บางครั้งความล้มเหลวในตลาดนักเตะอาจเปลี่ยนเป็นกำไรมหาศาล และกรณีของ ลิเวอร์พูล กำลังสะท้อนภาพนั้นชัดเจน หลังการพลาดคว้าตัว เลนี่ โยโร่ ในปี 2024 กลายเป็นจุดเชื่อมสำคัญที่ทำให้สโมสรค้นพบและติดตาม เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ จนสุดท้ายทุ่มเงินระดับ 60 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,640 ล้านบาท ดึงตัวเข้าสู่แอนฟิลด์
จากเป้าหมาย เลนี่ โยโร่ สู่การค้นพบเพชรเม็ดใหม่
ย้อนกลับไปช่วงซัมเมอร์ปี 2024 เลนี่ โยโร่ คือหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งที่หงส์แดงติดตามอย่างจริงจัง แม้เวลานั้น เรอัล มาดริด จะถูกมองว่าเป็นจุดหมายที่มีโอกาสสูงสำหรับดาวรุ่งจากลีลล์
อย่างไรก็ตาม โยโร่เลือกย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวราว 59 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,596 ล้านบาท พร้อมปฏิเสธความสนใจจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และได้รับค่าเหนื่อยที่เชื่อกันว่าสูงถึง 145,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี
แต่สิ่งที่ลิเวอร์พูลได้จากการศึกษาดีลนี้ไม่ใช่ความว่างเปล่า เพราะระหว่างกระบวนการประเมินโยโร่ ชื่อของฌักเก้ต์ถูกเสนอขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการติดตามที่ยาวนานกว่าเดิม
แมวมองหงส์ไม่ปล่อยชื่อ ฌักเก้ต์ หลุดจากเรดาร์
แบร์รี่ ฮันเตอร์ หัวหน้าแมวมองของลิเวอร์พูล ยังคงเกาะติดพัฒนาการของแนวรับชาวฝรั่งเศสรายนี้อย่างต่อเนื่อง หลังนักเตะเริ่มแจ้งเกิดกับ แรนส์ และแสดงให้เห็นทั้งศักยภาพทางร่างกาย การอ่านเกม และพื้นที่สำหรับการพัฒนาที่สูงมาก
จุดสำคัญคือ แม้ในช่วงแรกโยโร่จะถูกประเมินว่าพัฒนาการนำหน้า แต่ฝ่ายสรรหานักเตะของลิเวอร์พูลเชื่อว่า ฌักเก้ต์มีเพดานศักยภาพในระยะยาวสูงกว่า และต่อให้โยโร่ตอบรับย้ายมาแอนฟิลด์ตั้งแต่ปี 2024 สโมสรยังมีแผนเดินหน้าตามล่าฌักเก้ต์อยู่ดี
ริชาร์ด ฮิวจ์ส ใช้คอนเน็กชันเร่งปิดดีล
ริชาร์ด ฮิวจ์ส ผู้อำนวยการกีฬาของหงส์แดง มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเจรจา โดยอาศัยความสัมพันธ์ที่ดีกับ ไมเคิ่ล มานูเอลโล่ เอเจนต์ของนักเตะ ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะสามารถเอาชนะการแข่งขันจาก เชลซี และคว้าตัวกองหลังรายนี้ได้สำเร็จ
ดีลดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 60 ล้านปอนด์ โดยลิเวอร์พูลจ่ายเงินก้อนแรกให้ แรนส์ 55 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,420 ล้านบาท หลังยกระดับฌักเก้ต์ขึ้นมาเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสโมสร
หงส์แดงบรรลุข้อตกลงสำหรับการย้ายทีมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ก่อนที่นักเตะจะย้ายเข้าสู่ทีมอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม โดยเซ็นสัญญาระยะยาว หลังผ่านการลงสนามให้ทีมชุดใหญ่แรนส์ 33 นัด และเคยเก็บประสบการณ์กับ แกลร์กมงต์ ฟุต แบบยืมตัวมาแล้ว 24 นัด

พลาด มาร์ค เกฮี แต่แผนระยะยาวอาจลงตัวกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้ทั้งแฟนบอลและคนภายในลิเวอร์พูลต่างผิดหวังกับการพลาดคว้าตัว มาร์ค เกฮี จาก คริสตัล พาเลซ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฝ่ายบริหารเชื่อว่าฌักเก้ต์มีโอกาสพัฒนาขึ้นเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ครบเครื่องกว่า
เกฮีลงเอยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสัญญา 5 ปีครึ่ง พร้อมค่าเหนื่อยประมาณ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ขณะที่ลิเวอร์พูลเลือกลงทุนกับนักเตะที่อายุน้อยกว่าและยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมหาศาล
แน่นอนว่าเกฮียังเป็นกองหลังระดับสูง แต่เมื่อเปรียบเทียบเส้นทางการพัฒนาของโยโร่ที่ยังไม่สามารถก้าวขึ้นไปถึงระดับที่หลายฝ่ายคาดหวังกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การตัดสินใจเดิมพันกับฌักเก้ต์จึงเริ่มถูกมองว่าเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ
ฟอร์มช่วงแรกส่งสัญญาณว่า ลิเวอร์พูลอาจเลือกถูกคน
สิ่งที่ทำให้ดีลนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ ฌักเก้ต์ไม่ได้ใช้เวลานานในการสร้างชื่อกับทีมใหม่ เขาก้าวขึ้นมาเป็นคู่เซนเตอร์แบ็กของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูลในเกมพรีเมียร์ลีกที่บุกชนะ บอร์นมัธ 1-0 เมื่อเดือนกันยายน
ผลงานยังต่อยอดไปถึงทีมชาติฝรั่งเศส โดยกองหลังวัย 21 ปีลงสนามเต็ม 90 นาทีในเกมเสมอ อิตาลี 1-1 ซึ่งเป็นการรับใช้ทีมชาติชุดใหญ่นัดที่สอง ต่อจากเกมชนะ เบลเยียม 1-0 พร้อมได้รับคำชมอย่างหนักจาก ซีเนดีน ซีดาน
“Very good. Very, very good. Brave.”
“ดีมาก ดีมากๆ กล้าหาญ”
เมื่อดูจากเส้นทางทั้งหมด ดีลของฌักเก้ต์จึงไม่ใช่การแก้ตัวหลังพลาดโยโร่หรือเกฮี แต่เป็นผลจากการสเกาต์ระยะยาว การประเมินศักยภาพ และการเดินเกมตลาดที่ลิเวอร์พูลเตรียมไว้หลายปี หากพัฒนาการยังเดินหน้าต่อไป เงิน 60 ล้านปอนด์อาจกลายเป็นราคาที่คุ้มเกินคาดสำหรับแกนหลักแนวรับแห่งอนาคต
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เฌเรมี่ ฌักเก้ต์
- ฌักเก้ต์เติบโตในระบบเยาวชนของ แรนส์ ตั้งแต่อายุ 14 ปี ก่อนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2024
- เจ้าตัวเคยติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ศึกยูโร U19 ปี 2024 หลังช่วยฝรั่งเศสผ่านถึงรอบชิงชนะเลิศ
- ฤดูกาล 2026-27 ฌักเก้ต์สวมเสื้อหมายเลข 5 ของลิเวอร์พูล ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นหมายเลขของ อิบราฮิมา โกนาเต้
ติดตามความเคลื่อนไหวตลาดนักเตะ ข่าวพรีเมียร์ลีก และประเด็นร้อนวงการฟุตบอลแบบเข้มข้นได้ต่อเนื่องที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM