แมนยูช็อกคาบ้าน นำ 2-0 ก่อนโดนไบรท์ตันรัวแซง
ค่ำคืนที่ควรเป็นการเรียกความมั่นใจกลับกลายเป็นอีกหนึ่งบาดแผลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังเปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 2-3 ตกรอบ 3 คาราบาว คัพ ทั้งที่ออกสตาร์ตอย่างดุดันและนำห่างถึงสองประตูในเวลาเพียง 10 นาทีแรก
เช เลซี่ย์ ซัดให้ปีศาจแดงขึ้นนำในนาทีที่ 8 ก่อน เมสัน เมาท์ บวกประตูที่สองในนาทีที่ 10 แต่หลังจากนั้นเกมเปลี่ยนหน้าอย่างสิ้นเชิง ไบรท์ตันได้สามประตูรวดจาก ชาราลัมปอส คอสตูลาส ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก, ปาสคาล โกรสส์ นาทีที่ 65 และ มักซิม เดอ คุยเปอร์ นาทีที่ 69 พลิกสถานการณ์เข้ารอบด้วยชัยชนะ 3-2
จากคุมเกมอยู่หมัด สู่การพังแบบหยุดไม่อยู่
จุดที่น่าเจ็บปวดไม่ใช่แค่การตกรอบ แต่คือวิธีที่แมนยูปล่อยเกมหลุดมือ หลังจากออกนำ 2-0 ทีมกลับปล่อยให้ไบรท์ตันตั้งหลัก กดดัน และค่อยๆ ยึดพื้นที่จนเป็นฝ่ายควบคุมเกมได้มากขึ้น
ตัวเลขยิ่งตอกย้ำความเสียหาย เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่แมนยูนำคู่แข่ง 2-0 ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แล้วจบลงด้วยความพ่ายแพ้ โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยชนะถึง 143 จาก 145 นัดเมื่อขึ้นนำด้วยสกอร์ดังกล่าวในบ้านตัวเอง
เสียงโห่กระหึ่ม คาร์ริคเข้าใจอารมณ์แฟนบอล
หลังสิ้นเสียงนกหวีด แฟนบอลเจ้าถิ่นแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก เสียงโห่ดังทั่วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค จะยอมรับตรงๆ ว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของกองเชียร์
“ใช่ แน่นอน มันค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว ผมเข้าใจความรู้สึกของแฟนบอลอย่างเต็มที่ เราต้องยอมรับมัน ผมยอมรับอย่างเต็มที่”
“ท้ายที่สุดแล้วมันเป็นความรับผิดชอบของผม ทั้งในเรื่องภาพรวมของทีม รูปแบบการเล่น และผลการแข่งขันที่ออกมา ผมพร้อมรับสิ่งนั้น ผมพร้อมรับทั้งคำชม คำวิจารณ์ และความไม่พอใจ ผมเข้าใจมันอย่างเต็มที่จากรูปเกมที่เกิดขึ้น จากนี้ไปเราต้องคว้าชัยชนะให้ได้”

คาร์ริครับผิดชอบเอง ยอมรับทีมต้องดีกว่านี้
กุนซือปีศาจแดงไม่ได้ปัดภาระไปให้นักเตะ โดยเฉพาะผลงานในช่วงท้ายครึ่งหลังที่เขายืนยันว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ พร้อมประกาศว่าทุกคนในทีมจำเป็นต้องยกระดับขึ้นทันที
“ผมขอรับผิดชอบเรื่องนี้เอง ผลงานของทีมในช่วงท้ายครึ่งหลัง นั่นเป็นความรับผิดชอบของผม พวกเราทุกคนจะทำได้ดีขึ้น เราต้องทำให้ดีกว่านี้ เรามีเกมใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ตอนนี้เราตกรอบรายการนี้แล้ว และเราต้องกลับมาคว้าชัยชนะในเกมต่อไปให้ได้”
ความพ่ายแพ้นัดนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้แมนยู หลังพวกเขาเพิ่งแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ในเกมดาร์บี้แมตช์ก่อนหน้า และโปรแกรมถัดไปคือการออกไปเยือน ฟูแล่ม ในพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์ ซึ่งกลายเป็นเกมสำคัญต่อการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
คาร์ริคประกาศเป้าหมายเดียว ต้องกลับมาชนะให้เร็วที่สุด
“ตอนนี้มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเลย มันไม่ดีเลย เราต้องกลับมาคว้าชัยชนะอีกครั้ง เราต้องการชนะ และต้องการกลับมาชนะให้ได้โดยเร็ว เกมถัดไปคือวันอาทิตย์ นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมกำลังคิดถึงในตอนนี้ เราจะพัฒนาขึ้นในหลายๆ ด้าน”
สถานการณ์ของปีศาจแดงตอนนี้ไม่มีพื้นที่ให้เสียเวลาอีกแล้ว การออกนำสองประตูในบ้านแล้วปล่อยให้คู่แข่งยิงคืนสามลูกรวดคือสัญญาณเตือนชัดเจนทั้งเรื่องการควบคุมเกม สมาธิ และการรับมือเมื่อโมเมนตัมเปลี่ยนฝั่ง งานของคาร์ริคจึงไม่ใช่แค่ปลุกสภาพจิตใจ แต่ต้องทำให้ทีมกลับมาเล่นอย่างเด็ดขาดตลอด 90 นาที
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ คาราบาว คัพ และสถานการณ์แมนยู
- คาราบาว คัพ เป็นฟุตบอลถ้วยน็อกเอาต์ของอังกฤษ การพลาดเพียงนัดเดียวหมายถึงจบเส้นทางทันที ไม่มีโอกาสแก้ตัวแบบระบบลีก
- การนำเร็วสองประตูไม่ได้รับประกันชัยชนะ หากทีมเสียการควบคุมแดนกลางและปล่อยให้คู่แข่งสร้างแรงกดดันต่อเนื่อง
- เกมหลังความพ่ายแพ้ในฟุตบอลถ้วยมักมีความสำคัญด้านความมั่นใจ โดยแมนยูต้องบุกเยือนฟูแล่มเป็นโปรแกรมถัดไป
ติดตามข่าวฟุตบอลต่างประเทศ ผลบอล ความเคลื่อนไหวตลาดนักเตะ และทุกประเด็นร้อนของโลกฟุตบอลได้ต่อเนื่องที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM