ทีมชาติไทย U15 กลับมาระเบิดฟอร์มเก่งได้อย่างดุดัน หลังไล่ถล่ม เอสวาตินี 4-1 ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ศึก FIFA U-15 World Cup & Festival 2026 ที่ประเทศอาเซอร์ไบจาน เก็บเพิ่มเป็น 9 คะแนน จบอันดับ 3 กลุ่มเอ็ม พร้อมตีตั๋วเข้าสู่การแข่งขันระดับ Tier 3 ด้าน โค้ชบอม กันตพล เลิศล้ำสกุลการ พอใจลูกทีมกลับมาเล่นด้วยความมั่นใจ กล้าครองบอล กล้าสร้างสรรค์เกมรุก และแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

ช้างศึก U15 คืนฟอร์มโหด ยิงเอสวาตินี 4-1 ปิดรอบแบ่งกลุ่ม

การแข่งขันฟุตบอล 8 คน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ที่ฮอฟซาน คอมเพติชัน คอมเพล็กซ์ กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ทีมชาติไทยลงสนามนัดที่ 5 พบกับเอสวาตินี โดยก่อนเกมทัพช้างศึกมี 6 คะแนนจาก 4 นัด และต้องการชัยชนะเพื่อปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงานที่ดีที่สุด

เกมนี้เด็กไทยออกสตาร์ตอย่างร้อนแรง เพียงนาทีที่ 2 ภาคิน ธรรมเที่ยง ยิงให้ไทยขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่นาทีที่ 6 ณัฐพงษ์ ศรีสวย จะซัดประตูหนีห่าง 2-0 จากนั้นนาทีที่ 11 เผด็จ พิลาดี สังหารจุดโทษเป็น 3-0 แม้เอสวาตินีจะได้ประตูตีไข่แตกจากจุดโทษของ อวันเซ ซิเมลาเน ในนาทีที่ 15 แต่ครึ่งหลังนาทีที่ 32 อภิวิชญ์ อ่อนละมุน ยิงตอกฝาโลงให้ไทยเอาชนะไปอย่างเด็ดขาด 4-1

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ทีมชาติไทยจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงานชนะ 3 แพ้ 2 มี 9 คะแนน คว้าอันดับ 3 ของกลุ่มเอ็ม และผ่านเข้าสู่การแข่งขันระดับ Tier 3 ตามรูปแบบที่ฟีฟ่ากำหนด

โค้ชบอมชื่นชมลูกทีม กล้าเล่นมากขึ้นหลังเรียกความมั่นใจกลับมา

หลังจบการแข่งขัน โค้ชบอม หัวหน้าผู้ฝึกสอนช้างศึกชุดเล็ก ยอมรับว่าพอใจกับภาพรวมของเกม โดยเฉพาะทัศนคติและความมั่นใจของนักเตะที่กลับมาอย่างชัดเจน หลังจากเกมก่อนหน้านี้พ่ายโคลอมเบีย 1-5

“เกมนี้เป็นเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่ดี เด็กได้เรียกความมั่นใจกลับมาจากเกมที่แล้ว เราให้อิสระในเกมมากขึ้น ให้มีความกล้าเล่น และต่อบอลมากขึ้น และมีจังหวะจบสกอร์”

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการเปิดโอกาสให้นักเตะตัดสินใจและสร้างสรรค์เกมด้วยตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้เกมรุกมีความลื่นไหล กล้าเล่นในพื้นที่อันตราย และเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้อย่างเฉียบขาด

เปิดเบื้องหลังชัยชนะ โค้ชบอมให้นักเตะช่วยกันแก้ปัญหาภายในทีม

กุนซือช้างศึก U15 ยังเปิดเผยถึงแนวทางเตรียมทีมที่น่าสนใจ โดยก่อนลงสนามพบเอสวาตินี ทีมงานเปิดโอกาสให้นักเตะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ข้อผิดพลาด และร่วมกันหาทางแก้ไขด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความรับผิดชอบและความเป็นหนึ่งเดียวกันภายในทีม

“ก่อนเกมนี้ให้น้องได้คุยกันเอง เพื่อช่วยกันให้ฟีดแบ็คจากเกมก่อนหน้านี้ ว่าควรแก้ไขอย่างไรด้วยกันเป็นทีม และพยายามแสดงแคแรคเตอร์ของตัวเองออกมา ส่วนการจบอันดับ 3 ของกลุ่มเป็นไปตามคาด แต่เรามีเป้าหมาย ว่าจะจบอันดับที่ 2 แต่จุดนี้เป็นอันดับที่คาดไว้”

แม้ทีมชาติไทยจะพลาดเป้าหมายอันดับ 2 ของกลุ่ม แต่การจบอันดับ 3 ยังอยู่ในขอบเขตที่ทีมงานประเมินไว้ โดยสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ผลการแข่งขันคือพัฒนาการของนักเตะแต่ละคน ทั้งการตัดสินใจในสนาม การรับมือความกดดัน และความกล้าที่จะแสดงศักยภาพของตัวเอง

ย้อนผลงานทีมชาติไทย U15 รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ 3 แพ้ 2

เส้นทางของทัพช้างศึกในกลุ่มเอ็มไม่ใช่งานง่าย เพราะต้องเผชิญหน้ากับทีมที่มีสไตล์การเล่นแตกต่างกันถึง 5 ชาติ โดยผลงานทั้งหมดมีดังนี้

  • นัดที่ 1 ทีมชาติไทย ชนะ สาธารณรัฐโดมินิกัน 3-2
  • นัดที่ 2 ทีมชาติไทย แพ้ สโลวาเกีย 2-3
  • นัดที่ 3 ทีมชาติไทย ชนะ ซามัว 3-0
  • นัดที่ 4 ทีมชาติไทย แพ้ โคลอมเบีย 1-5
  • นัดที่ 5 ทีมชาติไทย ชนะ เอสวาตินี 4-1

จากผลงานทั้ง 5 นัด ไทยยิงได้ 13 ประตู เสีย 11 ประตู มีผลต่างประตูได้เสียบวก 2 โดยเฉพาะเกมกับโคลอมเบียที่สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานและความเข้มข้นที่นักเตะไทยยังต้องพัฒนา ก่อนกลับมาแสดงปฏิกิริยาตอบสนองอย่างยอดเยี่ยมในเกมสุดท้ายกับเอสวาตินี

โค้ชบอมสั่งเดินหน้าลุย Tier 3 เน้นชัยชนะทุกนัดที่เหลือ

หลังจบรอบแบ่งกลุ่ม ภารกิจของทีมชาติไทยยังไม่สิ้นสุด เพราะการแข่งขันจะเดินหน้าสู่รอบจัดอันดับในระดับ Tier 3 ซึ่งทีมงานตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าต้องรักษามาตรฐานการเล่นและพยายามเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด

“ส่วนห้าเกมที่เหลือ เราได้เตะครบทุกนัด แต่ผลการแข่งขันมีผล ต้องพยายามเน้นอย่างเอาจริงเอาจังในทุกนัดเพื่อคว้าชัยชนะ ในระดับสูงสุดต่อไป เราต้องดูคู่ต่อสู้ว่าเป็นอย่างไร หวังว่าจะเจอความหลากหลายและแข็งแกร่งเพื่อให้เด็กพัฒนาตัวเองขึ้นไป”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนถึงแนวทางทำทีมที่ไม่ได้มุ่งหวังเพียงชัยชนะเฉพาะหน้า แต่ต้องการให้นักเตะเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากคู่ต่อสู้ที่มีความสามารถและรูปแบบการเล่นหลากหลาย เพื่อยกระดับความพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนในอนาคต

โปรแกรมทีมชาติไทย U15 นัดต่อไป แข่งขันวันที่ 28-30 ตุลาคม 2569

สำหรับการแข่งขันระดับ Tier 3 ของทีมชาติไทย U15 มีกำหนดลงสนามระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2569 โดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จะประกาศรายละเอียดโปรแกรมและคู่แข่งขันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ช่วงเวลาที่เหลือก่อนการแข่งขันถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทีมงานในการฟื้นฟูสภาพร่างกายนักเตะ ทบทวนข้อผิดพลาดจากรอบแบ่งกลุ่ม และเตรียมแผนรับมือคู่แข่งที่อาจมีรูปแบบการเล่นแตกต่างออกไป โดยมีเป้าหมายรักษาความมั่นใจจากชัยชนะเหนือเอสวาตินีให้ต่อเนื่องที่สุด

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ FIFA U-15 World Cup & Festival 2026

  • ฟุตบอล 8 คน แตกต่างจากฟุตบอล 11 คนทั่วไป เพราะมีจำนวนผู้เล่นในสนามน้อยกว่า ทำให้นักเตะต้องมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น ทั้งการครองบอล การเคลื่อนที่ และการเปลี่ยนจากรับเป็นรุก
  • ระบบ Tier เป็นการแบ่งระดับการแข่งขันต่อจากรอบแบ่งกลุ่ม เพื่อให้ทีมต่าง ๆ ได้แข่งขันในระดับที่เหมาะสมกับผลงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากคู่แข่งเพิ่มเติม
  • การพัฒนาฟุตบอลเยาวชน ไม่ได้วัดจากผลแพ้ชนะเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับทักษะเฉพาะตัว การตัดสินใจ ความเข้าใจแท็กติก และการทำงานร่วมกันเป็นทีม

ขอขอบคุณรูปภาพจาก ฟุตบอลทีมชาติไทย

ติดตามความเคลื่อนไหว ฟุตบอลทีมชาติไทย โปรแกรมการแข่งขัน ผลฟุตบอล และข่าวฟุตบอลเยาวชนไทยทุกระดับได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM อัปเดตทุกประเด็นสำคัญก่อนใคร