เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์ เมื่อ เอฟเวอร์ตัน สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศเปิดทางรับนักลงทุนรายใหม่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการขายหุ้นที่มีอำนาจควบคุมสโมสร หลัง กลุ่มฟรีดกิน (The Friedkin Group) เจ้าของทีมชาวอเมริกัน ตัดสินใจทบทวนอนาคตของทัพทอฟฟี่สีน้ำเงิน ทั้งที่เพิ่งเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการเมื่อเดือนธันวาคม 2024 หรือยังไม่ครบสองปีเต็ม
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างคำถามสำคัญถึงทิศทางของสโมสร หลังเจ้าของทีมชุดปัจจุบันเพิ่งเข้ามากอบกู้สถานการณ์การเงินและผลักดันโครงการสนามแห่งใหม่จนสำเร็จ แต่กลับต้องเผชิญกระแสวิจารณ์เรื่องการเสริมทัพและความขัดแย้งภายใน จนอนาคตของทีมกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้ง
เอฟเวอร์ตันเปิดทางขายหุ้นใหญ่ กลุ่มฟรีดกินพร้อมส่งไม้ต่อ
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 เอฟเวอร์ตันยืนยันว่า กลุ่มฟรีดกินซึ่งนำโดย แดน ฟรีดกิน มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน กำลังพิจารณาทางเลือกด้านการลงทุนครั้งใหม่ โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการขายหุ้นที่มีอำนาจควบคุมสโมสรให้กับผู้ลงทุนรายอื่น
อย่างไรก็ตาม การประกาศดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเจ้าของทีมจะถอนตัวทันที เพราะกระบวนการทั้งหมดเพิ่งอยู่ในขั้นตอนพิจารณาข้อเสนอ และยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ลงทุนรายใดจะเข้ามารับช่วงต่อ
กลุ่มฟรีดกินยืนยันจุดยืนว่า จะพิจารณาเฉพาะผู้ซื้อที่มีความพร้อมและสามารถสานต่อความก้าวหน้าของเอฟเวอร์ตันได้อย่างมั่นคงในระยะยาว พร้อมสนับสนุนทั้งด้านการเงินและการดำเนินงานของสโมสรต่อไปจนกว่าจะได้ผู้สืบทอดที่เหมาะสม
นอกจากนี้ สโมสรยังแต่งตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน Moelis & Company ให้เข้ามาช่วยดำเนินกระบวนการประเมินทางเลือกด้านการลงทุนครั้งนี้ด้วย
ย้อนดีลเทคโอเวอร์ปี 2024 จากยุคโมชิรีสู่กลุ่มทุนอเมริกัน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2024 กลุ่มฟรีดกินเข้าซื้อหุ้น 94.1 เปอร์เซ็นต์ของเอฟเวอร์ตันจาก ฟาร์ฮัด โมชิรี อดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ ท่ามกลางปัญหาทางการเงินและความไม่แน่นอนที่สะสมมาหลายปี
ภารกิจแรกของเจ้าของทีมชุดใหม่ไม่ใช่การทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดัง แต่เป็นการจัดระเบียบโครงสร้างการเงิน ลดภาระหนี้ระยะสั้น และทำให้สโมสรกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น ก่อนเดินหน้าสร้างรากฐานสำหรับการแข่งขันในระยะยาว
อีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญคือการผลักดันโครงการ ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม (Hill Dickinson Stadium) จนแล้วเสร็จ พร้อมนำสโมสรย้ายเข้าสู่สนามเหย้าแห่งใหม่ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ของทีม
แม้กลุ่มทุนอเมริกันจะช่วยคลี่คลายปัญหาหลายด้าน แต่การตัดสินใจพิจารณาขายกิจการหลังเข้ามาบริหารได้ไม่นาน ย่อมทำให้แฟนบอลตั้งคำถามว่าเหตุใดโครงการระยะยาวที่เพิ่งเริ่มต้นจึงอาจต้องเปลี่ยนมืออีกครั้ง
ตลาดซื้อขายนักเตะถูกวิจารณ์หนัก มอยส์เจอปัญหาขุมกำลังจำกัด
หนึ่งในประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นก่อนการประกาศครั้งนี้ คือความไม่พอใจเกี่ยวกับการดำเนินงานใน ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2026 หลังสโมสรถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถเสริมขุมกำลังได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของทีม
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ มีทางเลือกในการจัดทัพค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะการเพิ่มคุณภาพและความลึกของขุมกำลังเพื่อรับมือการแข่งขันตลอดฤดูกาล
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรายงานถึงความขัดแย้งภายในและความไม่ลงตัวระหว่างฝ่ายบริหารกับทิศทางการทำทีม ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อนาคตของเอฟเวอร์ตันถูกจับตามองอย่างหนัก
มอยส์ยอมรับประหลาดใจ หลังทราบข่าวเจ้าของทีมพิจารณาขายสโมสร
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับมอยส์เช่นกัน หลังเจ้าตัวทราบเรื่องก่อนเข้าร่วมการแถลงข่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นว่าการตัดสินใจระดับเจ้าของสโมสรเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฝ่ายฟุตบอลยังต้องเดินหน้าทำผลงานในสนามอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัญหาเรื่องการเสริมทัพ เอฟเวอร์ตันยังรั้งอันดับ 7 ของตารางพรีเมียร์ลีก ณ ช่วงเวลาที่มีการประกาศข่าวดังกล่าว ทำให้ประเด็นการเปลี่ยนเจ้าของทีมยิ่งน่าสนใจ เพราะสถานการณ์ในสนามไม่ได้ย่ำแย่ถึงขั้นวิกฤต

กลุ่มฟรีดกินไม่ได้มีแค่เอฟเวอร์ตัน ยังถือครองโรมาและกานส์
สำหรับโครงสร้างการบริหาร กลุ่มฟรีดกินถือครองเอฟเวอร์ตันผ่านบริษัทในสหราชอาณาจักรอย่าง ราวด์เฮาส์ แคปิตอล บิลดิงส์ ลิมิเต็ด โดยกลุ่มทุนรายนี้ยังมีการลงทุนในวงการฟุตบอลยุโรปผ่านสโมสร อาแอส โรมา แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ อาแอส กานส์ สโมสรฟุตบอลในฝรั่งเศส
การถือครองหลายสโมสรสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มฟรีดกินมีเครือข่ายธุรกิจฟุตบอลขนาดใหญ่ ซึ่งต้องบริหารทั้งงบประมาณ การลงทุน และข้อกำหนดเกี่ยวกับการถือครองสโมสรหลายแห่งในรายการแข่งขันระดับยุโรป
ขณะเดียวกัน ยังมีความสนใจเกี่ยวกับโครงการจัดตั้งทีมฮอกกี้น้ำแข็งในลีกเอ็นเอชแอล (NHL) ที่เมืองฮิวสตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแผนลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าโครงการดังกล่าวเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้กลุ่มฟรีดกินพิจารณาขายเอฟเวอร์ตัน แต่การกระจายเงินลงทุนไปยังธุรกิจและสโมสรหลายแห่งย่อมเป็นประเด็นสำคัญในการประเมินทิศทางของกลุ่มทุนในอนาคต
เจ้าของใหม่เอฟเวอร์ตันต้องมีอะไร มากกว่าแค่เงินทุนมหาศาล
สิ่งที่กลุ่มฟรีดกินแสดงจุดยืนชัดเจนคือ จะไม่เปิดทางให้ผู้ลงทุนรายใดเข้ามาบริหารสโมสรเพียงเพราะเสนอเงินจำนวนสูงที่สุด แต่ต้องเป็นกลุ่มทุนที่มีแผนงานเหมาะสมและสามารถต่อยอดสิ่งที่สร้างไว้แล้วได้จริง
ประเด็นสำคัญของเจ้าของทีมรายใหม่จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังรวมถึงการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน การสร้างรายได้จากสนามเหย้าแห่งใหม่ และการสนับสนุนฝ่ายฟุตบอลให้มีขุมกำลังแข็งแกร่งพอสำหรับการแข่งขันในพรีเมียร์ลีก
หากการเปลี่ยนเจ้าของเกิดขึ้นจริง ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินอาจได้รับโอกาสเริ่มต้นยุคใหม่พร้อมแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนระหว่างกระบวนการขายก็อาจกระทบต่อการวางแผนระยะยาวของสโมสรได้เช่นกัน
อนาคตทอฟฟี่สีน้ำเงินอยู่ตรงไหน หลังเจ้าของทีมเปิดทางขายกิจการ
เวลานี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าเอฟเวอร์ตันจะเปลี่ยนเจ้าของอย่างแน่นอน เพราะกลุ่มฟรีดกินกำลังเปิดรับและประเมินทางเลือกด้านการลงทุน ซึ่งอาจนำไปสู่การขายหุ้นควบคุมหรือรูปแบบการลงทุนอื่นที่เหมาะสมกว่า
สิ่งที่ชัดเจนคือ สโมสรได้ผ่านช่วงเวลาทางการเงินที่ยากลำบากและมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมกว่าเดิม แต่การยกระดับผลงานในสนามยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ฝ่ายบริหารต้องตอบให้ได้
สำหรับแฟนบอลเอฟเวอร์ตัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครจะเข้ามาเป็นเจ้าของทีมคนต่อไป แต่คือผู้ลงทุนรายใหม่จะกล้าสนับสนุนแผนสร้างทีมอย่างจริงจัง และพาทอฟฟี่สีน้ำเงินกลับไปแข่งขันในระดับหัวตารางได้หรือไม่
เรื่องราวครั้งนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนเจ้าของสโมสรไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังอาจกำหนดทิศทางฟุตบอลของเอฟเวอร์ตันไปอีกหลายปี
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการเทคโอเวอร์สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
- หุ้นควบคุมสโมสร คือสัดส่วนการถือหุ้นที่ทำให้ผู้ลงทุนมีอำนาจสำคัญในการกำหนดทิศทางและตัดสินใจด้านการบริหารกิจการ โดยขึ้นอยู่กับโครงสร้างสิทธิออกเสียงของบริษัท
- การเปลี่ยนเจ้าของทีมพรีเมียร์ลีก ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตามกฎของลีก รวมถึงการประเมินคุณสมบัติของผู้ถือครองและกรรมการสโมสรตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- สนามฟุตบอลแห่งใหม่ สามารถเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากค่าบัตรเข้าชม พื้นที่รับรอง กิจกรรมเชิงพาณิชย์ และบริการต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจฟุตบอลระยะยาว
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเอฟเวอร์ตัน ข่าวพรีเมียร์ลีก ตลาดซื้อขายนักเตะ และข่าวฟุตบอลต่างประเทศแบบเข้มข้น เจาะลึกทุกประเด็นสำคัญได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM เว็บไซต์ข่าวฟุตบอลสำหรับแฟนบอลตัวจริง