เตบาสออกโรง จี้พรีเมียร์ลีกลงดาบให้ถึงที่สุด

ฆาเบียร์ เตบาส ประธานลา ลีกา สเปน เปิดฉากกดดัน พรีเมียร์ลีก อย่างตรงไปตรงมา โดยมองว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ควรได้รับบทลงโทษในระดับรุนแรงที่สุดตามที่กฎเปิดช่องไว้ หลังคณะกรรมการอิสระมีคำตัดสินในคดีละเมิดกฎการเงินที่ลากยาวมาหลายปี

ประเด็นดังกล่าวเป็นคดีที่ถูกเรียกรวมกันอย่างแพร่หลายว่า คดี 115 ข้อหา โดยพรีเมียร์ลีกยืนยันว่าคณะกรรมการพบความผิดในข้อกล่าวหาหลักที่เกี่ยวกับการละเมิดกฎการเงินอย่างร้ายแรงตลอดช่วง 9 ฤดูกาล รวมถึงพบความผิด 3 จาก 4 ประเด็นเกี่ยวกับการไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน

ตัวเลข 900 ล้านปอนด์ จุดเดือดของคดี

ผลการพิจารณาระบุว่า ระหว่างฤดูกาล 2009/10 ถึง 2017/18 แมนฯ ซิตี้มีการใช้ข้อตกลงเชิงพาณิชย์และสัญญาสปอนเซอร์บางส่วนในลักษณะที่ทำให้รายได้ของสโมสรสูงกว่าความเป็นจริง รวมถึงลดต้นทุนที่ถูกบันทึกในบัญชี

ตัวเลขรวมของรายได้และต้นทุนที่ถูกปรับแต่งตามผลวินิจฉัยมีมูลค่ามากกว่า 900 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 39,600 ล้านบาท ส่งผลให้บัญชีที่ยื่นต่อผู้ตรวจสอบและองค์กรฟุตบอลไม่สะท้อนสถานะทางการเงินที่แท้จริง ขณะที่คณะกรรมการยังชี้ว่า หากมีการรายงานรายการเหล่านั้นอย่างถูกต้อง สโมสรจะละเมิดเพดานการใช้จ่ายของทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่าในระดับสูงมาก

บทลงโทษยังไม่ออก แมนซิตี้เดินหน้าอุทธรณ์

แม้ผลการพิจารณาส่วนสำคัญของคดีจะถูกเปิดเผยแล้ว แต่บทลงโทษที่แมนฯ ซิตี้จะได้รับยังไม่ได้ข้อสรุป โดยพรีเมียร์ลีกจะมีการพิจารณาเรื่องมาตรการลงโทษแยกออกไปอีกขั้น

ตัวเลือกตามกฎมีตั้งแต่ค่าปรับ การตัดคะแนน ไปจนถึงมาตรการทางกีฬาอื่น ขณะที่กรณีการขับออกจากพรีเมียร์ลีก หากเดินไปถึงขั้นกระบวนการลงมติของสมาชิก จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งกรณีมติพิเศษต้องใช้เสียง 75 เปอร์เซ็นต์ หรือ 15 จาก 20 สโมสร

ฝั่งแมนฯ ซิตี้ยังไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่าย ๆ โดยสโมสรยืนยันไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน พร้อมประกาศเดินหน้าอุทธรณ์ และมีเส้นตายถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2026 ในการใช้สิทธิดังกล่าว

เตบาสต้องการให้คดีนี้เป็นบทเรียนของทั้งยุโรป

เตบาสเป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาต่อต้านแนวคิดที่เรียกว่า Financial Doping หรือการใช้กำลังเงินอัดฉีดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง เขามองว่าคดีของแมนฯ ซิตี้ไม่ได้กระทบแค่ฟุตบอลอังกฤษ แต่โยงไปถึงมาตรฐานด้านการเงินของสโมสรทั่วทวีปยุโรป

“ผมไม่ทราบรายละเอียดของกฎอย่างแน่ชัด แต่ผมเชื่อว่าบทลงโทษควรเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ข้อบังคับของพรีเมียร์ลีกกำหนดไว้สำหรับกรณีนี้ บทลงโทษดังกล่าวควรมีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นตัวอย่าง เรื่องนี้ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก แต่เป็นบทลงโทษเพื่อให้แน่ใจว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามกฎ”

มุมมองของเตบาสชัดเจนว่า หากการละเมิดเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน บทลงโทษก็ควรสะท้อนความรุนแรงของพฤติกรรม ไม่ใช่จบเพียงมาตรการเบา ๆ ที่ไม่มีผลต่อการบังคับใช้กฎในอนาคต

“การละเมิดกฎเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นการกระทำผิดในระดับเล็กน้อยเพียงใด ก็ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ดังนั้น แมนฯ ซิตี้ จึงควรได้รับบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎ ไม่ใช่เพียงเพื่อใช้เป็นตัวอย่างเท่านั้น แต่เพราะกฎได้ถูกละเมิดจริงๆ”

คดีใหญ่ที่อาจเปลี่ยนมาตรฐานพรีเมียร์ลีก

ความหนักของคดีนี้ไม่ได้อยู่แค่จำนวนข้อกล่าวหา แต่คือระยะเวลาของเหตุการณ์และขนาดตัวเลขทางการเงินที่ถูกตรวจสอบ พรีเมียร์ลีกระบุว่ากระบวนการสอบสวนเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2018 ก่อนเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการอิสระ และมีการไต่สวนนานถึง 42 วันจนเสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2024

ผลลัพธ์สุดท้ายจึงถูกจับตามองอย่างหนัก เพราะอาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญของการบังคับใช้กฎการเงินในฟุตบอลอังกฤษ โดยเฉพาะกับสโมสรขนาดใหญ่ที่มีรายได้และโครงสร้างทางธุรกิจซับซ้อน

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับกฎการเงินฟุตบอล

  • กฎการเงินถูกสร้างขึ้นเพื่อควบคุมรายรับ รายจ่าย และลดความเสี่ยงจากการใช้เงินเกินศักยภาพของสโมสร
  • การลงโทษคดีทางการเงินสามารถมีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ค่าปรับ ตัดคะแนน ไปจนถึงมาตรการทางการแข่งขัน
  • กระบวนการอุทธรณ์ถือเป็นส่วนสำคัญของคดี ทำให้คำตัดสินเบื้องต้นกับบทลงโทษสุดท้ายอาจเกิดขึ้นคนละช่วงเวลา

ติดตามความเคลื่อนไหวพรีเมียร์ลีก ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ และประเด็นร้อนในวงการลูกหนังแบบเข้มข้นได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM