การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านเชือด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-1 ในศึก ผลบอลสด ไทยลีก 1 วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เกมนี้ “สิงห์เจ้าท่า” มาแบบไม่ถามสุขภาพทีมจ่าฝูง ยิงเร็วตั้งแต่นาที 4 ก่อนรัวเพิ่มจนหนี 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก ส่วนบุรีรัมย์แม้ครองบอลมากกว่า บุกมากกว่า แต่กว่าจะได้คืนก็ปาเข้าไปช่วงทดเจ็บจาก ปีเตอร์ ซูลจ์ เรียกว่าได้ประตูปลอบใจ แต่แต้มไม่กลับบ้านอยู่ดี ข้อมูลเหตุการณ์อ้างอิงจากไฟล์รายงานเกมที่แนบมา
รายชื่อนักเตะตัวจริง
การท่าเรือ เอฟซี
ผู้รักษาประตู: ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด
กองหลัง: ศุภนันท์ บุรีรัตน์, พีฬาวัช อรรคธรรม, มาเตวส์ ลินส์, อีร์ฟัน ฟันดี
กองกลาง: โนโบรุ ชิมูระ, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, กากา เมงจิส, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี
กองหน้า: เลโอนาร์โด คาลิล, ลูกัส โตกังจิงช์
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ผู้รักษาประตู: นีล เอเธอริดจ์
กองหลัง: ชินภัทร ลีเอาะ, โก มย็อง-ซอค, พรรษา เหมวิบูลย์, แซนดี้ วอลช์
กองกลาง: นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, รัตนากร ใหม่คามิ, โรเบิร์ต ซูลจ์, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ธนกฤต โชติเมืองปัก
กองหน้า: อิลฮาน ฟานดี้
เหตุการณ์รายนาที
- ⏱ นาที 1 เริ่มเกมที่คลองเตย บรรยากาศมาแบบไฟลุกตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก
- ⏱ นาที 2 เลโอนาร์โด คาลิล ได้โขกกลางเขตโทษ แต่นีล เอเธอริดจ์ ยังรับเข้าซอง
- ⏱ นาที 3 คาลิลได้ซัดเท้าขวาทางกรอบเขตโทษด้านขวา เอเธอริดจ์ยังเซฟได้อีกครั้ง
- ⚽️ นาที 4 การท่าเรือขึ้นนำ 1-0 วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ซัดเท้าขวานอกกรอบ บอลพุ่งเสียบมุมล่างขวา งานนี้บุรีรัมย์ยังไม่ทันจัดทรงผม เกมก็โดนเจาะแล้ว
- ⏱ นาที 5 อิลฮาน ฟานดี้ ทำฟาวล์ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ได้ฟรีคิกแดนบน
- ⏱ นาที 6 โนโบรุ ชิมูระ ทำฟาวล์ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้ฟรีคิกฝั่งบุรีรัมย์
- ⏱ นาที 8 กากา เมงจิส ได้ยิงเท้าซ้ายกลางเขตโทษ แต่เอเธอริดจ์เซฟไว้ได้
- ⏱ นาที 13 บุรีรัมย์ได้เตะมุม หลังพีฬาวัช อรรคธรรม เคลียร์ออก
- ⏱ นาที 13 โรเบิร์ต ซูลจ์ ได้ยิงไกลนอกกรอบ แต่โดนบล็อก
- ⏱ นาที 14 แซนดี้ วอลช์ ได้โหม่งจากลูกเตะมุม แต่บอลหลุดขวาไป
- ⏱ นาที 16 ชิมูระทำฟาวล์ ธนกฤต โชติเมืองปัก ได้ฟรีคิกแดนรับ
- 🟨 นาที 18 แซนดี้ วอลช์ รับใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ใส่ชิมูระ เล่นแบบเข้าหนักจนผู้ตัดสินต้องล้วงกระเป๋า
- ⏱ นาที 21 การท่าเรือได้เตะมุม หลังพรรษา เหมวิบูลย์ เคลียร์ออก
- ⚽️ นาที 22 การท่าเรือหนี 2-0 เลโอนาร์โด คาลิล ยิงเท้าขวากลางเขตโทษเสียบมุมล่างซ้าย จากแอสซิสต์ของมาเตวส์ ลินส์ เจ้าท่ามาแบบคมกริบ ไม่ได้ยิงเยอะเล่น ๆ แต่ยิงแล้วมีของ
- ⏱ นาที 25 บุรีรัมย์ได้ฟรีคิกต่อเนื่อง ทั้งจากอิลฮาน ฟานดี้ และนฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม
- ⏱ นาที 26 ธนกฤต โชติเมืองปัก ได้ยิงกลางเขตโทษจากจังหวะเซตพีซ แต่บอลหลุดซ้าย
- ⏱ นาที 30 อิลฮาน ฟานดี้ ล้ำหน้า บุรีรัมย์พยายามจูนเกมรุก แต่จังหวะสุดท้ายยังเหมือนคลื่นวิทยุไม่ตรงสถานี
- 🟨 นาที 38 โนโบรุ ชิมูระ รับใบเหลืองจากจังหวะทำฟาวล์ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล
- ⏱ นาที 40 รัตนากร ใหม่คามิ ได้ยิงในกรอบฝั่งขวา แต่โดนบล็อก
- ⏱ นาที 41 กากา เมงจิส ทำฟาวล์ โรเบิร์ต ซูลจ์ ได้ฟรีคิกแดนรับ
- ⏱ นาที 45 ผู้ตัดสินชูทดเวลา 3 นาที
- ⚽️ นาที 45+3 การท่าเรือทิ้งเป็น 3-0 ลูกัส โตกังจิงช์ ยิงเท้าขวาจากฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษเสียบมุมบนขวา จากแอสซิสต์ของมาเตวส์ ลินส์ ลูกนี้บอกเลยว่าเจ็บจี๊ด เพราะเหมือนปิดไฟครึ่งแรกให้บุรีรัมย์เดินเข้าห้องแต่งตัวแบบเงียบทั้งแผง
- ⏱ จบครึ่งแรก การท่าเรือ เอฟซี นำ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-0
- ⏱ นาที 46 บุรีรัมย์เปลี่ยนตัว ปีเตอร์ ซูลจ์ ลงแทน โรเบิร์ต ซูลจ์
- ⏱ นาที 47 การท่าเรือได้เตะมุม จากจังหวะโก มย็อง-ซอค สกัดออก
- ⏱ นาที 48 พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ยิงไกลนอกกรอบ เอเธอริดจ์รับไว้ได้
- 🟨 นาที 50 ชินภัทร ลีเอาะ รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์กากา เมงจิส
- ⏱ นาที 51 อิลฮาน ฟานดี้ ลองยิงไกลเกิน 35 หลา บอลข้ามคานนิดเดียว
- ⏱ นาที 53 แซนดี้ วอลช์ ยิงไกลนอกกรอบ บอลเฉี่ยวสามเหลี่ยมซ้ายบน
- ⏱ นาที 54 เลโอนาร์โด คาลิล ได้ยิงจากนอกกรอบ บอลหลุดขวา
- ⏱ นาที 60 บุรีรัมย์เปลี่ยน ศศลักษณ์ ไหประโคน ลงแทน พรรษา เหมวิบูลย์
- ⏱ นาที 61 ชิมูระได้โหม่งกลางเขตโทษ แต่บอลสูงและหลุดซ้าย
- ⏱ นาที 66 บุรีรัมย์เปลี่ยน กีแยร์เม บิสโซลี ลงแทน อิลฮาน ฟานดี้ และโกรัน เคาซิช ลงแทน รัตนากร ใหม่คามิ
- ⏱ นาที 67 พิธิวัติ สุขจิตธรรมกุล ยิงเท้าซ้ายนอกกรอบ ฟาลเคสการ์ดเซฟไว้ที่มุมล่างซ้าย
- ⏱ นาที 68 ศศลักษณ์ ไหประโคน ยิงจากฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ ฟาลเคสการ์ดบินปัดได้สวย
- ⏱ นาที 73 บุรีรัมย์ส่ง ศุภชัย ใจเด็ด ลงแทน ธนกฤต โชติเมืองปัก
- ⏱ นาที 73 การท่าเรือเปลี่ยน ธีรศักดิ์ เผยพิมาย แทน ลูกัส โตกังจิงช์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ แทน วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ และชัยวัฒน์ บุราณ แทน อีร์ฟัน ฟันดี
- ⏱ นาที 74 นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ยิงไกลนอกกรอบ ฟาลเคสการ์ดรับเข้ากลางประตู
- ⏱ นาที 75 บุรีรัมย์ได้เตะมุม หลังพีฬาวัช อรรคธรรม สกัดออก
- ⏱ นาที 77 บุรีรัมย์ได้เตะมุมอีกครั้ง หลังศุภนันท์ บุรีรัตน์ สกัดออก
- ⏱ นาที 78 พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ยิงจากฝั่งขวาในกรอบ บอลเฉี่ยวคานบนขวา
- ⏱ นาที 78 การท่าเรือเปลี่ยน บดินทร์ ผาลา ลงแทน เลโอนาร์โด คาลิล
- ⏱ นาที 81 บุรีรัมย์ได้เตะมุมจากจังหวะชัยวัฒน์ บุราณ สกัดออก
- ⏱ นาที 83 ชิมูระได้ยิงเท้าขวาฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคาน
- ⏱ นาที 84 พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ยิงไกลนอกกรอบ บอลเฉี่ยวขวา
- ⏱ นาที 85 พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ยิงนอกกรอบแต่โดนบล็อก
- ⏱ นาที 87 ศุภชัย ใจเด็ด ยิงไกลนอกกรอบ ฟาลเคสการ์ดรับเข้าซอง
- ⏱ นาที 88 ปีเตอร์ ซูลจ์ ยิงเท้าซ้ายนอกกรอบ ฟาลเคสการ์ดยังรับอยู่
- ⏱ นาที 90 ศุภชัย ใจเด็ด ยิงจากกรอบเขตโทษฝั่งขวา ฟาลเคสการ์ดเซฟอีกแล้ว วันนี้นายด่านเจ้าท่าไม่ใช่ยามเฝ้าประตูธรรมดา แต่เหมือนติดป้าย “ผ่านยาก”
- ⏱ นาที 90 ผู้ตัดสินชูทดเวลา 4 นาที
- ⏱ นาที 90+3 การท่าเรือเปลี่ยน ชินวัฒน์ วงศ์ไชย ลงแทน มาเตวส์ ลินส์
- ⏱ นาที 90+4 ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ได้ยิงไกลนอกกรอบ เอเธอริดจ์เซฟไว้ตรงกลางประตู
- ⚽️ นาที 90+5 บุรีรัมย์ตีไข่แตก 3-1 ปีเตอร์ ซูลจ์ ยิงเท้าขวาจากมุมยากและระยะไกลฝั่งขวา บอลเสียบมุมล่างซ้ายหลังจังหวะเตะมุม ลูกยิงสวยจริง แต่สกอร์บอร์ดมันไม่ใจอ่อนแล้ว
- ⏱ นาที 90+7 บิสโซลี ยิงระยะใกล้ฝั่งขวาของกรอบ 6 หลา ฟาลเคสการ์ดปัดขึ้นมุมบนซ้าย
- ⏱ นาที 90+7 บุรีรัมย์ได้เตะมุมอีกครั้ง แต่ไล่ไม่ทัน
- ⏱ จบเกม การท่าเรือ เอฟซี ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-1
บทสรุปเกม
เกมนี้การท่าเรือเล่นเหมือนทีมที่รู้ว่าถ้าจะตบบุรีรัมย์ ต้องตบให้เร็วและตบให้แม่น ซึ่งพวกเขาทำได้หมด วรชิตเปิดแผลตั้งแต่นาที 4, คาลิลเติมดอกสองนาที 22 แล้วลูกัส โตกังจิงช์ มาปิดครึ่งแรกแบบคมกริบในช่วงทดเจ็บ แผนเจ้าท่าวันนี้ไม่ได้เน้นครองบอลหล่อ ๆ แต่เน้นเปลี่ยนจังหวะเป็นพิษ พอได้โอกาสก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ
ฝั่งบุรีรัมย์ครองบอล 62% ยิงมากกว่า 17 ครั้ง เตะมุมมากกว่า 8 ครั้ง แต่ปัญหาคือความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้ายมาไม่ทันเวลา ปีเตอร์ ซูลจ์ ลงมาครึ่งหลังแล้วมีอิมแพ็กต์ชัด ยิงประตูตีไข่แตกและได้คะแนนสูงสุด 7.9 เป็น Player of the Match แต่ในภาพรวม “ปราสาทสายฟ้า” เหมือนมาช้าไปครึ่งเกม กว่าจะตั้งหมัดติด ก็โดนเจ้าท่าต่อยนำไปสามแผลแล้ว
สถิติสำคัญในเกมนี้
| การท่าเรือ เอฟซี | สถิติ | บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด |
|---|---|---|
| 38% | การครองบอล | 62% |
| 13 | โอกาสยิงทั้งหมด | 17 |
| 8 | ผู้รักษาประตูเซฟ | 5 |
| 2 | เตะมุม | 8 |
| 11 | ทำฟาวล์ | 11 |
| 264 | ผ่านบอล | 417 |
| 8 | แท็กเกิล | 14 |
| 11 | ฟรีคิก | 11 |
| 1 | ใบเหลือง | 2 |
ตัวเลขบอกว่าบุรีรัมย์บุกเยอะกว่า แต่ฟุตบอลไม่ได้ตัดสินด้วยกราฟครองบอล ไม่อย่างนั้นทีมที่ส่งบอลเยอะคงได้ถ้วยทุกปี การท่าเรือวันนี้ยิงน้อยกว่าแต่คมกว่า และที่สำคัญคือฟาลเคสการ์ดเซฟถึง 8 ครั้ง เกมรับเลยมีแต้มบวกแบบเต็มกระเป๋า
อันดับในตารางคะแนน
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังนำจ่าฝูงไทยลีก 1 แข่ง 29 นัด ชนะ 22 เสมอ 3 แพ้ 4 มี 69 คะแนน ลูกได้เสีย +45 แต่ความพ่ายแพ้เกมนี้ทำให้ภาพลักษณ์ความนิ่งของทีมแชมป์มีรอยข่วนพอสมควร ไม่ถึงขั้นสะดุดล้มหน้าคว่ำ แต่ก็เป็นเกมที่เตือนว่า ถ้าเริ่มช้าในเกมใหญ่ ต่อให้ชื่อชั้นเหนือกว่า ก็โดนลงโทษได้เหมือนกัน
ส่วนการท่าเรือ เอฟซี รั้งอันดับ 2 แข่ง 29 นัด ชนะ 17 เสมอ 6 แพ้ 6 มี 57 คะแนน ลูกได้เสีย +33 เกมนี้ไม่ได้แค่ได้ 3 แต้ม แต่ได้ความมั่นใจชุดใหญ่ เพราะการชนะบุรีรัมย์ด้วยสกอร์ 3-1 ไม่ใช่เรื่องเดินไปซื้อกาแฟแล้วได้แถมขนม มันคือชัยชนะที่ประกาศว่าเจ้าท่ายังมีหมัดหนัก และยังพร้อมป่วนทุกทีมที่เผลอ

โปรแกรมบอลนัดถัดไป
การท่าเรือ เอฟซี
หลังจากเกมนี้ การท่าเรือต้องเดินหน้าต่อแบบห้ามเหลิง เพราะชนะบุรีรัมย์ได้ก็จริง แต่ถ้าเกมหน้าหลุดเอง เดี๋ยวแฟนบอลก็เปลี่ยนจากปรบมือเป็นกุมขมับได้เหมือนกัน
- 10/05/26 เวลา 18:00 น. ไทยลีก 1: อยุธยา ยูไนเต็ด พบ การท่าเรือ เอฟซี
- 24/05/26 เวลา 19:00 น. ไทยแลนด์ ลีก คัพ: บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ การท่าเรือ เอฟซี
“เจ้าท่ากำลังได้โมเมนตัมแบบสวย ๆ เกมต่อไปต้องพิสูจน์ว่า 3-1 เหนือบุรีรัมย์ไม่ใช่แค่คืนพิเศษ แต่เป็นมาตรฐานใหม่ที่ทีมต้องรักษาให้ได้”
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
บุรีรัมย์ต้องรีบรีเซ็ตหัวให้ไว เพราะโปรแกรมต่อไปไม่ใช่งานนั่งจิบชา มีทั้งเกมอาเซียนและเกมลีกให้กลับไปแก้หน้า ความพ่ายแพ้ที่คลองเตยอาจเจ็บ แต่ทีมใหญ่ต้องเจ็บแล้วลุก ไม่ใช่เจ็บแล้วบ่น
- 06/05/26 เวลา 19:30 น. ASEAN Club Championship: JDT พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
- 10/05/26 เวลา 18:00 น. ไทยลีก 1: บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ลำพูน วอริเออร์
“บุรีรัมย์ยังเป็นจ่าฝูง แต่เกมนี้เหมือนโดนสะกิดแรง ๆ ว่าอย่าชะล่าใจ ฟุตบอลไทยลีกไม่มีใครยืนให้ยิงฟรี ถ้าเข้าช้า โดนก่อนแน่นอน”
สรุปปิดท้าย
เกมนี้คือหนึ่งในแมตช์ที่แฟนบอลไทยลีกต้องพูดถึง การท่าเรือ เอฟซี เล่นแบบมีวินัย คม และใจถึง ส่วนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แม้ครองเกมได้มากกว่า แต่จังหวะจบยังไม่เฉียบพอจนต้องกลับไปทำการบ้านหนัก โดยเฉพาะการรับมือกับเกมที่คู่แข่งเพรสเร็วและสวนคม
แฟนบอลที่อยากตาม บ้านผลบอล, ผลบอลสด, ตารางบอล, วิเคราะห์บอล และรายงานหลังเกมแบบเข้ม ๆ อ่านมันส์ ครบทั้งสกอร์ เหตุการณ์สำคัญ และมุมมองแบบคนดูบอลจริง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวทุกสนามได้ที่ GOALSIAM