหนักจากเหตุแฟนบอลก่อความวุ่นวายในศึก ไทยลีก 2026/27 หลังมีการขว้างปาสิ่งของใส่กันบนอัฒจันทร์ ก่อนลุกลามถึงเหตุทำร้ายร่างกายกองเชียร์ทีมเยือนหลังจบเกม ล่าสุดคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท สั่งปรับเดอะ แรบบิท รวม 80,000 บาท ส่วนทัพนักรบอโยธยาโดน 30,000 บาท รวมค่าปรับสองสโมสรพุ่งถึง 110,000 บาท

เปิดชนวนเดือด บีจี ปทุม เสมอ อยุธยา 1-1 ก่อนเกิดเหตุวุ่นวาย

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเกมฟุตบอลบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่สนามทรู บีจี สเตเดียม ซึ่งบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ อยุธยา ยูไนเต็ด 1-1 โดยทีมเยือนได้ประตูจาก วิลเลียน โมต้า นาทีที่ 23 ก่อน พาตริก กุสตาฟส์สัน ยิงตีเสมอให้เจ้าถิ่นในนาทีที่ 54

แต่สิ่งที่กลายเป็นประเด็นร้อนกลับไม่ใช่ผลการแข่งขัน เพราะหลังจากนั้นเพียงนาทีเดียว ความตึงเครียดบนอัฒจันทร์ก็ปะทุขึ้น ก่อนจะมีรายงานเหตุรุนแรงอีกครั้งภายหลังเสียงนกหวีดหมดเวลา

นาที 55 แฟนบอลสองฝั่งขว้างสิ่งของใส่กัน ตำรวจต้องเข้าระงับเหตุ

เหตุการณ์แรกเกิดบริเวณอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ ซึ่งแบ่งพื้นที่กองเชียร์อยุธยา ยูไนเต็ด อยู่ทางซ้าย และกองเชียร์บีจี ปทุม ยูไนเต็ด อยู่ทางขวา โดยมีผ้าใบสีน้ำเงินขึงกั้นในแนวดิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้แฟนบอลทั้งสองฝ่ายข้ามเขตเข้าหากัน

อย่างไรก็ตาม มาตรการแบ่งพื้นที่ไม่สามารถหยุดความวุ่นวายได้ เมื่อกองเชียร์ทั้งสองฝั่งขว้างปาสิ่งของใส่กัน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายรักษาความปลอดภัยต้องรีบเข้าควบคุมสถานการณ์ ก่อนเหตุการณ์จะสงบลงโดยไม่มีการปะทะลุกลามในบริเวณดังกล่าว

หลังเกมยังไม่จบ แฟนบอลอยุธยาถูกทำร้ายระหว่างเดินไปลานจอดรถ

เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นหลังสิ้นสุดการแข่งขัน ขณะที่กองเชียร์กำลังทยอยออกจากสนาม โดยผู้ควบคุมการแข่งขันได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทีมและแฟนบอลอยุธยา ยูไนเต็ด ว่ากองเชียร์ทีมเยือนมีปากเสียงกับกลุ่มชายสวมชุดดำระหว่างเดินจากอัฒจันทร์ไปยังลานจอดรถ ก่อนถูกใช้กำลังทำร้ายร่างกาย

รายงานระบุว่าผู้ถูกทำร้ายมีบาดแผลบริเวณใบหน้า พร้อมภาพถ่ายบาดแผลและพยานบุคคลยืนยันเหตุการณ์ ขณะที่ภาพซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์แสดงให้เห็นว่ากลุ่มชายชุดดำดังกล่าวเคยอยู่ในพื้นที่อัฒจันทร์ที่จัดไว้สำหรับกองเชียร์บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ระหว่างการแข่งขัน

เหตุการณ์นี้ทำให้ประเด็นความปลอดภัยของแฟนบอลถูกตั้งคำถามอย่างหนัก เพราะความรับผิดชอบในการดูแลผู้ชมไม่ได้สิ้นสุดลงทันทีที่การแข่งขันจบลง โดยเฉพาะเส้นทางเข้าออกสนามและพื้นที่ที่กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายอาจเผชิญหน้ากัน

คณะกรรมการวินัยสั่งลงดาบ บีจี ปทุม 80,000 บาท อยุธยา 30,000 บาท

ในการประชุม คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 7 ประจำฤดูกาล 2569/70 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน ที่ประชุมพิจารณาหลักฐานและรายละเอียดของทั้งสองเหตุการณ์ ก่อนมีคำสั่งลงโทษตามระเบียบการแข่งขัน

รายละเอียดบทลงโทษทั้งสองสโมสร

  • บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ถูกปรับ 30,000 บาท จากกรณีกองเชียร์ขว้างปาสิ่งของใส่ฝ่ายตรงข้าม ตามระเบียบข้อ 4.4
  • อยุธยา ยูไนเต็ด ถูกปรับ 30,000 บาท จากความผิดลักษณะเดียวกัน ตามระเบียบข้อ 4.4
  • บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ถูกปรับเพิ่มอีก 50,000 บาท จากกรณีกองเชียร์ทำร้ายร่างกายบุคคลภายในสถานที่จัดการแข่งขัน ตามระเบียบข้อ 4.9

สรุปแล้ว บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องรับโทษปรับรวม 80,000 บาท ส่วนอยุธยา ยูไนเต็ด ถูกปรับ 30,000 บาท ทำให้ยอดค่าปรับจากเหตุการณ์ในเกมเดียวรวมเป็นเงิน 110,000 บาท

เจาะกฎไทยลีก ขว้างสิ่งของและทำร้ายแฟนบอลมีโทษหนักแค่ไหน?

บทลงโทษครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ซึ่งกำหนดความรับผิดชอบของสโมสรต่อพฤติกรรมกองเชียร์ไว้อย่างชัดเจน

ข้อ 4.4 ขว้างปาสิ่งของใส่คู่แข่งขัน

หากกองเชียร์หรือบุคคลใดขว้างปาวัตถุเข้าสนาม หรือกระทำต่อผู้เล่น เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์คู่แข่งขัน และเจ้าหน้าที่การแข่งขัน สโมสรต้นสังกัดของผู้กระทำ และ/หรือ สโมสรเจ้าบ้านที่ปล่อยให้เกิดเหตุ อาจถูกปรับตั้งแต่ 30,000-60,000 บาท

ข้อ 4.9 ทำร้ายร่างกายในสถานที่แข่งขัน

กรณีทำร้ายร่างกายบุคคลภายในสถานที่แข่งขัน โดยไม่ถึงขั้นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีโทษปรับ 50,000 บาท ซึ่งเป็นข้อหาที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้รับเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ครั้งนี้

แต่หากการกระทำส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ บาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิต บทลงโทษอาจเพิ่มเป็นค่าปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท พร้อมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตามที่เรียกร้อง และอาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษตามความรุนแรงของกรณี

นอกจากนี้ สโมสรเจ้าบ้านอาจมีความผิดตามข้อ 5.3.18 เพิ่มเติมได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเงื่อนไขที่คณะกรรมการใช้พิจารณา

บีจี ปทุม เจอมรสุมซ้ำ ฟอร์มสะดุดก่อนเปลี่ยนกุนซือ

นอกจากปัญหาบนสนามและบทลงโทษทางวินัยแล้ว บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยังเผชิญสถานการณ์กดดันด้านผลงาน หลังเปิดบ้านทำได้เพียงเสมออยุธยา ยูไนเต็ด 1-1 ก่อนพ่ายแอดิเลด ยูไนเต็ด 1-2 ในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ทู เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม มีรายงานว่าสโมสรแยกทางกับ วลาดิเมียร์ วูโจวิช หลังคุมทีมลงสนาม 6 นัดรวมทุกรายการ เก็บชัยชนะได้เพียง 1 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 2 นัด พร้อมให้ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ หรือ โค้ชเบนซ์ เข้ามารับหน้าที่คุมทีมรักษาการ

โปรแกรมต่อไปเดอะ แรบบิท มีคิวบุกเยือนศรีสะเกษ ยูไนเต็ด วันที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่สนามศรีนครลำดวน ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ท่ามกลางปัญหาที่สโมสรต้องเร่งจัดการทั้งในและนอกสนาม

ประเด็นที่แฟนบอลแบ่งเป็นสองฝั่ง สโมสรควรรับผิดชอบแค่ไหน?

คำสั่งปรับเงินครั้งนี้เปิดประเด็นถกเถียงในวงการ ฟุตบอลไทย โดยมุมหนึ่งมองว่าการลงโทษสโมสรเป็นสิ่งจำเป็น เพราะทีมต้องรับผิดชอบต่อพฤติกรรมกองเชียร์และมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต

แต่อีกมุมมองตั้งคำถามว่า สโมสรควรต้องรับภาระมากน้อยเพียงใดจากการกระทำของบุคคลบางกลุ่ม โดยเฉพาะเหตุที่เกิดระหว่างการเดินออกจากสนาม ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาทั้งพยานหลักฐาน การจัดการพื้นที่ และความรับผิดชอบของผู้ก่อเหตุโดยตรง

จากเหตุปะทะสู่ผลกระทบ ความปลอดภัยแฟนบอลคือโจทย์ใหญ่

กรณีนี้สะท้อนว่า การแบ่งโซนกองเชียร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีมาตรการควบคุมทางเข้าออก การดูแลเส้นทางเดิน และการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดเสี่ยงอย่างรัดกุม

หากมองจากมุมสโมสรเจ้าบ้าน สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการจ่ายค่าปรับให้จบเรื่อง แต่ต้องทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยร่วมกับเจ้าหน้าที่สนามและฝ่ายจัดการแข่งขัน เพื่อให้แฟนบอลทั้งทีมเหย้าและทีมเยือนสามารถเดินทางกลับได้โดยไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุรุนแรง

เว็บบอร์ดชวนคุย บทลงโทษ 110,000 บาทเพียงพอหรือยัง?

แฟนบอลคิดอย่างไรกับบทลงโทษครั้งนี้ การปรับเงินสโมสรทั้งสองฝ่ายเป็นมาตรการที่เหมาะสมแล้ว หรือควรเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมกลุ่มผู้ก่อเหตุเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เพราะสุดท้ายฟุตบอลควรเป็นพื้นที่แห่งการแข่งขันและความสนุก ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้ชมต้องเสี่ยงอันตรายเพียงเพราะสวมเสื้อเชียร์คนละทีม

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับบทลงโทษแฟนบอลในฟุตบอลไทย

  • สโมสรสามารถถูกลงโทษจากพฤติกรรมกองเชียร์ได้ แม้ผู้กระทำจะไม่ใช่นักฟุตบอลหรือเจ้าหน้าที่ทีม เพราะระเบียบกำหนดความรับผิดชอบขององค์กรสมาชิกเอาไว้
  • การขว้างสิ่งของใส่ผู้เล่น เจ้าหน้าที่ หรือกองเชียร์ฝ่ายตรงข้าม ถือเป็นความผิดทางวินัยที่อาจนำไปสู่การปรับเงิน แม้การแข่งขันจะไม่ได้หยุดลงก็ตาม
  • การรักษาความปลอดภัยในสนามฟุตบอลครอบคลุมทั้งก่อนแข่งขัน ระหว่างแข่งขัน และหลังจบเกม โดยเฉพาะพื้นที่ทางเดินและจุดเข้าออกที่แฟนบอลต่างฝ่ายอาจพบกัน

ติดตามทุกความเคลื่อนไหว ข่าวไทยลีกล่าสุด บทลงโทษสโมสร และประเด็นร้อนฟุตบอลไทยแบบเข้มข้น เจาะลึกทุกแง่มุมได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM แหล่งรวมข่าวฟุตบอลที่แฟนบอลตัวจริงไม่ควรพลาด