ลิเวอร์พูลปิดดีล บาร์กโกล่า เสริมแนวรุกอย่างเป็นทางการ

ลิเวอร์พูล ประกาศคว้าตัว บรัดเลย์ บาร์กโกล่า แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างเป็นทางการ ปิดหนึ่งในดีลใหญ่ของตลาดนักเตะด้วยค่าตัวที่อาจพุ่งสูงถึง 123 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญาระยะยาว 5 ปี โดยขั้นตอนของดีลยังอยู่ระหว่างรอใบอนุญาตระหว่างประเทศ

ดาวเตะวัย 23 ปีผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อย ก่อนเดินทางเข้าสู่ แอ๋กซ่า เทรนนิ่ง เซนเตอร์ เพื่อเซ็นสัญญากับ “หงส์แดง” และเลือกสวมเสื้อหมายเลข 29 ในการเริ่มต้นบทใหม่บนเวทีพรีเมียร์ลีก

ค่าตัวมหาศาล 106 ล้านปอนด์ บวกโบนัสอีก 17 ล้าน

โครงสร้างของดีลนี้ ลิเวอร์พูลจะจ่ายค่าตัวเบื้องต้นให้ เปแอสเช จำนวน 106 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,760 ล้านบาท พร้อมแอดออนตามเงื่อนไขอีก 17 ล้านปอนด์ หรือราว 764 ล้านบาท

หากเงื่อนไขทั้งหมดถูกกระตุ้น มูลค่ารวมของการย้ายทีมจะเพิ่มขึ้นเป็น 123 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,524 ล้านบาท และทำให้ บาร์กโกล่า กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงอันดับสองในประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูล รองจาก อเล็กซานเดอร์ อิซัค ซึ่งย้ายมาด้วยค่าตัวระดับ 125 ล้านปอนด์

บาร์กโกล่าประกาศเป้าหมายชัด ต้องการแชมป์พรีเมียร์ลีก

หลังจรดปากกาเซ็นสัญญา แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสเปิดใจถึงความรู้สึกและเป้าหมายที่ต้องการทำให้สำเร็จกับต้นสังกัดใหม่ทันที

“ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากที่จะได้เล่นให้กับลิเวอร์พูล ผมมีความสุขมาก”

“มันใช้เวลานานมาก แต่วันนี้ผมมีความสุขจริง ๆ ที่ได้มาเล่นให้กับลิเวอร์พูล และสิ่งเดียวที่ผมต้องการคือการได้อยู่ในสนามและได้ลงเล่น”

“ผมหวังว่าจะประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ให้ได้ อย่างแรกเลยคือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะมันเป็นหนึ่งในความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม”

“ผมต้องการทำสิ่งนั้น และอยู่กับทีมนี้ไปในระยะยาว นั่นคือเหตุผลที่ผมเซ็นสัญญาระยะยาว และผมหวังว่าจะทำได้”

ผลงานกับ เปแอสเช การันตีประสบการณ์ระดับแชมป์

บาร์กโกล่า ย้ายจาก โอลิมปิก ลียง มาร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อเดือนสิงหาคม 2023 และใช้เวลา 3 ฤดูกาลในถิ่น ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ลงสนามรวม 152 นัด ทำได้ 39 ประตู และ 35 แอสซิสต์

ช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าตัวกวาดความสำเร็จระดับสูงมาแล้วหลายรายการ โดยเฉพาะการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยติดต่อกัน และแชมป์ ลีก เอิง 3 สมัยติดต่อกัน ทำให้ลิเวอร์พูลไม่ได้เพียงนักเตะพลังหนุ่ม แต่ยังได้แข้งที่ผ่านแรงกดดันจากเกมระดับสูงมาอย่างโชกโชน

เส้นทางจากเด็กปั้นลียงสู่ค่าตัว 123 ล้านปอนด์

ก่อนโด่งดังกับ เปแอสเช บาร์กโกล่า แจ้งเกิดจากระบบเยาวชนของ โอลิมปิก ลียง และประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2021

เขาทำผลงานกับลียงไป 7 ประตู และ 11 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 47 นัด ก่อนพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็วจนย้ายเข้าสู่กรุงปารีสในปี 2023 และก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแนวรุกฝรั่งเศสที่ถูกจับตามองมากที่สุด

ทีมชาติฝรั่งเศส 28 นัด ยิง 6 ประตู

ในระดับทีมชาติ บาร์กโกล่า ประเดิมเล่นให้ ทีมชาติฝรั่งเศส ชุดใหญ่เมื่อเดือนมิถุนายน 2024 ก่อนสะสมผลงาน 28 นัด ยิงได้ 6 ประตู

สามประตูจากจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งเจ้าตัวมีส่วนร่วมตลอดทัวร์นาเมนต์ ลงเล่นครบทุกนัดระหว่างเส้นทางที่ทัพ “ตราไก่” จบการแข่งขันด้วยอันดับ 4

ลิเวอร์พูลต้องการอะไรจาก บาร์กโกล่า

จุดเด่นสำคัญของ บาร์กโกล่า คือความเร็ว การพาบอลเข้าหาคู่แข่ง และความยืดหยุ่นในการเล่นเกมรุก โดยลิเวอร์พูลระบุว่าเขาสามารถรับบทบาทได้หลายตำแหน่งตลอดแนวรุก ซึ่งเพิ่มทางเลือกให้ทีมทั้งการเล่นริมเส้นและการสลับตำแหน่งในพื้นที่สุดท้าย

การมาถึงของแข้งฝรั่งเศสยังเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโฉมขุมกำลังในยุค อันโดนี่ อิราโอล่า หลังลิเวอร์พูลเดินหน้าเสริมทีมด้วย วิคตอร์ มูนญอซ และ โรนัลด์ อเราโฮ ขณะที่ เฌเรมี่ ฌัคเกต์ เข้ามาสมทบตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน การเสริมแนวรุกครั้งใหญ่เกิดขึ้นในช่วงที่ทีมกำลังสร้างแนวรุกชุดใหม่หลังการจากไปของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำให้ บาร์กโกล่า ถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาเพิ่มความเร็ว ความสด และอาวุธในการโจมตีพื้นที่ริมเส้นให้ลิเวอร์พูลทันที

บทสรุป ดีลใหญ่ที่มาพร้อมแรงกดดันมหาศาล

ค่าตัวระดับ 123 ล้านปอนด์ทำให้ทุกสายตาจะจับจ้อง บาร์กโกล่า ตั้งแต่วันแรกที่ลงสนาม การมีทั้งประสบการณ์แชมป์ยุโรป ความเร็ว และผลงานในทีมชาติทำให้เขามีคุณสมบัติพร้อมสำหรับการยกระดับแนวรุก แต่พรีเมียร์ลีกคือบททดสอบที่แตกต่าง และค่าตัวระดับนี้ย่อมมาพร้อมความคาดหวังมหาศาล

เป้าหมายของนักเตะชัดเจนตั้งแต่วันเปิดตัว นั่นคือการพาลิเวอร์พูลกลับไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ส่วนผลงานบนสนามจะตอบเองว่าเสื้อหมายเลข 29 คนใหม่จะกลายเป็นอาวุธหนักของหงส์แดงได้รวดเร็วแค่ไหน

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า

  • บาร์กโกล่า เริ่มต้นฟุตบอลอาชีพกับ โอลิมปิก ลียง ก่อนย้ายสู่ เปแอสเช ในเดือนสิงหาคม 2023
  • เขาสามารถเล่นได้หลายบทบาทในแนวรุก โดยมีจุดเด่นเรื่องความเร็ว การเลี้ยงบอล และการโจมตีพื้นที่ด้านข้าง
  • ก่อนย้ายมาอังกฤษ เจ้าตัวมีประสบการณ์คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ลีก เอิง มาแล้วหลายสมัย

ติดตามข่าวลิเวอร์พูลและพรีเมียร์ลีกกับ GOALSIAM

ติดตามความเคลื่อนไหวของ ลิเวอร์พูล ข่าวพรีเมียร์ลีก ตลาดนักเตะ และประเด็นฟุตบอลต่างประเทศแบบเข้มข้นครบทุกมิติได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM