สถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าขั้นวิกฤตจนไม่อาจมองข้าม เมื่อ เอริค เทน ฮาก อดีตกุนซือปีศาจแดง ออกโรงเตือนว่าการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน หลังทีมหล่นมาอยู่อันดับ 17 มีเพียงผลต่างประตูได้เสียที่ช่วยให้รอดพ้นโซนแดง ขณะที่ความพ่ายแพ้ต่อ เชลซี 0-2 ยิ่งเพิ่มแรงกดดันมหาศาลให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค ซึ่งกำลังเผชิญบททดสอบหนักที่สุดครั้งหนึ่งบนเก้าอี้ผู้จัดการทีม
เทน ฮาก ฟันธง แมนยูมีสิทธิ์ตกชั้น หากหยุดวิกฤตไม่อยู่
เอริค เทน ฮาก อดีตผู้จัดการทีมชาวเนเธอร์แลนด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า อดีตต้นสังกัดมีโอกาสหล่นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้จริง หากยังปล่อยให้ผลงานดิ่งลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในลีกที่ทุกสโมสรต่างมีคุณภาพและพร้อมลงโทษทีมที่กำลังเสียความมั่นใจ
เทน ฮาก แสดงความคิดเห็นผ่านรายการ Goedemorgen Eredivisie ของ ESPN เนเธอร์แลนด์ โดยระบุว่า
“สำหรับพรีเมียร์ลีก เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะทุกทีมล้วนแข็งแกร่ง ทุกทีมมีขุมกำลังที่ดีและผู้จัดการทีมที่มีคุณภาพ หากคุณพลาดพลั้งจนตกไปอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และเข้าสู่วงจรที่เลวร้ายอย่างแท้จริง เมื่อนั้นทุกอย่างก็จะกลายเป็นเรื่องยากมาก ๆ”
คำเตือนดังกล่าวสะท้อนความจริงอันโหดร้ายของพรีเมียร์ลีก เพราะชื่อเสียงและประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ไม่ได้รับประกันความอยู่รอด หากผลงานในสนามยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนได้
อันดับ 17 สะเทือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ชนะเพียงเกมเดียวจาก 9 นัด
ผลงานของ แมนยู พรีเมียร์ลีก 2026/27 หลังผ่านการแข่งขัน 9 นัด ถือว่าน่าผิดหวังอย่างรุนแรง เมื่อทีมเก็บชัยชนะได้เพียงเกมเดียว เสมอ 4 นัด และแพ้ 4 นัด มีแค่ 7 คะแนน รั้งอันดับ 17 ของตาราง
ชัยชนะหนึ่งเดียวเกิดขึ้นในเกมเปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ อิปสวิช ทาวน์ ทีมน้องใหม่ 5-2 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นับจากนั้นปีศาจแดงกลับไม่สามารถคว้าชัยในลีกได้อีกเลย
ที่น่ากังวลคือ แมนยูมีคะแนนเท่ากับ คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับ 18 โดยปีศาจแดงมีผลต่างประตูได้เสียติดลบ 5 ขณะที่พาเลซติดลบ 12 ทำให้ความได้เปรียบในเวลานี้เหลือเพียงตัวเลขผลต่างประตูเท่านั้น
เชลซีตอกฝาโลง! แมนยูแพ้ 0-2 มาร์ติเนซโดนแดงซ้ำเติมวิกฤต
ความพ่ายแพ้ล่าสุดต่อ เชลซี 0-2 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่เปิดแผลใหญ่ของปีศาจแดง หลังทีมแพ้เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันในทุกรายการ

ครึ่งหลังพังยับ เสียประตูพร้อมผู้เล่นสำคัญ
เกมดังกล่าว แมนยูมีโอกาสสร้างความอันตรายในครึ่งแรก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้ ก่อนถูกลงโทษอย่างหนักในครึ่งหลัง
- นาที 50 มอร์แกน โรเจอร์ส ยิงให้เชลซีขึ้นนำ 1-0
