คริสตัล พาเลซ พลาดโอกาสคว้าชัยชนะครั้งสำคัญอย่างน่าเสียดาย หลังบุกไปเสมอ เบซิคตัส 2-2 ในศึก ยูฟ่า ยูโรปาลีก 2026/27 รอบลีกเฟส นัดที่ 3 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 แม้จะพลิกสถานการณ์จากตามหลังกลับขึ้นนำได้จากประตูของ เยเรมี ปิโน และ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา แต่สุดท้ายกลับโดนเจ้าถิ่นตามตีเสมอ ก่อนจบเกมด้วยการแบ่งแต้มทั้งที่เบซิคตัสเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน

ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้ ปิแอร์ แซจ กุนซือชาวฝรั่งเศสวัย 47 ปี ยังไม่สามารถปลดล็อกความกดดันได้อย่างเต็มที่ หลังเพิ่งพาทีมพ่าย ไบรท์ตัน คู่ปรับร่วมพรีเมียร์ลีกแบบหมดสภาพ 0-5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นที่อิสตันบูลแสดงให้เห็นว่าทัพปราสาทเรือนแก้วยังมีพลังต่อสู้ และสามารถตอบสนองต่อความผิดหวังได้อย่างแข็งแกร่ง

พาเลซเปิดเกมดุ มาเตตาซัดเข้าแต่ VAR ริบประตู

เริ่มเกมเพียง 6 นาที คริสตัล พาเลซ เกือบได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เมื่อ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา จบสกอร์จากจังหวะเข้าทำที่ยอดเยี่ยม แต่ความดีใจต้องสะดุดหลัง VAR ตรวจสอบและตัดสินว่าดาวยิงชาวฝรั่งเศสอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

ทีมเยือนยังคงเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง โดยมีโอกาสจากการประสานงานของ อดัม วอร์ตัน และ มาเตตา ขณะที่แนวรับเบซิคตัสต้องรับมือกับการเพรสซิ่งอย่างหนักตลอดช่วงต้นเกม

เบซิคตัสลงสนามด้วยการเปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงถึง 9 ตำแหน่งจากเกมแพ้ แทร็บซอนสปอร์ ขณะที่พาเลซปรับทีม 3 ตำแหน่งจากเกมพ่ายไบรท์ตัน 0-5 แต่แม้ทีมเยือนจะเริ่มต้นได้เหนือกว่า เจ้าถิ่นกลับเป็นฝ่ายทำประตูแรกได้สำเร็จ

เอ็นดิดี้ลงโทษแนวรับ พาเลซตามหลังช่วงทดเจ็บ

นาที 45+2 เบซิคตัสฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในการประกบตัวของพาเลซ เมื่อ ซาลิห์ ออซจาน วางบอลยาวทะลุแนวรับให้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ อดีตกองกลางเลสเตอร์ ซิตี้ เติมจากแดนกลางโดยไม่มีใครตามประกบ ก่อนหลุดเข้าไปยิงด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเข้าประตูอย่างเฉียบขาด

ประตูดังกล่าวทำให้เบซิคตัสขึ้นนำ 1-0 ทั้งที่พาเลซสร้างโอกาสได้มากกว่าในครึ่งแรก และบีบให้ทีมเยือนต้องกลับไปแก้เกมช่วงพักครึ่งอย่างเร่งด่วน

ปิโนจุดประกาย มาเตตาซัดสุดคม พาเลซพลิกนำใน 4 นาที

ครึ่งหลังกลายเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลพาเลซได้เห็นการตอบสนองอย่างดุดันของทีม เมื่อพวกเขาใช้เวลาเพียง 6 นาทีหลังเริ่มครึ่งหลังตามตีเสมอได้สำเร็จ

นาที 51 อานาน คาลาอิลี เปิดบอลจากด้านข้างเข้ามาในเขตโทษให้ เยเรมี ปิโน เหยียดเท้าเข้าชาร์จส่งบอลตุงตาข่าย แม้ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าในตอนแรก แต่หลังตรวจสอบ VAR ผู้ตัดสินกลับคำตัดสินให้เป็นประตู ส่งผลให้พาเลซตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูที่ 4 ของปิโนในฤดูกาลนี้

จากนั้นเพียง 4 นาที นาที 55 แนวรับเบซิคตัสก่อความผิดพลาดครั้งใหญ่ เมื่อ ติอาโก้ ฌาโล ส่งบอลคืนหลังพลาด มาเตตาอ่านจังหวะได้อย่างรวดเร็ว ฉกบอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนกระหน่ำจากมุมแคบส่งบอลเสียบใต้คานอย่างเด็ดขาด

ประตูนี้ช่วยให้พาเลซพลิกขึ้นนำ 2-1 พร้อมเป็นประตูแรกของมาเตตาในฤดูกาลนี้ และเป็นการกลับมาทำประตูได้อีกครั้งหลังจากเคยยิงในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก ฤดูกาลก่อน

โอลาอิตันยิงสุดเฉียบ เบซิคตัส 10 คนกัดฟันแบ่งแต้ม

แม้พาเลซจะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ แต่เบซิคตัสไม่ยอมปล่อยให้เกมจบลงง่ายๆ นาที 73 จูเนียร์ โอลาอิตัน ตัวสำรองของเจ้าถิ่น เก็บบอลได้บริเวณนอกกรอบเขตโทษ ก่อนพาบอลหลบการเข้าสกัดและยิงเรียดอย่างเฉียบคมเข้ามุมประตู ตีเสมอเป็น 2-2

สถานการณ์ของเจ้าถิ่นยิ่งยากลำบากในนาที 77 เมื่อ อูมิต อัคดัก เข้าสกัด ยอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซน อย่างรุนแรง จนถูกผู้ตัดสินแจกใบแดงโดยตรง ทำให้เบซิคตัสเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงท้ายเกม

ลาร์เซนได้รับบาดเจ็บจากจังหวะดังกล่าว ก่อนจำเป็นต้องออกจากสนามในเวลาต่อมา โดย เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ถูกส่งลงมาแทน ขณะที่ ไดจิ คามาดะ พยายามเรียกร้องจุดโทษหลังล้มในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าให้

แม้พาเลซจะมีตัวผู้เล่นมากกว่าในช่วงท้ายเกม แต่กลับไม่สามารถเจาะแนวรับเบซิคตัสเพื่อทำประตูชัยได้ จบการแข่งขันด้วยผลเสมอ 2-2 อย่างน่าเสียดาย

สรุปผลบอล เบซิคตัส 2-2 คริสตัล พาเลซ

  • นาที 45+2 เบซิคตัสนำ 1-0 จาก วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้
  • นาที 51 คริสตัล พาเลซตีเสมอ 1-1 จาก เยเรมี ปิโน
  • นาที 55 คริสตัล พาเลซแซงนำ 2-1 จาก ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา
  • นาที 73 เบซิคตัสตีเสมอ 2-2 จาก จูเนียร์ โอลาอิตัน
  • นาที 77 อูมิต อัคดัก ของเบซิคตัส ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม

วิเคราะห์เกม พาเลซดีขึ้นชัดเจน แต่ปัญหาเกมรับยังต้องแก้

สิ่งที่พาเลซทำได้ดีในเกมนี้คือการเพรสซิ่งและความเด็ดขาดในการเปลี่ยนจังหวะรุกเป็นประตู โดยเฉพาะมาเตตาที่แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณกองหน้าชั้นยอด จากการอ่านความผิดพลาดของคู่แข่งก่อนจบสกอร์อย่างเฉียบขาด

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญยังอยู่ที่เกมรับ โดยเฉพาะการปล่อยให้เอ็นดิดี้วิ่งทะลุจากแดนกลางโดยไม่มีผู้เล่นตามประกบ รวมถึงการป้องกันบริเวณหน้าเขตโทษในจังหวะเสียประตูให้โอลาอิตัน

อีกประเด็นที่น่ากังวลคือความสามารถในการปิดเกม แม้พาเลซจะกลับขึ้นนำและได้เปรียบตัวผู้เล่นในช่วงท้าย แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ให้กลายเป็นชัยชนะได้ เรื่องนี้สะท้อนว่าทีมยังต้องปรับปรุงทั้งการตัดสินใจในพื้นที่สุดท้ายและการควบคุมเกมเมื่ออยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบ

ปิแอร์ แซจ ยังเผชิญแรงกดดัน แม้พาเลซเริ่มคืนฟอร์ม

สำหรับปิแอร์ แซจ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งกุนซือคริสตัล พาเลซ แทน โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา การบุกเก็บหนึ่งแต้มจากอิสตันบูลถือเป็นสัญญาณเชิงบวก หลังทีมแพ้มาแล้ว 5 นัดรวมทุกรายการภายใต้การคุมทีมของเขา

โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตัน 0-5 ในพรีเมียร์ลีกที่ทำให้แรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างหนัก เกมนี้พาเลซแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการตอบสนองที่ดีขึ้น แต่ผลเสมอยังไม่เพียงพอที่จะลบคำถามเกี่ยวกับความสม่ำเสมอของทีม

สถานการณ์ปัจจุบัน พาเลซมี 4 คะแนนจาก 3 นัด ขยับมาอยู่อันดับ 15 ของตารางลีกเฟส ขณะที่เบซิคตัสมี 7 คะแนนจาก 3 นัด รั้งอันดับ 8 และยังไม่แพ้ใครในรายการนี้ หลังเริ่มต้นด้วยชัยชนะเหนือ มาร์กเซย และ ฮอฟเฟนไฮม์ ก่อนมาเสมอพาเลซ

โปรแกรมยูโรปาลีกนัดต่อไปของพาเลซคือการเปิดบ้านรับมือฮอฟเฟนไฮม์ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของแซจในการพาทีมกลับมาเก็บชัยชนะและสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะ

ประเด็นสำคัญ พาเลซเสีย 2 คะแนน หรือได้ 1 คะแนนล้ำค่า?

หากมองจากผลงานก่อนลงสนาม การบุกเสมอเบซิคตัสที่กำลังทำผลงานได้ดีในฟุตบอลยุโรปย่อมถือเป็นผลการแข่งขันที่ยอมรับได้ โดยเฉพาะเมื่อพาเลซเพิ่งผ่านเกมพ่ายยับในพรีเมียร์ลีก

แต่หากพิจารณาจากรูปเกม การพลิกกลับมานำ 2-1 รวมถึงการมีผู้เล่นมากกว่าในช่วงท้าย ย่อมทำให้หนึ่งคะแนนครั้งนี้มีรสชาติขมสำหรับแฟนบอลปราสาทเรือนแก้ว

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าพาเลซเล่นดีขึ้นหรือไม่ แต่เป็นเรื่องที่ว่าแซจจะเปลี่ยนฟอร์มการเล่นที่ดีให้กลายเป็นชัยชนะได้เมื่อใด เพราะในฟุตบอลระดับสูง ความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนผลการแข่งขันได้ตลอดไป

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ คริสตัล พาเลซ และฟุตบอลยูโรปาลีก

  • ระบบลีกเฟสยูโรปาลีก ใช้การจัดอันดับจากคะแนนรวม โดยทีมอันดับ 1-8 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายอัตโนมัติ ส่วนอันดับ 9-24 ต้องแข่งขันรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์
  • กฎ VAR และล้ำหน้า ผู้ตัดสินสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบจังหวะทำประตูที่มีข้อสงสัยเรื่องล้ำหน้าได้ ทั้งกรณีริบประตูและกลับคำตัดสินให้เป็นประตู
  • ใบแดงโดยตรง ผู้เล่นที่ถูกไล่ออกต้องออกจากสนามทันทีและไม่สามารถส่งตัวสำรองลงมาแทนได้ ทำให้ทีมต้องเล่นด้วยจำนวนผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่งตลอดช่วงเวลาที่เหลือ

ติดตาม ข่าวฟุตบอลวันนี้ ผลบอลล่าสุด บทวิเคราะห์หลังเกม และทุกความเคลื่อนไหวของศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก พร้อมเจาะลึกสถานการณ์ทีมดังจากลีกชั้นนำทั่วโลกได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM อัปเดตครบทุกประเด็นสำคัญสำหรับแฟนบอลตัวจริง