แมนซิตี้เจอโปรแกรมโค้งสุดท้ายสุดหิน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจอแรงกดดันชุดใหญ่ในช่วงปลายฤดูกาล หลังพรีเมียร์ลีกปฏิเสธคำขอปรับโปรแกรมแข่งขัน ทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องลงสนามถึง 4 นัดภายในเวลาเพียง 12 วัน
สถานการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ “เรือใบสีฟ้า” ที่ยังเดินหน้าลุ้นสร้างประวัติศาสตร์คว้า “ทริปเปิลแชมป์ในประเทศ” อีกครั้ง หลังเคยทำได้ในฤดูกาล 2018/19 และซีซั่นนี้คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ 2026 ไปแล้ว 1 รายการ
เอฟเอ คัพทำโปรแกรมลีกกระทบเต็มๆ
การทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ พบ เชลซี ส่งผลให้โปรแกรมพรีเมียร์ลีกบางนัดของ แมนฯ ซิตี้ ต้องขยับ โดยเฉพาะเกมพบ คริสตัล พาเลซ และ บอร์นมัธ
เดิมที แมนฯ ซิตี้ ต้องการสลับลำดับเกม เพื่อให้ทีมมีเวลาพักมากขึ้นก่อนลงเล่นนัดชิงที่เวมบลีย์ แต่พรีเมียร์ลีกยืนยันใช้กฎเดิม คือเกมที่ถูกเลื่อนต้องถูกจัดให้ลงเตะก่อน
โปรแกรม 4 นัดใน 12 วันของเรือใบ
แมนฯ ซิตี้ ต้องเจอกับคิวแข่งขันสุดบีบหัวใจดังนี้
- 13 พฤษภาคม พบ คริสตัล พาเลซ
- นัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ พบ เชลซี
- 19 พฤษภาคม เยือน บอร์นมัธ
- 24 พฤษภาคม พบ แอสตัน วิลล่า
นี่ไม่ใช่แค่โปรแกรมแน่นธรรมดา แต่คือด่านวัดความแกร่งทั้งร่างกาย สภาพจิตใจ และขุมกำลังเชิงลึกของทีมอย่างแท้จริง

ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกยิ่งเดือด
โปรแกรมอัดแน่นครั้งนี้อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก เพราะทุกแต้มหลังจากนี้มีน้ำหนักมหาศาล ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล คู่แข่งโดยตรง ก็ยังมีภารกิจฟุตบอลยุโรปรออยู่เช่นกัน
พูดง่ายๆ คือโค้งสุดท้ายฤดูกาล 2025/26 ไม่มีพื้นที่ให้พลาดแม้แต่นิดเดียว ใครหลุดจังหวะเพียงเกมเดียว อาจโดนลงโทษถึงขั้นเสียแชมป์ได้ทันที
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโปรแกรมฟุตบอลแน่นช่วงท้ายฤดูกาล
- ทีมที่ลุ้นหลายถ้วยพร้อมกันมักเจอปัญหาโปรแกรมถี่ เพราะต้องชดเชยเกมลีกที่เลื่อนจากฟุตบอลถ้วย
- ขุมกำลังสำรองและการหมุนเวียนนักเตะ คือปัจจัยสำคัญในการเอาตัวรอดช่วงโปรแกรมโหด
- เกมช่วงท้ายฤดูกาลมักกดดันกว่าปกติ เพราะทุกผลการแข่งขันส่งผลโดยตรงต่อแชมป์ โควตายุโรป และอันดับตาราง
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM