กลายเป็นประเด็นสะเทือนวงการฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง เมื่อ ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดใจถึงคดีละเมิดกฎการเงินครั้งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมยืนยันว่า ต่อให้มีการริบแชมป์และมอบถ้วยพรีเมียร์ลีกย้อนหลังให้ทีมที่เสียประโยชน์ ก็ไม่มีทางชดเชยความรู้สึกของนักเตะที่พลาดช่วงเวลาแห่งความสำเร็จไปแล้วได้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งหาบทสรุปของคดีโดยเร็วที่สุด
สะเทือนพรีเมียร์ลีก! แมนซิตี้ถูกตัดสินผิด 114 จาก 115 ข้อหา
สถานการณ์ของทัพเรือใบสีฟ้ากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังคณะกรรมการอิสระมีคำวินิจฉัยว่า สโมสรละเมิดกฎการเงินของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถึง 114 จากทั้งหมด 115 ข้อหา นับเป็นหนึ่งในคดีใหญ่ที่สุดที่วงการฟุตบอลอังกฤษเคยเผชิญ
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การใช้สัญญาที่ถูกระบุว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินทุนและทำให้เงินสนับสนุนจากเจ้าของสโมสรดูเหมือนรายได้ทางการค้า โดยมีมูลค่ากว่า 830 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 36,520 ล้านบาท ครอบคลุมช่วงปี 2009-2018
อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงปฏิเสธการกระทำผิดและได้ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว ทำให้คดียังไม่สิ้นสุดตามกระบวนการ โดยมีการคาดการณ์ว่า ขั้นตอนอุทธรณ์อาจได้ข้อสรุปภายในช่วงคริสต์มาสปี 2026 ก่อนจะมีการประกาศคำตัดสินตามมาในช่วงต้นปี 2027
ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ประเด็นเรื่องบทลงโทษ รวมถึงความเป็นไปได้ในการริบแชมป์ย้อนหลัง กลายเป็นเรื่องที่ถูกจับตามองอย่างหนัก แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติว่าจะมีมาตรการลงโทษรูปแบบใดออกมาก็ตาม
คาร์ริคเปิดแผลเก่า! พลาดแชมป์ให้แมนซิตี้ถึงสองยุค
สำหรับคาร์ริค ประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงข้อพิพาทด้านการเงินระหว่างสโมสรกับพรีเมียร์ลีก เพราะเจ้าตัวเคยอยู่ในสนามแข่งขันและสัมผัสความเจ็บปวดจากการเสียแชมป์ให้คู่ปรับร่วมเมืองมาแล้วด้วยตัวเอง
ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2011/12 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องสูญเสียแชมป์ลีกให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบสุดดราม่าในวันสุดท้ายของฤดูกาล หลัง เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บพาเรือใบสีฟ้าเอาชนะ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 3-2 และคว้าแชมป์ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่า
ความเจ็บปวดยังเกิดขึ้นอีกครั้งในฤดูกาล 2017/18 เมื่อคาร์ริคเป็นส่วนหนึ่งของทีมปีศาจแดงภายใต้การคุมทัพของ โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งจบอันดับ 2 ตามหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ระเบิดฟอร์มคว้าแชมป์ด้วยคะแนนสูงถึง 100 แต้ม
แม้คาร์ริคจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับแมนยูไนเต็ด โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 5 สมัยตลอดอาชีพค้าแข้ง แต่ความผิดหวังจากการแข่งขันในสองฤดูกาลดังกล่าวยังเป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถลบออกจากความทรงจำได้
คืนเหรียญแชมป์ก็ไร้ประโยชน์! ความรู้สึกในวันนั้นซื้อกลับมาไม่ได้
กุนซือวัย 45 ปี แสดงความคิดเห็นถึงความเป็นไปได้ที่ทีมของเขาอาจได้รับเหรียญแชมป์ย้อนหลัง หากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกริบแชมป์ โดยเน้นย้ำว่าคุณค่าของความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ช่วงเวลาที่นักเตะได้สัมผัสชัยชนะจริงด้วย
“ในวงการฟุตบอล การมุ่งมั่นเพื่อคว้าชัยชนะ ทั้งอารมณ์และความรู้สึกตอนที่ประสบความสำเร็จ หลายอย่างล้วนเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น คุณไม่สามารถย้อนเวลากลับไปเอาความรู้สึกนั้นคืนมาได้ เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่คุณพยายามไขว่คว้ามาตลอด และนั่นคือหัวใจสำคัญที่ทำให้พวกเราทุกคนเข้ามาอยู่ในวงการนี้ เป็นความรู้สึกที่เราทุกคนต่างปรารถนา”
อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษยังอธิบายเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ทำให้การแข่งขันฟุตบอลมีคุณค่า คือการต่อสู้ตลอดเส้นทางจนถึงวินาทีสุดท้ายที่ผลการแข่งขันถูกตัดสิน
“เสน่ห์ของการพยายามคว้าแชมป์อยู่ที่เส้นทางระหว่างการเดินทางไปสู่ความสำเร็จ และช่วงเวลาสุดท้ายที่ทุกอย่างได้บทสรุป คุณจะสมหวังหรือผิดหวัง? เมื่อทุกอย่างจบลงแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด ก็ไม่มีทางเรียกความรู้สึกนั้นกลับคืนมาได้อีก”
คาร์ริคยืนยันด้วยว่า เขาไม่ได้มองข้ามความสำคัญของเหรียญรางวัลหรือความยุติธรรมในการแข่งขัน แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการแก้ไขผลการแข่งขันย้อนหลังกับความทรงจำของนักกีฬา
“ผมไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาจนไม่ใส่ใจ แต่ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็ตามในประวัติศาสตร์ หากคุณได้รับเหรียญรางวัลในภายหลัง มันก็ไม่อาจมอบความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่คุณคว้าชัยชนะได้ในครั้งแรก หรือความรู้สึกตอนที่คุณพลาดโอกาสนั้นไป”
ไม่ฟันธงริบแชมป์แมนซิตี้ แต่ยอมรับคดีนี้กระทบตัวเองโดยตรง
แม้จะได้รับผลกระทบจากการแข่งขันกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในอดีต แต่คาร์ริคเลือกที่จะไม่ตัดสินล่วงหน้าว่า พรีเมียร์ลีกควรริบแชมป์จากเรือใบสีฟ้าหรือมอบแชมป์ย้อนหลังให้สโมสรอื่นหรือไม่ เพราะกระบวนการทางกฎหมายกีฬายังไม่สิ้นสุด
“เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามมากมาย บางคำถามก็มีคำตอบแล้ว แต่บางคำถามก็ยังไม่มี แน่นอนว่า ผมเองก็มีคำถามในใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน และสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผมเป็นการส่วนตัวในหลายแง่มุมตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
“เนื่องจากเรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ผมคิดว่าจะขอเว้นการแสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้นไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าควรมีการมอบแชมป์ย้อนหลังให้กับทีมอื่นหรือไม่ แล้วค่อยกลับมาพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งในภายหลัง”
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าคาร์ริคต้องการให้กระบวนการพิจารณาดำเนินไปอย่างครบถ้วน มากกว่าจะใช้ความผิดหวังในอดีตเป็นเหตุผลเรียกร้องบทลงโทษทันที

กดดันพรีเมียร์ลีกเร่งปิดคดี หวั่นความไม่แน่นอนทำลายความเชื่อมั่น
สิ่งที่นายใหญ่ปีศาจแดงต้องการเห็นชัดเจนที่สุด คือการเร่งหาข้อยุติให้คดีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ยังเกี่ยวข้องกับสโมสรคู่แข่ง นักเตะ แฟนบอล และความน่าเชื่อถือของการแข่งขันทั้งหมด
“สิ่งหนึ่งที่ผมอยากบอกคือ การเร่งหาข้อยุติให้ได้โดยเร็วที่สุดถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย นี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครต้องเผชิญในระดับนี้ โดยส่งผลกระทบอย่างมหาศาลในหลายด้าน พวกเราทุกคนจำเป็นต้องรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป”
ประเด็นนี้ยังสอดคล้องกับความกังวลของบุคคลในวงการฟุตบอลอังกฤษหลายฝ่ายที่ต้องการให้คดีได้รับการคลี่คลายอย่างชัดเจน ขณะที่ฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังยืนยันจุดยืนในการต่อสู้ตามกระบวนการอุทธรณ์
อนาคตแมนซิตี้จะเป็นอย่างไร? บทลงโทษยังต้องรอคำตัดสิน
แม้คณะกรรมการอิสระจะวินิจฉัยความผิดในข้อหาส่วนใหญ่แล้ว แต่การอุทธรณ์ยังเป็นขั้นตอนสำคัญที่อาจส่งผลต่อบทสรุปของคดี จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเผชิญบทลงโทษรุนแรงเพียงใด
มาตรการที่ถูกพูดถึงในวงการฟุตบอลมีตั้งแต่การปรับเงิน การหักคะแนน ไปจนถึงบทลงโทษที่กระทบต่อสถานะของสโมสรในพรีเมียร์ลีก ส่วนประเด็นการริบแชมป์ย้อนหลังยังต้องพิจารณาแยกต่างหาก และไม่ใช่ผลที่จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากคำวินิจฉัยความผิด
อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจคือ โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งเคยพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จบรองแชมป์ฤดูกาล 2017/18 ก็ออกมาพูดถึงความยืดเยื้อของคดีในเชิงติดตลก สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นนี้ยังสร้างคำถามให้กับบุคคลที่เคยแข่งขันกับเรือใบสีฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว
สำหรับแฟนบอล คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าแมนซิตี้จะถูกลงโทษหรือไม่ แต่รวมถึงการรักษามาตรฐานการแข่งขันและความเป็นธรรมต่อทุกสโมสรที่ลงสนามภายใต้กฎเดียวกันด้วย
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับคดีการเงินแมนซิตี้และแชมป์พรีเมียร์ลีก
- แชมป์พรีเมียร์ลีก 2011/12 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ด้วยคะแนนเท่ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 89 แต้ม แต่มีผลต่างประตูได้เสียเหนือกว่า หลังประตูประวัติศาสตร์ของ เซร์คิโอ อเกวโร่
- ฤดูกาล 2017/18 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างสถิติคว้า 100 คะแนน ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โชเซ่ มูรินโญ่ จบรองแชมป์ด้วย 81 คะแนน
- กฎการเงินพรีเมียร์ลีก มีเป้าหมายควบคุมการดำเนินงานทางการเงินของสโมสรและส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยบทลงโทษขึ้นอยู่กับลักษณะความผิด กฎที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการพิจารณาของแต่ละคดี
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของคดีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ข่าวพรีเมียร์ลีก และข่าวฟุตบอลต่างประเทศแบบเข้มข้น เจาะลึกทุกประเด็นสำคัญได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM อัปเดตข่าวเด่นก่อนใคร ครบทุกเรื่องร้อนของโลกฟุตบอล