ทีมชาติไทย U15 กลับมาระเบิดฟอร์มอย่างเด็ดขาด หลังไล่ต้อน ซามัว 3-0 ในศึก FIFA U-15 World Cup & Festival 2026 กลุ่ม M นัดที่ 3 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ ฮอฟซาน คอมเพติชัน คอมเพล็กซ์ กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ขณะที่ โค้ชบอม กันตพล เลิศล้ำสกุลการ เปิดใจถึงการปรับวิธีสื่อสารกับลูกทีม พร้อมยอมรับว่ายังมีหลายจุดต้องแก้ไข ก่อนเผชิญบททดสอบสำคัญกับโคลอมเบีย

ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ทัพ ช้างศึก U15 เก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนนจากการลงสนาม 3 นัด แบ่งเป็นชนะ 2 แพ้ 1 รั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม M และเรียกความมั่นใจกลับมาได้ทันเวลาหลังพ่ายสโลวาเกียอย่างหวุดหวิดในเกมก่อนหน้า

ไทย U15 คืนฟอร์มดุ ทุบซามัว 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญ

ก่อนลงสนามพบซามัว ทีมชาติไทยเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยการเฉือนสาธารณรัฐโดมินิกัน 3-2 ก่อนพลาดท่าพ่ายสโลวาเกีย 2-3 ทำให้เกมที่สามมีความสำคัญทั้งเรื่องผลการแข่งขันและสภาพจิตใจของนักเตะ

เกมนี้ทีมชาติไทยมีการหมุนเวียนผู้เล่นเพื่อเปิดโอกาสให้แข้งดาวรุ่งได้สัมผัสเกมมากขึ้น ก่อนเดินหน้าเก็บชัยชนะด้วยสามประตูจาก รัชชานนท์ เมืองมา นาทีที่ 18, อภิวิชญ์ อ่อนละมุน นาทีที่ 25 และ ภาคิน ธรรมเที่ยง นาทีที่ 29 ปิดเกมด้วยสกอร์ 3-0 อย่างเด็ดขาด

นอกจากสามแต้มที่ได้รับ สิ่งสำคัญคือการที่ผู้เล่นหลายคนได้โอกาสพิสูจน์ฝีเท้าในระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของทีมงานในการสร้างประสบการณ์ให้กับนักฟุตบอลเยาวชนชุดนี้

โค้ชบอมเผยเหตุผลโรเตชั่นแข้งไทย เปิดโอกาสดาวรุ่งลงสนาม

หลังจบการแข่งขัน กันตพล เลิศล้ำสกุลการ หัวหน้าฝ่ายโครงการ FIFA TDS ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย U15 เปิดเผยถึงแนวคิดการจัดทีม โดยเน้นให้ผู้เล่นที่ยังไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้น

“เป็นเกมที่เรากลับมาเก็บชัยชนะได้หลังเกมกับ สโลวาเกีย และเป็นเกมที่ตั้งใจจะให้โอกาสกับน้องๆ หลายๆ คนที่อาจจะยังไม่ได้สัมผัสการสตาร์ทเป็นตัวจริง จะได้ให้เขาได้มีเวลาลงเล่นมากขึ้นด้วยครับในเกมนี้”

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าทีมงานไม่ได้มองเพียงผลการแข่งขันเฉพาะหน้า แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเตะทุกคน เพราะเวทีระดับโลกสำหรับเยาวชนถือเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้ฟุตบอลที่แตกต่างจากการแข่งขันภายในประเทศ

ยอมรับเด็กยังเกร็ง เน้นสื่อสารและกล้าแสดงออกในสนาม

อีกหนึ่งประเด็นที่โค้ชบอมให้ความสำคัญคือการสื่อสารระหว่างผู้เล่น โดยทีมงานพยายามปรับวิธีกระตุ้นนักเตะให้มีอิสระในการตัดสินใจมากขึ้น แม้ยอมรับว่ายังมีบางช่วงที่ลูกทีมเล่นด้วยความเกร็งและขาดการสื่อสาร

“วันนี้เราลองปรับวิธีเรื่องของการสื่อสาร การกระตุ้นน้องๆ พยายามที่จะให้น้องๆ ได้สื่อสารหรือได้อิสระในการเล่นเวลาอยู่ในสนามด้วย อาจจะยังมีความเงียบอยู่บ้าง หรือว่าอาจจะแบบยังเกร็งๆ ด้วยครับ เราพยายามกระตุ้นจากข้างๆ สนามเพิ่มเติมด้วยครับ จริงๆ ถามว่าพอใจไหม? ภาพรวมค่อนข้างโอเคครับกับเด็กทุกคน อาจจะยังมีเรื่องของการปรับตัวและมีความเสียดายเกมที่แล้วเฉยๆ ครับ ที่เราน่าจะเสมอได้กับ สโลวาเกีย ภาพรวมคิดว่าน้องๆ ได้เรียนรู้และสัมผัสบรรยากาศมากขึ้น”

คำพูดดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าความพ่ายแพ้ต่อสโลวาเกียยังเป็นบทเรียนสำคัญ โดยเฉพาะการรับมือความกดดันและการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ทีมชาติไทยต้องพัฒนาต่อไป แม้จะกลับมาเก็บชัยชนะได้แล้วก็ตาม

ด่านต่อไปโคลอมเบีย โค้ชบอมชี้เป็นบททดสอบต่างสไตล์

ภารกิจต่อไปของทีมชาติไทยไม่ใช่งานง่าย เมื่อมีคิวเผชิญหน้า โคลอมเบีย U15 ตัวแทนจากอเมริกาใต้ ซึ่งจะทำให้นักเตะไทยได้พบคู่แข่งจากอีกภูมิภาค หลังผ่านการดวลกับทีมยุโรปอย่างสโลวาเกียมาแล้ว

“เกมต่อไปเป็นบททดสอบที่ดี และจะเป็นความท้าทายของเด็กๆ โคลอมเบีย เป็นทีมอีกสไตล์หนึ่ง เราเคยเจอทีมยุโรปไปแล้ว ครั้งนี้เราเจอทีมอเมริกาใต้ เป็นความท้าทายของน้องๆ ที่จะให้โจทย์ไป ให้ข้อมูลไป และรอดูว่าเขาจะตอบสนองยังไงบ้าง”

สิ่งที่น่าจับตาคือการปรับตัวของแข้งไทยเมื่อต้องเผชิญรูปแบบฟุตบอลที่แตกต่าง ทั้งจังหวะการเล่น การเคลื่อนที่ และการตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน เพราะนอกจากผลการแข่งขันแล้ว ความสามารถในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้จริงจะเป็นตัวชี้วัดพัฒนาการของทีมชุดนี้

โค้ชบอมขอบคุณแฟนบอล ย้ำเวทีฟีฟ่าคือโอกาสของเยาวชนไทย

กุนซือช้างศึกยังกล่าวขอบคุณแฟนบอลที่ติดตามให้กำลังใจ พร้อมมองว่าทัวร์นาเมนต์นี้มีคุณค่ามากกว่าการแข่งขันเพื่อชัยชนะ เพราะเปิดโอกาสให้นักเตะจากทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ฟุตบอลในระดับนานาชาติ

“ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนนะครับที่ติดตามชม และได้เห็นนอกจากการเชียร์ทีมชาติไทยแล้ว ได้เห็นแบบรูปแบบการจัดแข่งขันของทาง FIFA ด้วย ที่เน้นเรื่องของการแข่งขันและให้โอกาสของหลายๆ ทีมทั่วโลกได้มาเจอกันที่นี่ ฝากติดตามด้วยครับรวมถึงอนาคตจะเป็นเวทีของน้องๆ เจนเนอเรชั่นต่อๆ ไปครับ”

โปรแกรมทีมชาติไทย U15 นัดต่อไป พบโคลอมเบีย 26 ตุลาคม 2569

ทัพช้างศึกมีโปรแกรมลงสนามต่อเนื่องในศึก FIFA U-15 World Cup & Festival 2026 กลุ่ม M โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • คู่แข่งขัน: โคลอมเบีย U15 พบ ทีมชาติไทย U15
  • วันที่: วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569
  • เวลา: 15.45 น. ตามเวลาประเทศไทย
  • สนาม: ฮอฟซาน คอมเพติชัน คอมเพล็กซ์ สนาม PITCH 3 กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน
  • ถ่ายทอดสด: FIFA+ ผ่านแอปพลิเคชัน DAZN

นอกจากนี้ ทีมชาติไทยยังมีโปรแกรมพบเอสวาตินีในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 22.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเกมสำคัญในการเก็บประสบการณ์และสร้างผลงานในรอบแบ่งกลุ่ม

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ FIFA U-15 World Cup & Festival 2026

  • ฟุตบอล 8 คน: การแข่งขันใช้ผู้เล่นทีมละ 8 คนรวมผู้รักษาประตู แข่งขัน 2 ครึ่ง ครึ่งละ 20 นาที เพื่อเพิ่มโอกาสสัมผัสบอลและพัฒนาทักษะเฉพาะตัวของนักเตะเยาวชน
  • ระบบการแข่งขัน: เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจัดทีมเข้าสู่การแข่งขันระยะที่สองตามระดับผลงาน 6 ระดับ โดยทุกทีมยังมีโอกาสลงสนามต่อเนื่อง และทีมชนะเลิศระดับ A จะคว้าแชมป์รายการ
  • เป้าหมายพัฒนาเยาวชน: รายการนี้เน้นให้นักเตะได้รับประสบการณ์ระดับนานาชาติ ทั้งการพบคู่แข่งต่างภูมิภาค การปรับตัวเข้ากับรูปแบบฟุตบอลใหม่ และการเรียนรู้การทำงานร่วมกันภายใต้ความกดดัน

ขอบคุณรูปภาพจาก FA Thailand

ชัยชนะเหนือซามัวอาจเป็นเพียงหนึ่งเกมในทัวร์นาเมนต์ แต่สำหรับทีมชาติไทย U15 นี่คืออีกก้าวสำคัญของการสร้างนักเตะรุ่นใหม่ที่ต้องเติบโตทั้งฝีเท้าและความแข็งแกร่งทางจิตใจ ติดตามความเคลื่อนไหว ผลการแข่งขัน และข่าวฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุดได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM อัปเดตทุกประเด็นสำคัญของโลกฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง