หมอหวัดเปิดใจหลังพลังกาญจน์ตกชั้นจากไทยลีก
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ประธานสโมสร พลังกาญจน์ เอฟซี ออกมาเปิดใจหลังทัพ “ม้าเหล็ก” ต้องปิดฉากฤดูกาลแรกบนเวทีลีกสูงสุดแบบเจ็บลึก ก่อนกลับไปตั้งหลักในไทยลีก 2 ฤดูกาลหน้า พร้อมยืนยันชัดเจนว่าเป้าหมายต่อไปคือการกลับขึ้นไทยลีกให้ได้แบบอัตโนมัติ
ฤดูกาล 2025/26 กลายเป็นปีแห่งบทเรียนราคาแพงของ พลังกาญจน์ เอฟซี หลังลงเล่นในศึกบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง ครบ 30 นัด ทำผลงานชนะ 4 เสมอ 11 แพ้ 15 เก็บได้ 23 คะแนน จบอันดับ 16 ของตาราง และต้องตกชั้นกลับไปลุยไทยลีก 2 อีกครั้ง
บทเรียนหนักจากลีกสูงสุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
หมอหวัดยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า การขึ้นมาเล่นไทยลีกครั้งนี้ทำให้ทีมได้เรียนรู้หลายอย่าง โดยเฉพาะรายละเอียดของการตัดสินใจและการบริหารทีมในระดับที่เข้มข้นกว่าเดิม
“การขึ้นไปเล่น ไทยลีก ทำให้ผมได้เรียนรู้เยอะแยะไปหมดเลย ผมบอกลูกทีมเสมอว่าเราพลาดกันเยอะมาก ๆ สิ่งที่ตัดสินใจถูกแทบจะน้อยมาก ๆ เลย”
ประเด็นเรื่องการตั้งเป้าติดท็อป 3 ที่เคยถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะการทำงานของสโมสรฟุตบอลจำเป็นต้องมีเป้าหมาย เพียงแต่บางครั้งเมื่อหลุดออกไปสู่สาธารณะ อาจถูกตีความแรงกว่าที่ตั้งใจไว้
“การตั้งเป้าหมาย Top 3 จริง ๆ ผมไม่ได้ซีเรียสอะไรนะ ทำงานมันก็ต้องมีเป้าหมาย เพียงแต่มันไม่ถูกใจจริตของแฟนบอลทีมอื่นมากกว่า มันอาจจะดูตั้งเป้าสูงไป เว่อร์ไป หรือขี้โม้ไป จริง ๆ ผมว่ามันคือเรื่องปกติของการทำงาน ซึ่งมันต้องมีเป้าหมายของเรา”
ต่างชาติช้าไปคือแผลใหญ่ แต่กระแสทีมถือว่าสำเร็จ
อีกหนึ่งจุดสำคัญที่หมอหวัดพูดถึงคือการเสริมทัพนักเตะต่างชาติ โดยมองว่ามีทั้งส่วนที่ตัดสินใจถูกและส่วนที่พลาด ทีมได้กระแส ได้รับความสนใจจากสื่อ แฟนบอล และต่างประเทศมากขึ้น แต่ในเชิงฟุตบอลยังมีปัญหาเรื่องจังหวะการทำงานที่ช้าเกินไป
“ส่วน นักเตะต่างชาติที่เราดึงมาในซีซั่นนี้ มันมีทั้งตัดสินใจถูกและตัดสินใจผิด ถูกในที่นี้คือ พลังกาญจน์ ของเราได้กระแส สื่อมวลชนให้ความสนใจ แฟนบอลมากขึ้นรวมถึงต่างประเทศให้ความสนใจ”
อย่างไรก็ตาม จุดที่ทีมต้องแก้ด่วนคือการเริ่มต้นวางแผนช้า ทำให้ตัวเลือกผู้เล่นที่มีความฟิตและคุณภาพพร้อมใช้งานถูกทีมอื่นดึงไปก่อน นี่จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่ พลังกาญจน์ เอฟซี ต้องนำไปปรับอย่างจริงจังในซีซั่นหน้า

เป้าหมายเดียวคือกลับไทยลีกแบบอัตโนมัติ
แม้จะตกชั้น แต่ทิศทางของม้าเหล็กไม่ได้หยุดอยู่กับความผิดหวัง หมอหวัดย้ำว่าทีมมีประสบการณ์มากขึ้น รู้จุดที่ผิดพลาด และจะไม่ปล่อยให้พลาดซ้ำในบางเรื่องที่เคยเกิดขึ้นบนลีกสูงสุด
“ไทยลีก 2 ในฤดูกาลหน้าเราได้วางแผนอยู่ไม่นาน และเราก็อยากกลับขึ้น T1 เรามีประสบการณ์ในการจัดทีมมาในระดับหนึ่งแล้ว โอเคเราเจอข้อผิดพลาดเยอะมาก ๆ เลย”
“แต่โชคดีที่เราเจอเร็ว เราแก้ได้ เรามีโอกาสแก้ และเราไม่พลาดซ้ำแน่ ๆ กับบางอย่างที่เราพลาดไปใน ไทยลีก เราจะนำบทเรียนมาแก้ในฤดูกาลหน้า”
สำหรับแผนในไทยลีก 2 ฤดูกาลหน้า พลังกาญจน์ เอฟซี จะยังวางขุมกำลังไว้ราว 30 คน ส่วนโควตานักเตะต่างชาติจะเป็นไปตามระเบียบการแข่งขัน และเป้าหมายใหญ่ยังคงชัดเจนแบบไม่ต้องตีความ
“T2 ซีซั่นหน้าเราจะยังมีขุมกำลัง 30 คนเหมือนเดิม ส่วนต่างชาติก็ตามที่เขากำหนด เป้าหมายของเราคือเลื่อนชั้นอัตโนมัติอยู่แล้ว ผมไม่เขินที่จะพูดว่าเรามีเป้าหมายว่าจะเลื่อนชั้นอัตโนมัติ”
ข่าวโค้ชปาร์ค ฮัง-ซอ ต้องรอประกาศชัด
ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับ โค้ชปาร์ค ฮัง-ซอ ที่ถูกโยงเข้ามากับสโมสร หมอหวัดยังไม่ขอเปิดรายละเอียดในเวลานี้ โดยระบุว่าทุกอย่างต้องรอการประกาศจากสโมสรอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 พฤษภาคม
“ส่วนเรื่อง โค้ชปาร์ค ฮัง-ซอ ที่กำลังเป็นข่าว ผมพูดอะไรไม่ได้ ต้องรอวันที่ 24 พฤษภาคม สโมสรจะมีประกาศโดยพร้อมเพรียงกัน”
สรุปภาพรวมของม้าเหล็กหลังตกชั้น
นี่คือช่วงเวลาที่ พลังกาญจน์ เอฟซี ต้องเปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นเชื้อเพลิง ทีมได้รู้แล้วว่าลีกสูงสุดโหดแค่ไหน การวางแผนช้า การเสริมทัพผิดจังหวะ และรายละเอียดเล็ก ๆ สามารถเปลี่ยนชะตาทั้งฤดูกาลได้ทันที แต่ถ้าบทเรียนเหล่านี้ถูกนำไปใช้จริง เป้าหมายเลื่อนชั้นอัตโนมัติในไทยลีก 2 ก็ไม่ใช่คำพูดที่ไกลเกินมือ
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ พลังกาญจน์ เอฟซี
- การเลื่อนชั้นอัตโนมัติในไทยลีก 2 ต้องอาศัยความสม่ำเสมอตลอดฤดูกาล ไม่ใช่แค่ฟอร์มแรงเป็นช่วง ๆ
- โควตานักเตะต่างชาติเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพเกมรุกและเกมรับของทีมลุ้นเลื่อนชั้น
- ทีมที่ตกชั้นจากไทยลีกมักได้เปรียบด้านประสบการณ์ หากสามารถรักษาแกนหลักและแก้จุดอ่อนได้เร็ว
ขอบคุณรูปภาพจาก Prawat Kithammakunnit
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลไทยแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวบอลไทย และประเด็นร้อนลูกหนังได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM