เอฟเวอร์ตันระเบิดฟอร์มแกร่ง เปิดบ้านอัดนิวคาสเซิล 3-1 ลิ่วรอบก่อนรองชนะเลิศ

เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ โชว์ฟอร์มดุดันเกินต้าน เปิดสนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม ไล่ถล่ม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-1 ในศึก คาราบาว คัพ 2026/27 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2026 ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ แม้จะไม่มี แจ็ค กรีลิช ปีกตัวเก่งที่ถูกตัดชื่อออกจากทีมด้วยปัญหาทางวินัย

สามประตูของทัพทอฟฟี่สีน้ำเงินมาจาก เจมส์ การ์เนอร์, เฮย์เดน แฮ็คนีย์ และ เธียร์โน แบร์รี ก่อนที่ แดน เบิร์น จะโหม่งตีไข่แตกให้ทีมเยือนช่วงท้ายเกม แต่ก็สายเกินกว่าจะเปลี่ยนผลการแข่งขัน ส่งผลให้แชมป์รายการนี้เมื่อปี 2025 ต้องยุติเส้นทางป้องกันความสำเร็จไว้เพียงรอบ 16 ทีม

ชัยชนะครั้งนี้ยังส่งให้เอฟเวอร์ตันผ่านเข้าไปพบกับ ฟลีตวูด ทาวน์ ทีมจากลีกทูที่เพิ่งสร้างปรากฏการณ์เขี่ยอาร์เซนอลตกรอบอย่างเหลือเชื่อ เปิดโอกาสให้ลูกทีมของมอยส์เดินหน้าลุ้นแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ดราม่าก่อนเกม! แจ็ค กรีลิช ถูกตัดชื่อหลังละเมิดระเบียบสโมสร

ประเด็นร้อนก่อนการแข่งขันหนีไม่พ้นกรณีของ แจ็ค กรีลิช แนวรุกทีมชาติอังกฤษวัย 31 ปี ซึ่งกำลังค้าแข้งกับเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญายืมตัวจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่กลับไม่มีชื่ออยู่ในทีมชุดลงสนามพบกับนิวคาสเซิล

เอฟเวอร์ตันยืนยันว่าการตัดชื่อกรีลิชเกิดจากการละเมิดระเบียบวินัยของสโมสร โดยมีรายงานว่าประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการขาดฝึกซ้อมโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ เดวิด มอยส์ ต้องตัดสินใจลงโทษลูกทีมรายนี้ก่อนเกมสำคัญ

ก่อนหน้านี้กรีลิชเพิ่งพลาดเกมพรีเมียร์ลีกที่เอฟเวอร์ตันบุกแพ้อาร์เซนอล 0-2 เนื่องจากอาการป่วย ขณะที่ฤดูกาลนี้เจ้าตัวลงสนามให้ทีมไปแล้ว 6 นัด หลังกลับมาร่วมทัพทอฟฟี่สีน้ำเงินด้วยสัญญายืมตัวเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน

อย่างไรก็ตาม การขาดหายไปของแนวรุกชื่อดังไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพเกมรุกของเอฟเวอร์ตันลดลง ตรงกันข้าม ผู้เล่นที่ได้รับโอกาสกลับช่วยกันสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม และแสดงให้เห็นว่าทีมยังมีขุมกำลังเพียงพอสำหรับการแข่งขันรายการสำคัญ

เจมส์ การ์เนอร์ ปลดล็อก! ทอฟฟี่สีน้ำเงินเริ่มเครื่องร้อนนาที 34

ช่วงต้นเกมนิวคาสเซิลเป็นฝ่ายเปิดฉากได้อย่างน่ากลัว ฮาร์วีย์ บาร์นส์ และ ฟาเบียน แชร์ มีโอกาสทดสอบความเหนียวของ จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น แต่ยังไม่สามารถส่งบอลผ่านมือจอมหนึบทีมชาติอังกฤษได้

อีกหนึ่งจังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ วิลเลียม โอซูลา มีโอกาสลุ้นทำประตูให้ทีมเยือน ทว่า เจมส์ ทาร์คอฟสกี กัปตันทีมเอฟเวอร์ตัน พุ่งเข้ามาสกัดบอลได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้เจ้าถิ่นรอดพ้นการเสียประตูอย่างหวุดหวิด

กระทั่งนาทีที่ 34 ความผิดพลาดของแนวรับนิวคาสเซิลกลายเป็นจุดเปลี่ยน เมื่อ ไทริก จอร์จ ไล่กดดันจน อามาร์ เดดิช เสียการครองบอล ก่อนที่ เฮย์เดน แฮ็คนีย์ จะช่วยส่งบอลต่อไปถึง เจมส์ การ์เนอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความเด็ดขาดด้วยการปั่นบอลจากบริเวณกรอบเขตโทษเสียบมุมอย่างสวยงาม

ประตูดังกล่าวช่วยให้เอฟเวอร์ตันขึ้นนำ 1-0 และทำให้รูปเกมเปลี่ยนไปทันที เพราะหลังจากนั้นเจ้าถิ่นเริ่มครองจังหวะได้มั่นใจขึ้น ขณะที่นิวคาสเซิลกลับเสียความแน่นอนในเกมรับอย่างชัดเจน

แฮ็คนีย์ประเดิมตุงแรก! เอฟเวอร์ตันหนีห่างก่อนพักครึ่ง

ก่อนหมดครึ่งแรก เอฟเวอร์ตันยังคงเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง และความพยายามก็ได้รับผลตอบแทน เมื่อ เธียร์โน แบร์รี เปิดบอลเข้ามาอย่างแม่นยำให้ เฮย์เดน แฮ็คนีย์ วิ่งเข้ามาจบสกอร์แบบจังหวะเดียว ส่งบอลผ่านผู้รักษาประตูนิวคาสเซิลเข้าไปอย่างเฉียบขาด

ประตูนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับกองกลางชาวอังกฤษ เพราะถือเป็นประตูแรกของเขาในสีเสื้อเอฟเวอร์ตัน หลังย้ายมาจากมิดเดิลสโบรช์ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปี เมื่อเดือนกรกฎาคม

แฮ็คนีย์ทำประตูได้ตั้งแต่การออกสตาร์ตเป็นตัวจริงเพียงนัดที่สามให้สโมสร สะท้อนถึงศักยภาพของมิดฟิลด์รายนี้ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ทั้งการเชื่อมเกม การเคลื่อนที่เข้าพื้นที่สุดท้าย และการจบสกอร์

จบครึ่งแรกเอฟเวอร์ตันนำห่าง 2-0 พร้อมกุมความได้เปรียบอย่างเต็มที่ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลในสนาม รวมถึง แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่เดินทางมาชมการแข่งขันด้วย

แบร์รีปิดบัญชี! ซัดลูกที่ 7 ของฤดูกาล ส่งเอฟเวอร์ตันนำขาด 3-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง นิวคาสเซิลพยายามพลิกสถานการณ์ด้วยการเปลี่ยนตัวรวดเดียวสามราย ส่ง โยอาน วิสซา, โชลินตอน และ แอนโธนี อีแลงกา ลงสนามเพื่อเพิ่มความอันตรายในเกมรุก

แม้ทีมเยือนจะเริ่มเปิดเกมบุกได้มากขึ้น แต่แนวรับเอฟเวอร์ตันยังคงรักษาระเบียบได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่จังหวะจบสกอร์ของนิวคาสเซิลยังขาดความเฉียบคม โดยเฉพาะโอกาสของอีแลงกาหลังผ่านหนึ่งชั่วโมงแรก ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้

นาทีที่ 69 เจ้าถิ่นจัดการปิดบัญชีอย่างเด็ดขาด เมื่อ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์ หลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนเปิดบอลเข้ากลางให้ เธียร์โน แบร์รี จับบอลหนึ่งจังหวะแล้วซัดเข้ามุมบนอย่างเฉียบขาด ส่งเอฟเวอร์ตันหนีเป็น 3-0

นี่คือประตูที่ 7 ของแบร์รีในฤดูกาลนี้ และเป็นประตูที่ 4 ของเขาในรายการคาราบาว คัพ สะท้อนถึงความมั่นใจของกองหน้ารายนี้ที่กำลังกลายเป็นอาวุธสำคัญในแนวรุกของมอยส์

หลังจากนั้นเอฟเวอร์ตันเริ่มควบคุมสถานการณ์ และรักษาความได้เปรียบเอาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่แฮ็คนีย์ได้รับเสียงปรบมือจากแฟนบอลทั้งสนามในจังหวะถูกเปลี่ยนตัวออกให้ แฮร์ริสัน อาร์มสตรอง ลงสนาม

ท้ายเกมเดือด! แดน เบิร์น โขกตีไข่แตก ก่อนเกิดเหตุชุลมุน

แม้จะตามหลังถึงสามประตู แต่นิวคาสเซิลยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และสามารถทำประตูปลอบใจได้ในนาทีที่ 89 จากจังหวะที่ แดน เบิร์น ขึ้นโหม่งระยะเผาขนส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย ไล่ตามมาเป็น 1-3

อย่างไรก็ตาม จังหวะหลังประตูดังกล่าวกลับเกิดความวุ่นวายระหว่างนักเตะทั้งสองทีม โดย เจมส์ ทาร์คอฟสกี มีจังหวะผลัก โชลินตอน ล้มลงกับพื้น ก่อนที่ผู้เล่นหลายคนจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

สุดท้ายผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้กับ ทาร์คอฟสกี, โชลินตอน และ จอร์แดน พิคฟอร์ด จากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ทำให้ช่วงท้ายเกมเต็มไปด้วยความตึงเครียด แม้ผลการแข่งขันแทบไม่มีโอกาสพลิกกลับแล้วก็ตาม

เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น เอฟเวอร์ตันปิดเกมด้วยชัยชนะ 3-1 ส่งนิวคาสเซิลตกรอบ พร้อมรักษาความหวังในการลุ้นถ้วยแชมป์เอาไว้อย่างแข็งแกร่ง

ฟลีตวูด ทาวน์ ด่านต่อไป! ม้ามืดที่เพิ่งเขี่ยอาร์เซนอลร่วง

ภารกิจต่อไปของเอฟเวอร์ตันในคาราบาว คัพ คือการบุกเยือน ฟลีตวูด ทาวน์ สโมสรจากลีกทู ซึ่งอยู่ในอันดับ 18 ของตารางลีก ณ ช่วงการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แม้ชื่อชั้นและคุณภาพผู้เล่นจะเป็นรองอย่างชัดเจน แต่ฟลีตวูดเพิ่งสร้างหนึ่งในผลการแข่งขันสุดช็อกของฟุตบอลถ้วยอังกฤษ หลังเปิดบ้านเสมออาร์เซนอล แชมป์พรีเมียร์ลีก 1-1 ก่อนเอาชนะในการดวลจุดโทษ 5-3 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

เกมดังกล่าว อารอน ลูปาโล-บี ยิงให้ฟลีตวูดขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 21 ก่อนที่ วิคตอร์ โยเคเรส จะตีเสมอให้อาร์เซนอลในครึ่งหลัง แต่ทีมจากลีกทูไม่ยอมพังทลาย แถมยังได้เปรียบช่วงท้ายเมื่อ แม็กซ์ ดาวแมน ถูกใบแดง ก่อนที่ผู้รักษาประตู เจย์ ลินช์ จะกลายเป็นฮีโร่ในช่วงดวลจุดโทษ

ความสำเร็จครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนโดยตรงถึงเดวิด มอยส์ ว่าการเผชิญหน้ากับทีมจากดิวิชันล่างไม่ได้หมายความว่าจะผ่านเข้ารอบได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งเพิ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถล้มทีมระดับแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศมีกำหนดอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม 2026 โดยเอฟเวอร์ตันจะต้องออกไปเยือนถิ่นของฟลีตวูด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญบนเส้นทางลุ้นแชมป์

เอฟเวอร์ตันหวังปลดล็อกแชมป์แรกในรอบ 31 ปี

สิ่งที่ทำให้เส้นทางคาราบาว คัพ ฤดูกาลนี้มีความหมายกับเอฟเวอร์ตันอย่างมาก คือการที่สโมสรยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ได้เลย แม้จะมีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการฟุตบอลอังกฤษ

นอกจากนี้ ถ้วยแชมป์รายการใหญ่ครั้งล่าสุดของทอฟฟี่สีน้ำเงินต้องย้อนกลับไปถึงปี 1995 เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ นั่นหมายความว่าหากเอฟเวอร์ตันก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาลนี้ ก็จะเป็นการยุติการรอคอยความสำเร็จระดับเมเจอร์ที่ยาวนานถึง 31 ปี

สำหรับมอยส์ การพาทีมผ่านนิวคาสเซิลด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะนอกจากชัยชนะแล้ว ยังเห็นถึงความหลากหลายของผู้ทำประตูและความสามารถในการรักษามาตรฐาน แม้จะขาดผู้เล่นชื่อดังบางราย

หากเอฟเวอร์ตันสามารถผ่านฟลีตวูดได้ พวกเขาจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของรายการนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 และขยับเข้าใกล้โอกาสสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ให้สโมสรมากขึ้นอีกขั้น

นิวคาสเซิลต้องรีบฟื้น! เตรียมเปิดบ้านล้างตาเอฟเวอร์ตันในพรีเมียร์ลีก

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ส่งผลให้นิวคาสเซิลมีผลงานชนะเพียง 2 จาก 6 นัดหลังสุดในทุกรายการ สะท้อนถึงความไม่สม่ำเสมอที่ทีมจำเป็นต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาการเสียประตูหลังถูกคู่แข่งขึ้นนำ

แม้ทีมจะเริ่มต้นเกมได้ดีและสร้างโอกาสอันตรายในช่วงแรก แต่หลังเสียประตูให้การ์เนอร์ รูปเกมกลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน นิวคาสเซิลไม่สามารถรักษาความแน่นอนของเกมรับ และปล่อยให้เอฟเวอร์ตันใช้พื้นที่เข้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ทัพสาลิกาดงจะมีโอกาสแก้มืออย่างรวดเร็ว เมื่อทั้งสองทีมต้องกลับมาพบกันอีกครั้งในศึกพรีเมียร์ลีก วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ณ สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค เวลา 20.00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร หรือ 03.00 น. ของวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย

เกมดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนในลีก แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่านิวคาสเซิลจะสามารถลบความผิดหวังจากการตกรอบฟุตบอลถ้วย และตอบโต้เอฟเวอร์ตันได้รวดเร็วเพียงใด

บทสรุป เอฟเวอร์ตันแสดงพลังทีมเวิร์ก พร้อมเดินหน้าล่าความสำเร็จ

ชัยชนะ 3-1 เหนือนิวคาสเซิลเป็นมากกว่าการผ่านเข้ารอบของเอฟเวอร์ตัน เพราะทีมแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการจบสกอร์ ความแข็งแกร่งในเกมรับ และความสามารถในการรับมือกับปัญหานอกสนามโดยไม่ปล่อยให้ส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน

การแจ้งเกิดของแฮ็คนีย์ ความเฉียบคมของแบร์รี และผลงานที่โดดเด่นของการ์เนอร์ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทอฟฟี่สีน้ำเงินก้าวเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยความมั่นใจ ขณะที่มอยส์ยังมีภารกิจหนักรออยู่ เพราะฟลีตวูดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาไม่ใช่คู่แข่งที่จะประมาทได้

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเอฟเวอร์ตันและศึกคาราบาว คัพ

  • ประวัติศาสตร์คาราบาว คัพ ของเอฟเวอร์ตัน – สโมสรเคยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปี 1977 และ 1984 แต่ยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ โดยความหวังสำคัญในฤดูกาล 2026/27 คือการปลดล็อกถ้วยแชมป์ครั้งแรก
  • เส้นทางแชมป์ฟุตบอลถ้วยของนิวคาสเซิล – ทัพสาลิกาดงคว้าแชมป์ลีกคัพครั้งแรกในปี 2025 หลังเอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศ ก่อนจะต้องยุติเส้นทางการแข่งขันฤดูกาล 2026/27 ด้วยน้ำมือของเอฟเวอร์ตัน
  • มนตร์เสน่ห์ฟุตบอลถ้วยอังกฤษ – คาราบาว คัพ เปิดโอกาสให้สโมสรจากหลายระดับลีกเข้าร่วมแข่งขัน และระบบแพ้คัดออกทำให้ทีมเล็กมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ล้มทีมยักษ์ใหญ่ได้ เช่น ฟลีตวูด ทาวน์ ที่เขี่ยอาร์เซนอลตกรอบในฤดูกาลนี้

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของศึกคาราบาว คัพ ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ผลบอลล่าสุด บทวิเคราะห์เกมเดือด และเรื่องราวสำคัญจากวงการลูกหนังอังกฤษแบบเจาะลึก ครบทุกประเด็นก่อนใครได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM แหล่งรวมข่าวฟุตบอลสำหรับแฟนบอลตัวจริงที่ไม่อยากพลาดทุกจังหวะสำคัญของเกม