มิลานสะดุดหนัก เบนฟิก้าบุกดับคาซาน ซิโร 2-0
รูเบน อโมริม ยอมรับว่า เอซี มิลาน กำลังมีปัญหาหลายด้าน หลังพ่าย เบนฟิก้า 0-2 คาบ้านในเกมเปิดสนามยูโรปา ลีก โดยเฉพาะอาการหลุดจากเกมในช่วงครึ่งแรก ความผิดพลาดขณะครองบอล และการขาดความสร้างสรรค์บริเวณพื้นที่สุดท้าย
ก่อนเกม อโมริมประกาศชัดว่าหากต้องล้มเหลว เขาต้องการ “fail big” พร้อมยอมรับเป็นนัยว่าอาจไม่ได้รับเวลามากพอในการสร้างทีมตามแนวทางของตัวเอง และสถานการณ์ก็เริ่มกดดันอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาพบความพ่ายแพ้นัดแรกในการคุมมิลาน หลังสองเกมก่อนหน้านี้เสมอทั้ง ยูเวนตุส และ ลาซิโอ
เบนฟิก้า ได้สองประตูจาก โดดี้ ลูเคบาคิโอ และ ยาคุบ คามินสกี้ ขณะที่รอสโซเนรียังแก้ปัญหาเดิมไม่ได้ โดยเฉพาะการยิงประตูในครึ่งแรก และครั้งนี้การเปลี่ยนตัวของกุนซือชาวโปรตุกีสก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้

อโมริมชี้ มิลานสร้างปัญหาให้ตัวเองตอนมีบอล
“This conversation of my idea is to play football,” Amorim told Sky Sport Italia.
“แนวคิดของผมก็คือการเล่นฟุตบอล” อโมริมกล่าว
“To do that, we need to play the ball, but we are creating more problems for ourselves when we have the ball than when the opponent has it. We are trying to create the routines to have more possession in the box, we had some in the second half, but we are not creating, we lack creativity near the box.
“การจะทำแบบนั้น เราต้องเล่นกับบอล แต่ตอนนี้เรากลับสร้างปัญหาให้ตัวเองเวลาครองบอลมากกว่าตอนที่คู่แข่งมีบอล เรากำลังพยายามสร้างรูปแบบเพื่อให้ครองบอลในกรอบเขตโทษมากขึ้น ครึ่งหลังเราทำได้บ้าง แต่ยังสร้างโอกาสไม่ได้ เราขาดความสร้างสรรค์บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ”
“In the first half, when we conceded the goal, we totally lost control of what we were meant to be doing, we wanted to do it all so fast and without quality. If we look at the game, when we have the ball is when we need to be prepared for the danger, because we lose it dangerous situations for our goal.”
“ในครึ่งแรก หลังจากเสียประตู เราสูญเสียการควบคุมในสิ่งที่ควรทำอย่างสิ้นเชิง เราพยายามทำทุกอย่างเร็วเกินไปและไม่มีคุณภาพ หากมองจากเกม เวลาที่เราครองบอลนั่นแหละคือช่วงที่ต้องเตรียมรับอันตราย เพราะเราเสียบอลในพื้นที่ที่เป็นอันตรายต่อประตูของเรา”
ปัญหาจิตใจหรือไม่ อโมริมรับสองนัดติดครึ่งแรกแทบไม่อยู่ในเกม
เมื่อถูกถามว่าการต้องเป็นฝ่ายไล่ตามคู่แข่งอยู่บ่อยครั้งอาจเกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจหรือไม่ อโมริมยอมรับว่านี่เป็นเกมที่สองติดต่อกันที่ทีมของเขามีครึ่งแรกน่าผิดหวัง
“I don’t know if it’s a mental issue, but it’s the second match in a row where the first half we are not in the game,” confessed Amorim.
“ผมไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหาด้านจิตใจหรือไม่ แต่นี่เป็นเกมที่สองติดต่อกันแล้วที่ในครึ่งแรกเราไม่ได้อยู่ในเกม”
“We cannot concede this goal, because we still have a lot of problems to create chances, we get nervous, we get anxious, it all becomes more difficult.”
“เราไม่สามารถเสียประตูแบบนี้ได้ เพราะเรายังมีปัญหาอย่างมากในการสร้างโอกาส พอเสียประตูเราก็กังวล ประหม่า และทุกอย่างก็ยากขึ้น”
เกมรับก็ยังรั่ว ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน
อโมริมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่ามิลานควรแก้เกมรับก่อนเกมรุก เพราะเขามองว่าทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะการจัดระเบียบทีมเมื่อเสียบอล
“Everything is connected, we are not really organised and if you see the first goal, we need to hold the position outside the box, and instead we let the player inside our area. We need to improve, because the chances that they create against us are when we lose the ball.
“ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เราจัดระเบียบได้ไม่ดีนัก ถ้าดูประตูแรก เราควรรักษาตำแหน่งไว้นอกกรอบเขตโทษ แต่กลับปล่อยให้นักเตะคู่แข่งเข้ามาในพื้นที่ของเรา เราต้องปรับปรุง เพราะโอกาสที่คู่แข่งสร้างใส่เราส่วนใหญ่เกิดขึ้นตอนเราเสียบอล”
“We cannot concede these goals, we need to score first to take the game to a different level, because we don’t create many chances.”
“เราเสียประตูแบบนี้ไม่ได้ เราจำเป็นต้องยิงประตูแรกเพื่อพาเกมไปสู่อีกระดับ เพราะเราไม่ได้สร้างโอกาสมากนัก”

เกมรุกนิ่งเกินไป ไม่มีคนวิ่งโจมตีพื้นที่ด้านหลัง
อีกจุดที่ถูกตั้งคำถามคือผู้เล่นมิลานยืนค่อนข้างนิ่ง และไม่มีการเคลื่อนที่เพื่อเปิดทางให้ผู้เล่นแนวรุก โดยเฉพาะเมื่อใช้ตัวรุกสองคนในตำแหน่งหลังศูนย์หน้า
“It’s true, especially in the first half, nobody was making runs behind, and when we have a team with two trequartista players, they have no space because nobody runs in behind them,” agreed Amorim.
“มันเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะครึ่งแรก ไม่มีใครวิ่งโจมตีพื้นที่ด้านหลัง และเมื่อเรามีผู้เล่นตำแหน่งเตรควาร์ติสตาสองคน พวกเขาก็ไม่มีพื้นที่ เพราะไม่มีใครวิ่งทะลุอยู่ด้านหลังพวกเขา”
“We talked about that at half-time. We need to look at all the game, we had started better after the break, but then we conceded a second goal, so they dropped back near the box and waited for us to go on the transition.”
“เราคุยเรื่องนี้กันตอนพักครึ่ง เราต้องมองทั้งเกม หลังพักครึ่งเราเริ่มต้นได้ดีขึ้น แต่จากนั้นก็เสียประตูที่สอง ทำให้พวกเขาถอยไปตั้งรับใกล้กรอบเขตโทษและรอเล่นเกมเปลี่ยนจังหวะใส่เรา”
เปิดเหตุผล โมดริชสำรอง Moreira ถูกดร็อป
การจัดตัวของอโมริมสร้างคำถามไม่น้อย โดยเฉพาะการปล่อย ลูก้า โมดริช นั่งสำรองตลอดเกม รวมถึงการไม่เลือก ดีเอโก้ โมเรร่า ออกสตาร์ต ทั้งที่เพิ่งยิงสองประตูในเกมกับลาซิโอ
“Rabiot did the first 90 minutes, we didn’t know if he could do it again, as it was his first time playing 90 minutes. It was the same thing with Pulisic, you now his history with injuries, he just played 45 minutes.
“ราบิโอต์เพิ่งเล่นครบ 90 นาทีเป็นครั้งแรก เราไม่รู้ว่าเขาจะทำได้อีกหรือไม่ เรื่องเดียวกันกับพูลิซิช คุณรู้ประวัติอาการบาดเจ็บของเขาดี เขาเพิ่งเล่นไป 45 นาที”
“Moreira didn’t train for two days as he had a personal matter, he didn’t work with the team, so there are situations that sometimes people don’t know.
“โมเรร่าไม่ได้ฝึกซ้อมสองวันเพราะมีธุระส่วนตัว เขาไม่ได้ฝึกกับทีม ดังนั้นจึงมีบางสถานการณ์ที่คนภายนอกอาจไม่รู้”
“We need to improve as a team, it’s not just one or two players who aren’t playing, there are things we are not doing when we are in the box, even near the box, nobody goes into the box to meet the Chukwueze pass, for instance.
“เราต้องพัฒนาในฐานะทีม มันไม่ใช่เรื่องของนักเตะหนึ่งหรือสองคนที่ไม่ได้ลงเล่น มีหลายสิ่งที่เราไม่ได้ทำทั้งในและบริเวณใกล้กรอบเขตโทษ ตัวอย่างเช่นไม่มีใครเข้าไปในกรอบเพื่อรับบอลจากชุควูเอเซ่”
“We need to be more precise, we need to be more organised.”
“เราต้องแม่นยำมากขึ้น และต้องมีระเบียบมากขึ้น”
เบนฟิก้าปลดล็อกประวัติศาสตร์ แรงกดดันเริ่มถาโถมใส่อโมริม
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยังมีความหมายเป็นพิเศษ เพราะอโมริมเป็นแฟนเบนฟิก้ามาตลอดชีวิต ขณะที่นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมดังจากโปรตุเกสสามารถเอาชนะมิลานได้ หลังการพบกันก่อนหน้านี้มีสถิติเสมอ 2 และแพ้ 4 นัด รวมถึงนัดชิงยูโรเปียน คัพ ปี 1963 และ 1990
บรรยากาศที่ซาน ซิโรตึงเครียดทันทีหลังจบเกม เสียงโห่ดังจากอัฒจันทร์ ขณะที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ปรากฏตัวอยู่ในสนามด้วย ผลงานนี้ยิ่งทำให้แรงกดดันต่ออโมริมเพิ่มขึ้น เพราะแนวทางฟุตบอลที่เขาต้องการยังไม่สามารถแสดงออกมาได้อย่างชัดเจน

ระบบ 3-4-2-1 ไม่ใช่ของตาย อโมริมพร้อมปรับเพื่อชัยชนะ
แม้ ระบบ 3-4-2-1 จะเป็นฐานสำคัญของอโมริม แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ยึดติดกับระบบจนไม่ยอมเปลี่ยน พร้อมปรับแท็กติกตามสถานการณ์เพื่อหาทางพามิลานกลับมาคว้าชัยชนะ
“I change all the time, we need to start with a base, we have two months of work. We lost tonight, but we will find the solutions to adapt to these games, because we need to create an idea, but we also need to win, so of course we can adapt,” concluded Amorim.
“ผมเปลี่ยนอยู่ตลอด เราจำเป็นต้องเริ่มจากพื้นฐาน เราทำงานกันมาสองเดือน คืนนี้เราแพ้ แต่เราจะหาทางแก้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเกมเหล่านี้ เพราะเราต้องสร้างแนวทางของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องชนะ ดังนั้นแน่นอนว่าเราสามารถปรับเปลี่ยนได้”
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ มิลาน และ เบนฟิก้า
- มิลานกับเบนฟิก้าเคยพบกันในนัดชิงยูโรเปียน คัพถึง 2 ครั้ง คือปี 1963 และ 1990
- ระบบ 3-4-2-1 ต้องพึ่งการเคลื่อนที่โจมตีพื้นที่ด้านหลังอย่างมาก หากแนวรุกยืนนิ่ง ผู้เล่นระหว่างไลน์จะถูกบีบพื้นที่ได้ง่าย
- การเสียบอลขณะกำลังขึ้นเกมเป็นหนึ่งในช่วงที่ทีมมีความเสี่ยงสูง เพราะแนวรับกำลังขยับออกจากตำแหน่งเพื่อสนับสนุนเกมบุก
ศึกของอโมริมกับมิลานยังอีกยาว แต่หลังความพ่ายแพ้ต่อเบนฟิก้า สิ่งที่ต้องเร่งแก้มีทั้งความมั่นใจ การขึ้นเกม การเคลื่อนที่ในแดนหน้า และระเบียบยามเสียบอล จากนี้ทุกนัดคือบททดสอบว่าแนวคิดของกุนซือชาวโปรตุกีสจะเริ่มจับต้องได้ หรือแรงกดดันจะยิ่งรุนแรงขึ้น
ติดตามข่าวฟุตบอลต่างประเทศ ข่าวตลาดนักเตะ ผลบอล และประเด็นร้อนวงการลูกหนังได้ทุกวันที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM