เดือดทั้งในสนามและนอกสนาม! ปัตตานี เอฟซี ต้องเผชิญบทลงโทษทางวินัยครั้งสำคัญ หลังแฟนบอลก่อเหตุไม่เหมาะสมระหว่างเกมเปิดบ้านพบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งการตะโกนด่าผู้ตัดสินพร้อมกันและขว้างก้อนน้ำแข็งถูกผู้ช่วยผู้ตัดสิน ส่งผลให้คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท มีมติลงโทษปรับเงินรวม 75,000 บาท โดยเฉพาะความผิดฐานขว้างสิ่งของที่ถูกเพิ่มโทษ เนื่องจากเป็นการกระทำผิดซ้ำภายในฤดูกาลเดียวกัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในศึก บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง ฤดูกาล 2026/27 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ซึ่งเจ้าถิ่นพ่ายให้กับทัพปราสาทสายฟ้า 0-1 ก่อนที่ผลการประชุมคณะกรรมการวินัยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 จะตอกย้ำว่าพฤติกรรมของกองเชียร์มีต้นทุนที่สโมสรต้องรับผิดชอบ
เดือดนาที 60 แฟนบอลปัตตานีตะโกนด่ากรรมการพร้อมกัน 2 ครั้ง
ชนวนความวุ่นวายครั้งแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 60 เมื่อกองเชียร์ปัตตานี เอฟซี บริเวณอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามอัฒจันทร์หลัก แสดงความไม่พอใจต่อการตัดสินของกรรมการ ก่อนรวมตัวตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายพร้อมเพรียงกันถึง 2 ครั้ง
พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วง บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ซึ่งกำหนดโทษสำหรับการใช้ถ้อยคำหยาบคายโดยกองเชียร์หลายคนพร้อมกันไว้ที่ 20,000-40,000 บาท
หลังพิจารณาข้อเท็จจริง คณะกรรมการวินัยมีมติลงโทษ ปรับเงิน 30,000 บาท จากเหตุการณ์ดังกล่าว ถือเป็นบทลงโทษที่สะท้อนชัดว่าการแสดงความไม่พอใจต่อผู้ตัดสินสามารถทำได้ แต่ต้องไม่ล้ำเส้นข้อบังคับของการแข่งขัน
หนักกว่าเดิม! กองเชียร์ขว้างน้ำแข็งโดนผู้ช่วยผู้ตัดสินหลังจบเกม
เหตุการณ์ไม่ได้ยุติลงพร้อมเสียงนกหวีดสุดท้าย เมื่อผู้ตัดสินและทีมงานกำลังเดินกลับเข้าสู่ห้องพัก ได้มีกองเชียร์ปัตตานี เอฟซี ที่อยู่บริเวณใกล้ทางเข้า ขว้างก้อนน้ำแข็งลงมาจนถูกตัวผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1
การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามระเบียบข้อ 4.4 ว่าด้วยการขว้างปาวัสดุหรือสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่การแข่งขัน ซึ่งกำหนดโทษปรับตั้งแต่ 30,000-60,000 บาท โดยคณะกรรมการมีมติกำหนดโทษเบื้องต้นไว้ที่ 30,000 บาท
อย่างไรก็ตาม เรื่องกลับรุนแรงขึ้นเมื่อมีการตรวจสอบประวัติทางวินัย และพบว่ากองเชียร์ปัตตานีเคยถูกลงโทษในความผิดข้อเดียวกันมาแล้วเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 หรือเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุครั้งล่าสุด
ผิดซ้ำในฤดูกาลเดียวกัน โทษปรับพุ่งเป็น 45,000 บาท
ตามข้อบังคับการแข่งขัน หากสโมสร นักฟุตบอล เจ้าหน้าที่ หรือกองเชียร์กระทำความผิดซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลเดียวกัน คณะกรรมการสามารถพิจารณาเพิ่มโทษได้อีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลง
ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการจึงเพิ่มค่าปรับอีก 15,000 บาท จากโทษเดิม 30,000 บาท ทำให้ความผิดฐานขว้างก้อนน้ำแข็งใส่เจ้าหน้าที่การแข่งขันมีค่าปรับรวม 45,000 บาท
ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น แต่คือการกระทำผิดลักษณะเดิมภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งทำให้ปัตตานีต้องเผชิญบทลงโทษที่หนักขึ้น และเป็นสัญญาณเตือนถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยภายในสนาม

สรุปบทลงโทษ ปัตตานี เอฟซี ถูกปรับรวม 75,000 บาท
สำหรับผลการพิจารณาความผิดจากเกมปัตตานี เอฟซี พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีรายละเอียดดังนี้
- 30,000 บาท – กองเชียร์ตะโกนด่าผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำหยาบคายพร้อมกัน 2 ครั้ง ในนาทีที่ 60 ตามระเบียบข้อ 4.1
- 30,000 บาท – กองเชียร์ขว้างก้อนน้ำแข็งถูกผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 หลังจบการแข่งขัน ตามระเบียบข้อ 4.4
- 15,000 บาท – เพิ่มโทษกรณีขว้างสิ่งของ เนื่องจากกระทำผิดซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขัน
รวมค่าปรับจากทั้งสองเหตุการณ์เป็นเงินทั้งสิ้น 75,000 บาท ซึ่งเป็นบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมกองเชียร์โดยตรง
ดราม่าการตัดสินยังไม่จบ คณะวินัยยืนยันผู้ตัดสินเป่าถูกทั้ง 2 จังหวะ
นอกจากบทลงโทษกองเชียร์แล้ว เกมดังกล่าวยังมีประเด็นร้อนเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ อลงกรณ์ คนไว ผู้ตัดสิน ซึ่งปัตตานี เอฟซี ได้ยื่นร้องเรียนให้ตรวจสอบ 2 เหตุการณ์สำคัญ ก่อนที่คณะกรรมการจะพิจารณาและยืนยันว่าการตัดสินทั้งสองจังหวะเป็นไปอย่างถูกต้อง
จังหวะนาที 76 ปัตตานีไม่ได้จุดโทษ
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อ อิกนาซิโอ อาเบเลโด้ ผู้เล่นปัตตานี เอฟซี ถูก เคนเน็ต วิลเลียม ดูกอล ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้าปะทะจนล้มในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ และ VAR ไม่เรียกให้ตรวจสอบภาพข้างสนาม
คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ดูกอลเล่นลูกฟุตบอลตามปกติ ก่อนเกิดการปะทะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่ถือเป็นการทำฟาวล์ และยืนยันว่าทั้งผู้ตัดสินกับ VAR ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง
จังหวะนาที 81 บุรีรัมย์ได้เพียงใบเหลือง
อีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ ฟรานซิสโก เซบาสเตียน โมยาโน ผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ใช้มือสัมผัสบริเวณใบหน้าของ มาร์ลอน ซิลวา นักเตะปัตตานี เอฟซี ขณะอยู่บริเวณข้างสนาม ก่อนที่ VAR จะเรียกผู้ตัดสินตรวจสอบภาพว่าควรเป็นใบแดงหรือไม่
ภายหลังการตรวจสอบ ผู้ตัดสินตัดสินใจให้ใบเหลือง โดยคณะกรรมการเห็นว่าเป็นการใช้มือปัดป้องการดึงเสื้อ ไม่ปรากฏเจตนาทำร้ายคู่กรณี จึงยืนยันว่าการลงโทษด้วยใบเหลืองเหมาะสมแล้ว
ผลการพิจารณาทั้งสองกรณีทำให้ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการตัดสินของปัตตานีไม่เป็นผล ขณะที่สโมสรยังต้องรับภาระค่าปรับจากพฤติกรรมกองเชียร์อีก 75,000 บาท
จากความไม่พอใจสู่บทลงโทษ บทเรียนสำคัญของฟุตบอลไทย
เรื่องนี้สะท้อนปัญหาที่สโมสรฟุตบอลไม่อาจมองข้าม เพราะแม้เกมในสนามจะเต็มไปด้วยความกดดันและจังหวะตัดสินที่สร้างความขัดแย้ง แต่การใช้ถ้อยคำหยาบคายพร้อมกันหรือขว้างสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ไม่ใช่วิธีแสดงออกที่อยู่ในกรอบของการเชียร์ฟุตบอล
ยิ่งเมื่อความผิดเกิดขึ้นซ้ำ สโมสรย่อมต้องเผชิญผลกระทบทางการเงินมากขึ้น และจำเป็นต้องทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย การควบคุมพื้นที่ใกล้ทางเข้าออกของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการสื่อสารกับกลุ่มกองเชียร์อย่างจริงจัง
ความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านควรมาจากเสียงเชียร์ที่กดดันคู่แข่ง ไม่ใช่พฤติกรรมที่ย้อนกลับมาสร้างความเสียหายให้ทีมตัวเอง เพราะท้ายที่สุดผลการแข่งขันสามารถจบลงใน 90 นาที แต่ผลจากการกระทำของแฟนบอลอาจส่งผลต่อสโมสรนานกว่านั้น
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับกฎวินัยกองเชียร์ฟุตบอลไทย
- การด่าผู้ตัดสินพร้อมกันมีโทษหนักกว่าการกระทำรายบุคคล – ตามข้อ 4.1 กรณีกองเชียร์หลายคนใช้ถ้อยคำหยาบคายพร้อมกัน มีโทษปรับ 20,000-40,000 บาท ขณะที่กรณีทั่วไปกำหนดไว้ 10,000-30,000 บาท
- การขว้างสิ่งของไม่จำเป็นต้องเกิดระหว่างเกม – การขว้างวัสดุหรือสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่การแข่งขันสามารถเข้าข่ายความผิดได้ แม้เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังสิ้นเสียงนกหวีด
- การทำผิดซ้ำทำให้โทษเพิ่มขึ้น – หากกระทำผิดระเบียบข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขัน คณะกรรมการสามารถเพิ่มโทษตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้อีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลง
ขอบคุณรูปภาพจาก Pattani FC
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ฟุตบอลไทย ข่าวไทยลีก ประเด็นเดือดในสนาม และบทลงโทษสำคัญที่แฟนบอลไม่ควรพลาด ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM เกาะติดทุกจังหวะลูกหนัง เจาะลึกทุกประเด็นที่มีผลต่อเกมการแข่งขัน