ชัยชนะเหนือ บอร์นมัธ 1-0 อาจไม่ใช่เกมที่ ลิเวอร์พูล เล่นได้ไหลลื่นตลอด 90 นาที แต่สามแต้มจากไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม มีรายละเอียดสำคัญซ่อนอยู่เพียบ โดยเฉพาะภาพของทีมที่เริ่มปรับตัวเข้ากับแนวทางของ อันโดนี่ อิราโอล่า ได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ประตูชัยเกิดขึ้นในนาทีที่ 57 เมื่อ โกดี้ คักโป กระชากหนีแนวรับทางฝั่งขวาก่อนเปิดเข้ากรอบ บอลผ่านการเกี่ยวข้องของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และตกถึง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่ไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือ ซัดประตูตัดสินเกมให้หงส์แดงคว้าสามแต้มก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติ

อลีสซงยังเป็นกำแพงที่ลิเวอร์พูลขาดไม่ได้

ก่อนเปิดฤดูกาลมีเครื่องหมายคำถามไม่น้อยเกี่ยวกับตำแหน่งผู้รักษาประตู หลัง อลีสซง เบ็คเกอร์ เคยต้องพักจากอาการบาดเจ็บยาวประมาณสองเดือนช่วงท้ายซีซั่นก่อน ขณะที่ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้เต็มที่เมื่อต้องรับบทตัวแทน

สถานการณ์ยิ่งน่าจับตามองเมื่อมีข่าวเชื่อมโยงนายทวารบราซิเลียนกับ ยูเวนตุส ในตลาดซัมเมอร์ แต่สุดท้ายการย้ายทีมไม่เกิดขึ้น และเกมกับบอร์นมัธคืออีกหนึ่งหลักฐานว่ามือกาววัย 33 ปียังมีคุณค่ามหาศาลต่อหงส์แดง

นาทีที่ 18 อลีสซงใช้ปฏิกิริยาอันยอดเยี่ยมป้องกันจังหวะสะกิดบอลของ เอวานิลซอน จากลูกเปิดของ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ ก่อนจะช่วยเซฟอีกครั้งในช่วงครึ่งหลัง ทำให้ลิเวอร์พูลรอดพ้นช่วงเวลาที่ถูกเจ้าบ้านกดดันหนักมาได้

นอกจากการเซฟแล้ว จุดเด่นเรื่องการใช้เท้า การออกบอลเร็ว และความนิ่งในการจัดการลูกกลางอากาศยังอยู่ครบ นี่ไม่ใช่เพียงผู้รักษาประตูที่ช่วยทีมด้วยมือ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของเกมรุกได้ในจังหวะเดียวกัน

ลิเวอร์พูลของอิราโอล่ายังเร่งเครื่องไม่สุด

ฟุตบอลที่เน้นความเข้มข้น การแย่งบอล และการกดดันคู่แข่งอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูลคุ้นเคยมาตั้งแต่ยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ และเป็นองค์ประกอบสำคัญในแนวทางของ อันโดนี่ อิราโอล่า เช่นกัน แต่เกมนี้แสดงให้เห็นว่าทีมชุดปัจจุบันยังไปไม่ถึงจุดนั้นอย่างสมบูรณ์

ช่วงประมาณ 20-25 นาทีแรก บอร์นมัธเล่นด้วยพลังและความดุดันที่เหนือกว่า ลิเวอร์พูลเสียการดวลหลายจังหวะและเก็บบอลจังหวะสองไม่ได้ตามต้องการ ก่อนจะค่อยๆ ปรับตัวและควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้นหลังเกมผ่านไป

แดนกลางที่ประกอบด้วย อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, โดมินิค โซโบซไล และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ต้องเจอกับแรงกดดันอย่างหนักจากมิดฟิลด์เจ้าถิ่น ซึ่งยังคงเล่นในสไตล์พลังสูงที่ถูกวางรากฐานเอาไว้ในยุคอิราโอล่า

การเข้ามาของ มาร์โก โรเซ่อ ฝั่งบอร์นมัธไม่ได้ทำให้แนวทางดังกล่าวหายไป ขณะที่ลิเวอร์พูลเองกำลังเปลี่ยนจากฟุตบอลเน้นการควบคุมเกมในยุค อาร์เน่อ สล็อต ไปสู่รูปแบบที่ต้องใช้ความเร็ว ความเข้มข้น และการเล่นแนวดิ่งมากกว่าเดิม กระบวนการนี้จึงยังต้องใช้เวลา

อิซัค-คักโป คู่ประสานที่เริ่มกลายเป็นอาวุธหนัก

ถ้ามีจุดไหนที่ชัดเจนที่สุดในเกมรุกของลิเวอร์พูลตอนนี้ คงหนีไม่พ้นความสัมพันธ์ระหว่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค กับ โกดี้ คักโป เพราะการเคลื่อนที่และการหาเหลี่ยมเล่นของทั้งสองคนเริ่มเชื่อมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

อิซัคทำไปแล้ว 4 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และทุกประตูมีคักโปเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสร้างจังหวะสำคัญ โดยเฉพาะเกมบุกชนะ อิปสวิช ทาวน์ 2-0 ซึ่งคักโปเป็นคนแอสซิสต์ให้อิซัคทำทั้งสองประตู ขณะที่ประตูชัยเหนือบอร์นมัธก็เริ่มต้นจากการกระชากฝ่าแนวรับของดาวเตะดัตช์อีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือคักโปไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงฝั่งซ้าย เขาสามารถโยกไปเล่นด้านขวาและยังคงสร้างอันตรายได้ ความแข็งแกร่งในการเก็บบอล การเลี้ยงกินตัว และการพาบอลขึ้นหน้า ทำให้แนวรับคู่แข่งต้องถอยตามตลอด

ในเกมกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ก่อนหน้านี้ คักโปก็เป็นคนพลิกหนีคู่แข่งก่อนเปิดให้อิซัคยิงตีเสมอ 1-1 ยิ่งสะท้อนว่าความเข้าขาระหว่างทั้งคู่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เกมเดียว แต่กำลังพัฒนาเป็นรูปแบบการเข้าทำประจำของทีม

ช่วงซัมเมอร์อนาคตของคักโปเคยถูกตั้งคำถามท่ามกลางความสนใจจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ผลงานในสนามกำลังตอบแทนการตัดสินใจเก็บตัวเขาเอาไว้อย่างชัดเจน

เวียร์ตซ์มีตัวเลข แต่ฟอร์มยังไม่ระเบิด

หากมองผ่านสถิติ เวียร์ตซ์มีส่วนร่วมกับเกมไม่น้อย เขาสร้างโอกาสได้หลายครั้ง และยังเข้ามาเกี่ยวข้องกับจังหวะประตูชัยของอิซัค แต่ภาพรวมโดยเฉพาะในครึ่งแรกยังไม่ใช่ระดับที่ลิเวอร์พูลต้องการจากเพลย์เมกเกอร์ค่าตัว 116 ล้านปอนด์ หรือราว 5,104 ล้านบาท

ปัญหาใหญ่คือการเสียการครอบครองบอลในพื้นที่ที่ไม่ควรเสีย รวมถึงการรับมือกับเกมเพรสซิ่งของบอร์นมัธที่เล่นถึงตัวอย่างรวดเร็ว หลายครั้งเวียร์ตซ์มีเวลาในการตัดสินใจน้อยมากจนไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้

อิราโอล่าตัดสินใจถอดเขาออกในช่วงนาทีที่ 71 และส่ง เทรย์ นีโอนี ลงมาแทนตามรายงานการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ขณะที่เสียงวิจารณ์ต่อฟอร์มของจอมทัพเยอรมันยังคงตามมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลยังอยู่ในช่วงต้น เวียร์ตซ์ยังมีเวลาอีกมากในการปรับตัวทั้งกับพรีเมียร์ลีกและระบบใหม่ สิ่งที่แฟนหงส์กำลังรอคือวันที่ตัวเลขบนหน้าสถิติจะถูกเปลี่ยนเป็นอิทธิพลต่อเกมแบบเต็มตาเสียที

แบ็กโฟร์เริ่มลงล็อก คลีนชีตสามเกมติดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

อีกหนึ่งพัฒนาการที่ต้องจับตาคือ แนวรับลิเวอร์พูล ซึ่งเก็บคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกได้สามนัดติดต่อกัน จุดนี้อิราโอล่ายอมรับเองว่าการได้ลงเล่นร่วมกันต่อเนื่องช่วยให้ความสัมพันธ์ของผู้เล่นเกมรับแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ ยืนคู่กันได้มั่นคงมากขึ้น ขณะที่ มิลอส เคอร์เคซ และ โรนัลด์ อเราโฮ ช่วยปิดพื้นที่ด้านข้าง ไม่ปล่อยให้คู่แข่งเปิดบอลเข้าสู่เขตอันตรายได้ง่ายเหมือนช่วงต้นซีซั่น

ฌักเก้ต์เองถือเป็นผู้เล่นที่น่าจับตา จากช่วงแรกที่ยังต้องปรับตัวกับความเร็วและความหนักของพรีเมียร์ลีก ตอนนี้เริ่มรับมือได้ดีขึ้น และสามารถรักษามาตรฐานทางกายภาพจนจบเกมได้แข็งแกร่งกว่าเดิม

เมื่อรวมกับอลีสซงที่ยืนเป็นด่านสุดท้าย แนวรับชุดนี้เริ่มมีทั้งความนิ่ง ความเข้าใจ และความดุดัน นี่คือฐานสำคัญสำหรับทีมของอิราโอล่า เพราะเกมรุกอาจมีวันที่จังหวะไม่มา แต่ถ้าเกมรับยังรักษาความแน่นอนได้ หนึ่งประตูก็เพียงพอสำหรับสามแต้ม

ชัยชนะที่สะท้อนว่าหงส์แดงกำลังเดินถูกทาง

ลิเวอร์พูลยังไม่ได้เล่นฟุตบอลในแบบที่อิราโอล่าต้องการครบทุกมิติ แต่ชัยชนะเหนือบอร์นมัธเป็นอีกก้าวสำคัญ ทีมผ่านเกมที่ถูกกดดันหนัก เอาตัวรอดจากช่วงเวลายาก และใช้คุณภาพของผู้เล่นแนวรุกตัดสินเกมได้สำเร็จ

หลังจากออกสตาร์ตฤดูกาลด้วยช่วงเวลาที่ยังต้องปรับจูน ผลงานระยะหลังเริ่มแสดงให้เห็นทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งการประสานงานของคักโปกับอิซัค ความแน่นของแนวรับ และความสามารถในการชนะเกมที่ไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งตลอด 90 นาที

สิ่งที่ต้องเร่งแก้คือความเข้มข้นตั้งแต่นาทีแรกและการดึงศักยภาพสูงสุดของเวียร์ตซ์ออกมาให้ได้ เพราะหลังพักเบรกทีมชาติ โปรแกรมของลิเวอร์พูลจะหนักขึ้นอย่างชัดเจน และอิราโอล่าเองยอมรับว่าทีมกำลังเข้าสู่ช่วงการแข่งขันที่ demanding อย่างมาก โดยมีทั้งเกมลีกและฟุตบอลถ้วยรออยู่ต่อเนื่อง

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ลิเวอร์พูลชุดนี้

  • การเก็บคลีนชีตต่อเนื่องสะท้อนคุณค่าของความสม่ำเสมอในแนวรับ เพราะยิ่งผู้เล่นกองหลังได้ลงสนามร่วมกันบ่อย การสื่อสารและการยืนตำแหน่งยิ่งมีโอกาสพัฒนา
  • กองหน้าที่มีตัวรุกคอยสร้างพื้นที่และจ่ายบอลเข้าจังหวะอย่างสม่ำเสมอ มักเพิ่มโอกาสทำประตูได้มากกว่าการพึ่งความสามารถเฉพาะตัวเพียงอย่างเดียว
  • การเปลี่ยนระบบฟุตบอลของทีมใหญ่แทบไม่เกิดผลสมบูรณ์ในทันที เพราะนักเตะต้องปรับทั้งจังหวะเพรสซิ่ง การเคลื่อนที่ และการตัดสินใจพร้อมกันทั้งทีม

ทุกจังหวะสำคัญ ทุกประเด็นร้อน และทุกความเคลื่อนไหวของทัพหงส์แดง ติดตามข่าวฟุตบอลแบบเข้มข้นและเจาะลึกได้ต่อเนื่องที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM