ดิว็อค โอริกี้ประกาศอำลาอาชีพนักฟุตบอล
ดิว็อค โอริกี้ อดีตกองหน้าทีมชาติเบลเยียมและขวัญใจแฟนบอลลิเวอร์พูล ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในวัย 31 ปี ปิดฉากเส้นทางลูกหนังอาชีพที่ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมทิ้งภาพจำอันดุดันในฐานะนักเตะที่มักโผล่มาเปลี่ยนเกมในวินาทีสำคัญที่สุด
แม้โอริกี้อาจไม่ใช่ชื่อที่ถูกยกเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก แต่สำหรับสาวกเดอะ ค็อป เขาคือหนึ่งในนักเตะที่มีความหมายลึกกว่าสถิติ เพราะทุกครั้งที่ทีมต้องการประตูแห่งความหวัง ชื่อของเขามักปรากฏขึ้นอย่างเฉียบขาดเสมอ
Divock Origi has announced his retirement from professional football.
— Liverpool FC (@LFC) June 8, 2026
Congratulations on a brilliant career and enjoy your retirement, Divock ❤️
ภารกิจในสนามจบลง พร้อมเปิดบทใหม่ของชีวิต
ดาวยิงชาวเบลเยียมยืนยันว่าเส้นทางในฐานะนักฟุตบอลของเขาเดินทางมาถึงปลายทางแล้ว หลังผ่านทั้งช่วงรุ่งโรจน์ ความกดดัน การบาดเจ็บ และการต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองในหลายลีกใหญ่ของยุโรป
“เป้าหมายของผมในเกมนี้สมบูรณ์แล้ว”
ถ้อยคำนี้สะท้อนชัดว่า โอริกี้ไม่ได้อำลาด้วยความพ่ายแพ้ แต่เลือกปิดฉากด้วยความภาคภูมิใจ หลังเคยยืนอยู่บนเวทีใหญ่ คว้าแชมป์สำคัญ และสร้างค่ำคืนที่แฟนบอลลิเวอร์พูลไม่มีวันลืม
ตำนานประตูใหญ่ของลิเวอร์พูล
ชื่อของโอริกี้ถูกจารึกแน่นในหน้าประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะฤดูกาล 2018/19 ที่เขากลายเป็นหนึ่งในคีย์แมนพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างยิ่งใหญ่
ภาพจำที่ทรงพลังที่สุดคือเกมคัมแบ็กถล่มบาร์เซโลน่า 4-0 ที่แอนฟิลด์ ซึ่งโอริกี้ทำประตูสำคัญในค่ำคืนประวัติศาสตร์ ก่อนจะตามไปยิงประตูปิดกล่องในนัดชิงชนะเลิศกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่มาดริด ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6
นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าของประตูสำคัญในเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ โดยเฉพาะลูกยิงช่วงทดเวลาบาดลึกใส่เอฟเวอร์ตัน ซึ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของกองหน้าที่เกิดมาเพื่อช่วงเวลาตัดสินเกมอย่างแท้จริง
แชมป์ใหญ่ที่ฝากไว้กับหงส์แดง
ตลอดช่วงเวลากับลิเวอร์พูล โอริกี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เขามีส่วนร่วมกับชุดที่คว้าแชมป์ใหญ่หลายรายการ ทั้งพรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และแชมเปี้ยนส์ ลีก
สถิติ 41 ประตูจาก 175 นัดกับลิเวอร์พูลอาจไม่ใช่ตัวเลขที่หวือหวาที่สุด แต่เมื่อมองน้ำหนักของแต่ละประตู นี่คือสถิติที่เต็มไปด้วยความหมาย เพราะหลายลูกเกิดขึ้นในเกมที่กดดันที่สุด และหลายลูกกลายเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์สโมสร
เส้นทางค้าแข้งในยุโรป
โอริกี้เริ่มสร้างชื่อกับลีลล์ ก่อนย้ายสู่ลิเวอร์พูลและค่อย ๆ กลายเป็นกองหน้าที่แฟนบอลรักจากความมุ่งมั่นและความเด็ดขาด ต่อมาเขาเคยผ่านประสบการณ์กับโวล์ฟสบวร์ก, เอซี มิลาน และน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
ช่วงท้ายอาชีพของเขาไม่ได้สวยงามเท่ายุคแอนฟิลด์ หลังต้องเจอกับโอกาสลงสนามที่ลดลงและฟอร์มที่ไม่ต่อเนื่อง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ลบคุณค่าของชายคนนี้ออกจากความทรงจำของแฟนบอล เพราะช่วงเวลาที่เขาสร้างไว้กับลิเวอร์พูลนั้นหนักแน่นเกินกว่าจะถูกลืม

สรุปตำนานโอริกี้ในสายตาเดอะ ค็อป
ดิว็อค โอริกี้อาจไม่ได้เป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงฉูดฉาดที่สุดในยุคของเขา แต่เขาคือนิยามของนักเตะที่รู้ว่าต้องยืนตรงไหนในเวลาสำคัญ และต้องยิงเมื่อไรเพื่อเปลี่ยนชะตาของทีม
การแขวนสตั๊ดในวัย 31 ปีจึงไม่ใช่แค่ข่าวอำลาของอดีตกองหน้าเบลเยียม แต่คือการปิดฉากหนึ่งในตัวละครสำคัญของยุคทองลิเวอร์พูล ผู้ที่เปลี่ยนคำว่า “ตัวสำรอง” ให้กลายเป็น “ตำนาน” ด้วยประตูที่โลกฟุตบอลยังพูดถึงจนวันนี้
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ: ดิว็อค โอริกี้
- โอริกี้ถูกจดจำมากที่สุดจากประตูใส่บาร์เซโลน่าและท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในเส้นทางแชมป์ยุโรปปี 2019
- เขาเป็นหนึ่งในนักเตะลิเวอร์พูลที่แฟนบอลรักเป็นพิเศษ เพราะมักยิงประตูสำคัญในเกมใหญ่และช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย
- แม้ไม่ได้เป็นตัวจริงถาวร แต่ความเด็ดขาดของเขาทำให้ชื่อโอริกี้ถูกผูกกับคำว่า “ตำนานลิเวอร์พูล” อย่างสมศักดิ์ศรี
แฟนบอลที่อยากติดตามข่าวฟุตบอลต่างประเทศ ข่าวลิเวอร์พูล และเรื่องราวเข้มข้นจากโลกลูกหนังแบบไม่พลาดทุกประเด็น อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM