ชาบี อลอนโซ่ กุนซือ เชลซี ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าลูกทีมเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน หลังเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ พ่ายคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-2 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2026 เกมที่เต็มไปด้วยความผิดพลาด ทั้งจังหวะเสียประตูจากนายทวารตัวเองและใบแดงของ โคล พาลเมอร์ จนสิงห์บลูส์ต้องพบกับความพ่ายแพ้อันเจ็บปวดต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน
เชลซีพังท้ายเกม เพนเดอร์สทำเข้าประตูตัวเอง พาลเมอร์โดนไล่
ศึก ลอนดอน ดาร์บี้ นัดนี้กลายเป็นฝันร้ายของเจ้าถิ่น แม้ทั้งสองทีมจะมีโอกาสทำประตูในช่วงแรก แต่เชลซีกลับไม่สามารถสร้างความต่อเนื่องในเกมรุก ขณะที่สเปอร์สครองบอลและควบคุมจังหวะได้เหนือกว่า ก่อนที่เกมจะพลิกอย่างรุนแรงในช่วงท้าย
นาทีที่ 77 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ไมค์ เพนเดอร์ส ผู้รักษาประตูเชลซี พยายามชกบอลจากลูกเตะมุมของทีมเยือน แต่กลับพลาดส่งบอลเข้าประตูตัวเอง ภายใต้แรงกดดันจาก ยาน พอล ฟาน เฮคเคอ ทำให้สเปอร์สขึ้นนำ 1-0
สถานการณ์เลวร้ายลงอีกในนาทีที่ 80 เมื่อ โคล พาลเมอร์ เข้าปะทะ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ จนได้รับใบเหลืองที่สอง กลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม ส่งผลให้เชลซีต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงเวลาที่กำลังต้องการประตูตีเสมอ
กระทั่งนาทีที่ 87 มาติส แตล ระเบิดความสามารถเฉพาะตัว ลากบอลจากแดนตัวเองขึ้นมาทะลวงแนวรับเจ้าถิ่น ก่อนซัดบอลเข้าไปอย่างเด็ดขาด ปิดกล่องให้ทัพไก่เดือยทองบุกคว้าชัย 2-0 พร้อมเก็บสามคะแนนสำคัญกลับบ้านได้สำเร็จ
อลอนโซ่ยอมรับตรงๆ เชลซีไม่ดีพอทั้งทีม
หลังจบการแข่งขัน อลอนโซ่ไม่ได้พยายามหาข้อแก้ตัวให้ลูกทีม โดยยอมรับว่าทั้งผลงานส่วนรวมและฟอร์มรายบุคคลยังห่างไกลจากมาตรฐานที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะการรับมือกับสถานการณ์กดดันในเกมใหญ่
“พวกเราทุกคนต่างผิดหวังกับผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่น ทั้งในภาพรวมของทีมและผลงานส่วนตัว เราทำผลงานได้ไม่ดีพอ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประตูแรก ซึ่งเป็นฝ่ายพวกเขาที่ทำได้ และเมื่อเหลือผู้เล่น 10 คน มันก็เป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถทำได้ดีกว่านี้”
คำพูดดังกล่าวสะท้อนชัดเจนว่ากุนซือชาวสเปนมองความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นปัญหาของทั้งทีม ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดของผู้รักษาประตูหรือการถูกไล่ออกของพาลเมอร์ เพราะก่อนเกิดสองเหตุการณ์สำคัญ เชลซีก็ยังไม่สามารถยกระดับเกมรุกให้สร้างความกดดันใส่คู่แข่งได้มากพอ
โอกาสยิงน้อย เกมรุกฝืด อลอนโซ่ชี้ขาดความอดทนและวุฒิภาวะ
อีกหนึ่งประเด็นที่อลอนโซ่แสดงความไม่พอใจคือคุณภาพการเล่นในพื้นที่สุดท้าย แม้เชลซีจะมีโอกาสจาก พาลเมอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เปโดร เนโต้ แต่ยังไม่สามารถเอาชนะ อันโตนิน คินสกี้ นายทวารทีมเยือนได้
“สิ่งสำคัญคือโอกาสทำประตู ทั้งสองทีมมีโอกาสไม่มากนัก เราพูดคุยกันในช่วงพักครึ่งว่าเราต้องเล่นอย่างอดทนและมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ จริงๆ แล้วเราสามารถทำได้ดีกว่านี้”
สถิติหลังเกมยิ่งตอกย้ำปัญหาของเจ้าบ้าน เมื่อเชลซีมีโอกาสยิงเพียง 7 ครั้ง เทียบกับสเปอร์สที่ยิงถึง 15 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนครองบอลประมาณ 68 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นว่าทีมของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ สามารถควบคุมพื้นที่และกำหนดจังหวะการแข่งขันได้ดีกว่าอย่างชัดเจน
ที่น่ากังวลคือเชลซีเสียประตูจากสถานการณ์ลูกตั้งเตะไปแล้วถึง 8 ลูกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แสดงให้เห็นว่าการป้องกันลูกนิ่งเป็นอีกจุดอ่อนที่ทีมงานของอลอนโซ่ต้องเร่งแก้ไข

แผนใช้พาลเมอร์กับโรเจอร์สเจาะช่องว่าง ยังไม่ตอบโจทย์
ในด้านแท็กติก อลอนโซ่เปิดเผยว่าต้องการให้ผู้เล่นแนวรุกเคลื่อนที่เข้าไปใช้ประโยชน์จากพื้นที่ระหว่างแผงกองกลางกับแนวรับสเปอร์ส เพื่อเชื่อมเกมและสร้างโอกาสเข้าทำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงยังขาดความสม่ำเสมอ
“เราต้องการให้เกมตรงกลางสนามมีความลื่นไหล โดยต้องการให้ โคล พาลเมอร์ และ มอร์แกน โรเจอร์ส ขยับเข้าไปหาพื้นที่ว่างระหว่างแนวรับกับแนวกลางของคู่แข่ง มีบางจังหวะที่เราทำได้ตามแผน แต่โดยรวมแล้วเราต้องทำให้ดีกว่านี้”
ปัญหาของเชลซีเริ่มตั้งแต่การจัดทัพ เมื่อ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ และ ชูเอา เปโดร ไม่พร้อมลงสนามเพราะอาการบาดเจ็บ โดยรายหลังมีปัญหาระหว่างฝึกซ้อมก่อนเกม ทำให้อลอนโซ่ต้องปรับแผนกะทันหัน ส่งเพนเดอร์สลงเฝ้าเสา และให้ จีโอวานี่ เควนด้า ออกสตาร์ต พร้อมขยับ มอร์แกน โรเจอร์ส ขึ้นไปเล่นในตำแหน่งตัวรุกตรงกลาง
แม้จะมีจังหวะที่พาลเมอร์กับโรเจอร์สประสานงานกันได้ดี แต่ภาพรวมเชลซียังขาดความเฉียบคมในการเจาะแนวรับคู่แข่ง เมื่อไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้ ความกดดันจึงย้อนกลับมาหาทีม ก่อนที่ข้อผิดพลาดในช่วงท้ายจะทำให้สถานการณ์พังลงอย่างรวดเร็ว
สเปอร์สปลดล็อกชัยชนะครั้งสำคัญ บุกชนะเชลซีครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018
สำหรับสเปอร์ส นี่ไม่ใช่เพียงชัยชนะในเกมดาร์บี้แมตช์ธรรมดา แต่ยังเป็นการบุกคว้าชัยในพรีเมียร์ลีกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2018 หลังต้องเผชิญสถิติการเล่นนอกบ้านที่ย่ำแย่ในการพบเชลซีมาอย่างยาวนาน
ผลงานของลูกทีม เด แซร์บี้ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทั้งด้านความมั่นใจ การครองบอล และการควบคุมเกมแดนกลาง โดยเฉพาะ มาเตอุส แฟร์นันด์ส และ ซานโดร โตนาลี่ ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้เจ้าบ้านไม่สามารถเล่นเกมรุกตามถนัด
ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ไก่เดือยทองคว้าชัยในลีกสองนัดติดต่อกัน พร้อมสร้างแรงกระตุ้นสำคัญหลังออกสตาร์ตฤดูกาลอย่างยากลำบาก
เชลซีต้องรีบฟื้น ก่อนดวลลิเวอร์พูลในคาราบาว คัพ
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยิ่งน่าผิดหวังเมื่อพิจารณาว่าเชลซีเพิ่งเอาชนะ บอร์นมัธ 5-1 และ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ในพรีเมียร์ลีกก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ได้เมื่อต้องเจอคู่แข่งที่กดดันหนักและมีคุณภาพในการครองบอล
ภารกิจสำคัญของอลอนโซ่จากนี้คือการเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ปรับปรุงเกมรับจากลูกตั้งเตะ เพิ่มความเฉียบขาดในพื้นที่สุดท้าย และแก้ปัญหาวินัยในสนาม โดยเชลซีมีโปรแกรมพบ ลิเวอร์พูล ในศึกคาราบาว คัพ รอบสี่ วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2026
เกมดังกล่าวจะเป็นอีกบททดสอบสำคัญว่าสิงห์บลูส์สามารถตอบสนองต่อความพ่ายแพ้ได้รวดเร็วเพียงใด เพราะหากยังปล่อยให้ข้อผิดพลาดเดิมเกิดขึ้นซ้ำ ความกดดันที่มีต่อทีมและตัวกุนซือย่อมเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เชลซี พบ สเปอร์ส และศึกลอนดอน ดาร์บี้
- ลอนดอน ดาร์บี้ คืออะไร – เป็นคำเรียกการแข่งขันฟุตบอลระหว่างสโมสรจากกรุงลอนดอน โดยคู่เชลซีกับสเปอร์สถือเป็นหนึ่งในเกมที่มีประวัติการแข่งขันเข้มข้นและได้รับความสนใจจากแฟนบอลอย่างมาก
- ใบเหลืองสองใบส่งผลอย่างไร – นักเตะที่ได้รับใบเหลืองครั้งที่สองในเกมเดียวกันจะถูกไล่ออกจากสนามทันที และต้นสังกัดต้องเล่นด้วยจำนวนผู้เล่นที่เหลือน้อยกว่าจนจบการแข่งขัน
- ทำไมลูกตั้งเตะจึงสำคัญ – ลูกเตะมุมและฟรีคิกสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้แม้ทีมจะสร้างโอกาสจากเกมเปิดไม่มาก การจัดตำแหน่งแนวรับและการสื่อสารกับผู้รักษาประตูจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันประตู
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ข่าวเชลซี ข่าวสเปอร์ส ผลบอลล่าสุด และบทวิเคราะห์เจาะลึกประเด็นร้อนจากวงการลูกหนังได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM ครบทุกเรื่องฟุตบอล เข้มข้นทุกประเด็นสำคัญ