วงการฟุตบอลไทยเดือดอีกระลอก! คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ประกาศบทลงโทษผู้ตัดสิน 2 รายในศึก ไทยลีก 2 ฤดูกาล 2569/70 หลังตรวจพบความผิดพลาดในเกมที่เกี่ยวข้องกับขอนแก่น ยูไนเต็ด ทั้งจังหวะปล่อยผ่านการเล่นอันตรายจนเกิดประตู และการเป่าจุดโทษจากแฮนด์บอลที่ไม่เข้าข่ายความผิด ส่งผลให้ผู้ตัดสินทั้งสองรายถูกพักการปฏิบัติหน้าที่คนละ 6 สัปดาห์
ผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 8 ประจำฤดูกาล 2569/70 เปิดเผยรายละเอียดข้อร้องเรียนจากชัยนาท ฮอร์นบิล และพัทยา ยูไนเต็ด รวม 3 เหตุการณ์ โดยมีทั้งจังหวะที่ผู้ตัดสินทำหน้าที่ถูกต้องและจังหวะผิดพลาดที่นำไปสู่บทลงโทษ
เปิดบทลงโทษ 2 เปาไทยลีก 2 โดนพักงานคนละ 6 สัปดาห์
บทลงโทษครั้งนี้เกิดจากการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง จำนวน 2 นัด ซึ่งมีขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในคู่แข่งขันทั้งสองเกม
- จิรายุ โลหะพรม ผู้ตัดสินเกมขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ ชัยนาท ฮอร์นบิล วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ จากการปล่อยผ่านจังหวะเล่นอันตรายและแฮนด์บอลก่อนเกิดประตู
- วทัญญู โมริน ผู้ตัดสินเกมพัทยา ยูไนเต็ด พบ ขอนแก่น ยูไนเต็ด วันที่ 18 ตุลาคม 2569 ถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ จากการให้จุดโทษผิดพลาดในจังหวะบอลกระดอนจากลำตัวไปโดนแขน
ทั้งสองกรณีถูกลงโทษตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน หมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มงวดในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน โดยเฉพาะจังหวะที่ส่งผลโดยตรงต่อการเสียประตู
ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ ชัยนาท ฮอร์นบิล ร้องเรียน 2 จังหวะสำคัญ
การแข่งขันวันที่ 15 ตุลาคม 2569 กลายเป็นต้นเหตุของข้อร้องเรียนจากชัยนาท ฮอร์นบิล ถึง 2 เหตุการณ์ โดยคณะกรรมการตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ตัดสินจิรายุ โลหะพรม ตัดสินถูกต้องหนึ่งจังหวะ แต่ผิดพลาดอีกหนึ่งจังหวะจนถูกลงโทษ
นาทีที่ 9 ไม่ให้จุดโทษชัยนาท คณะกรรมการชี้เป่าถูกต้อง
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 9 เมื่อ ปิยโรจน์ กวางแก้ว ผู้เล่นหมายเลข 24 ของชัยนาท ฮอร์นบิล ถูก ฟลอเรียน โลรองต์ มิกกาเอล โคซิน (Florian Laurent Myckael Cosyn) ผู้เล่นหมายเลข 26 ของขอนแก่น ยูไนเต็ด เข้าปะทะจนล้มลงภายในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ ทำให้ชัยนาทไม่ได้รับลูกจุดโทษ
ผลการพิจารณาระบุว่า ปิยโรจน์เลี้ยงบอลและเตะบอลไปด้านหน้าจนลูกฟุตบอลเคลื่อนห่างออกจากตัว เปิดโอกาสให้ผู้เล่นขอนแก่น ยูไนเต็ด สามารถเข้าแย่งชิงลูกบอลได้ตามปกติ
ส่วนจังหวะที่ผู้เล่นทั้งสองเบียดปะทะและขาเกี่ยวพันกันจนล้มลงนั้น ถือเป็นอุบัติเหตุจากการเล่นฟุตบอลตามปกติ หรือ Accidental ไม่ใช่การกระทำผิดกติกา ดังนั้น การที่จิรายุไม่เป่าฟาวล์และไม่ให้จุดโทษจึงเป็นคำตัดสินที่ถูกต้อง
นาทีที่ 19 ปล่อยยกเท้าสูงก่อนยิงประตู เปาจิรายุเจอโทษหนัก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 19 เมื่อ เจษฎา บาทชารี ผู้เล่นหมายเลข 99 ของขอนแก่น ยูไนเต็ด พยายามแย่งบอลด้วยการยกเท้าสูงในจังหวะที่ ณภัทร จารุภัทรภักดี ผู้เล่นหมายเลข 2 ของชัยนาท ฮอร์นบิล กำลังพยายามเล่นบอลด้วยศีรษะ
ผู้ตัดสินกลับปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป ก่อนที่ชัยนาทจะเสียประตูจากจังหวะดังกล่าว ทำให้สโมสรยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อขอให้ตรวจสอบการตัดสิน
ผลการพิจารณาพบความผิดพลาดสำคัญถึง 2 ประเด็น ได้แก่
- เจษฎายกเท้าขึ้นเล่นบอลในระดับศีรษะ ขณะที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกำลังพยายามโหม่งบอล ถือเป็นการเล่นในลักษณะที่เป็นอันตราย (Playing in a Dangerous Manner)
- ลูกฟุตบอลสัมผัสแขนของเจษฎาก่อนที่เจ้าตัวจะทำประตูได้โดยตรง ซึ่งเข้าข่ายความผิดแฮนด์บอลตามกติกา
ด้วยเหตุนี้ การที่จิรายุปล่อยให้เกมดำเนินต่อจนขอนแก่น ยูไนเต็ด ทำประตูได้จึงถูกวินิจฉัยว่าเป็นการตัดสินผิดพลาด และนำไปสู่คำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 6 สัปดาห์
พัทยา ยูไนเต็ด พบ ขอนแก่น ยูไนเต็ด จุดโทษนาที 75 กลายเป็นปัญหาใหญ่
อีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในเกมวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ระหว่างพัทยา ยูไนเต็ด กับขอนแก่น ยูไนเต็ด โดยเจ้าบ้านยื่นร้องเรียนจังหวะเสียลูกจุดโทษในนาทีที่ 75 ซึ่งนำไปสู่การเสียประตู
จังหวะดังกล่าวเริ่มจาก อัลลัน นอร์แบร์ ฌอง-โคลด การ์เนวา (Allan Norbert Jean-Claude Carneva) ผู้เล่นหมายเลข 70 ของขอนแก่น ยูไนเต็ด เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนลูกบอลสัมผัสบริเวณลำตัวหรือสีข้างด้านขวาของ ภรัณยู อุปละ กองหลังหมายเลข 4 ของพัทยา ยูไนเต็ด แล้วเปลี่ยนทิศทางไปโดนแขนหรือมือ
อย่างไรก็ตาม วทัญญู โมริน ผู้ตัดสินในสนาม กลับเป่าให้เป็นแฮนด์บอล ส่งผลให้พัทยา ยูไนเต็ด เสียลูกจุดโทษและเสียประตูตามมา
ผลสอบชัดเจน เป่าแฮนด์บอลผิด พักวทัญญู 6 สัปดาห์
คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ตรวจสอบแล้วเห็นว่า ลูกฟุตบอลสัมผัสลำตัวหรือสีข้างของภรัณยูก่อนแฉลบไปโดนแขนหรือมือ ซึ่งจากลักษณะของเหตุการณ์นี้เข้าข้อยกเว้นที่ไม่ถือเป็นความผิดแฮนด์บอล
นั่นหมายความว่าพัทยา ยูไนเต็ด ไม่ควรเสียลูกจุดโทษจากจังหวะดังกล่าว และการตัดสินของวทัญญูจึงถูกวินิจฉัยว่าผิดพลาด
คณะกรรมการมีคำสั่งลงโทษพักการปฏิบัติหน้าที่วทัญญู โมริน เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ตามระเบียบข้อบังคับหมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) เช่นเดียวกับกรณีของจิรายุ โลหะพรม
ทำไมความผิดพลาด 2 เกมจึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ของฟุตบอลไทย
สิ่งที่น่าจับตาคือทั้งสองเกมมีลักษณะความผิดพลาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน เกมแรกผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ทั้งที่มีการเล่นอันตรายและแฮนด์บอลก่อนเกิดประตู ส่วนเกมที่สองกลับเป่าแฮนด์บอลทั้งที่จังหวะนั้นไม่เข้าข่ายความผิด
ความผิดพลาดทั้งสองรูปแบบสะท้อนให้เห็นว่า การใช้ดุลยพินิจของผู้ตัดสินในจังหวะสำคัญต้องอาศัยทั้งความแม่นยำในการอ่านเกมและความเข้าใจกติกา เพราะคำตัดสินเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนสถานการณ์การแข่งขันได้ทันที
อีกประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดคือ การลงโทษผู้ตัดสินไม่ได้หมายความว่าผลการแข่งขันจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบและกำหนดความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับกติกาฟุตบอล จังหวะไหนผิดและจังหวะไหนไม่ผิด
- การเล่นในลักษณะที่เป็นอันตราย ไม่จำเป็นต้องมีการสัมผัสร่างกายคู่แข่งเสมอไป หากการกระทำนั้นทำให้ผู้เล่นคนอื่นเสี่ยงบาดเจ็บหรือไม่กล้าเล่นบอลตามปกติ ก็อาจเป็นความผิดได้ โดยทั่วไปหากไม่มีการสัมผัสตัวคู่แข่งจะลงโทษด้วยฟรีคิกโดยอ้อม
- กติกาแฮนด์บอล ไม่ได้หมายความว่าบอลสัมผัสแขนทุกครั้งจะเป็นความผิด ผู้ตัดสินต้องพิจารณาการเคลื่อนไหวและตำแหน่งของแขนประกอบด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่ทำประตูได้โดยตรงจากแขนหรือมือของตนเองถือว่าทำผิดกติกา แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
- การตรวจสอบผู้ตัดสิน เป็นกลไกสำคัญของฟุตบอลอาชีพ ช่วยแยกข้อผิดพลาดจากการใช้ดุลยพินิจ และสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบในการทำหน้าที่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
บทลงโทษผู้ตัดสินสองรายในครั้งนี้ถือเป็นอีกบททดสอบสำคัญของมาตรฐานการตัดสินฟุตบอลไทย เพราะทุกเสียงนกหวีดล้วนมีผลต่อการแข่งขัน แฟนบอลสามารถติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวไทยลีก 2 ผลการแข่งขัน และประเด็นร้อนวงการฟุตบอลไทยได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM อัปเดตข่าวฟุตบอลเข้มข้น เจาะลึกทุกเหตุการณ์สำคัญอย่างต่อเนื่อง