- นาที 63 ลิซานโดร มาร์ติเนซ ได้รับใบเหลืองที่สองจากจังหวะปะทะ เวสลีย์ โฟฟาน่า หลังผู้ตัดสินตรวจสอบ VAR ส่งผลให้แมนยูเหลือผู้เล่น 10 คน
- นาที 64 โคล พาลเมอร์ สังหารจุดโทษให้เชลซีหนีเป็น 2-0 และรักษาสกอร์จนจบเกม
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่เพียงทำให้แมนยูจมอยู่ท้ายตาราง แต่ยังส่งผลให้ทีมไม่ชนะใครติดต่อกันถึง 9 นัดในทุกรายการ สะท้อนปัญหาทั้งเรื่องความเฉียบคมในเกมรุก การป้องกัน และความมั่นใจของนักเตะ
คาร์ริคเก้าอี้ร้อน อิเนออสอาจต้องตัดสินใจครั้งใหญ่อีกหน
สถานการณ์ของ ไมเคิ่ล คาร์ริค กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หลังผลงานของทีมตกต่ำต่อเนื่อง โดยก่อนแพ้เชลซี แมนยูเพิ่งพ่าย บอร์นมัธ 0-3 ในพรีเมียร์ลีก และแพ้ โคโม่ 1-4 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
หากกลุ่มผู้บริหาร อิเนออส (INEOS) ตัดสินใจเปลี่ยนตัวกุนซืออีกครั้ง คาร์ริคอาจกลายเป็นผู้จัดการทีมรายที่ 3 ที่ต้องออกจากตำแหน่งภายใต้การบริหารของกลุ่มทุนดังกล่าวในช่วงเวลากว่าสองปี
ก่อนหน้านี้ เทน ฮาก ถูกปลดเมื่อปี 2024 ขณะที่ทีมรั้งอันดับ 14 แม้เจ้าตัวเคยพาสโมสรคว้าแชมป์คาราบาว คัพ และเอฟเอ คัพ อย่างละหนึ่งสมัยตลอดสองฤดูกาลเต็มที่ทำงานในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ปัจจุบัน เทน ฮาก ทำหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของเอฟซี ทเวนเต้ แต่สถานการณ์ของอดีตต้นสังกัดกลับยิ่งเลวร้ายกว่าในวันที่เขาถูกปลดเสียอีก
จากยุคเฟอร์กูสันสู่การดิ้นรนหนีตกชั้น ประวัติศาสตร์กำลังถูกท้าทาย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุดอังกฤษนับตั้งแต่ปี 1974 หรือก่อนการก่อตั้งพรีเมียร์ลีกในปี 1992 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันทำให้แฟนบอลต้องกลับมากังวลกับเรื่องที่เคยดูห่างไกลจากสโมสรแห่งนี้อย่างมาก
นับตั้งแต่การอำลาตำแหน่งของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 2013 ปีศาจแดงต้องเผชิญความไม่แน่นอนทั้งเรื่องผู้จัดการทีม รูปแบบการเล่น และผลงานในลีก แต่การหล่นมาอยู่ใกล้พื้นที่ตกชั้นหลังผ่านการแข่งขันเพียง 9 นัด ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลายากลำบากในเดือนพฤศจิกายน ปี 1986 ซึ่งเป็นยุคฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษก่อนการกำเนิดพรีเมียร์ลีก
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อันดับในตารางเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่ทีมยังไม่สามารถสร้างความต่อเนื่องได้ เพราะหากคู่แข่งในกลุ่มท้ายตารางเริ่มเก็บคะแนน สถานการณ์ของแมนยูอาจเปลี่ยนจากการลุ้นหนีโซนแดงเป็นการต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดอย่างเต็มตัว
โปรแกรมต่อไปไม่ง่าย แมนยูต้องรีบเรียกศรัทธาคืน
บททดสอบต่อไปของปีศาจแดงยังคงหนักหน่วง โดยมีโปรแกรมเปิดบ้านรับมือ อาแอส โรม่า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ก่อนกลับมาลงเล่นพรีเมียร์ลีกพบ แอสตัน วิลล่า วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
เกมกับแอสตัน วิลล่า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในลีก เพราะแมนยูจำเป็นต้องหยุดการเสียคะแนนและสร้างระยะห่างจากพื้นที่ตกชั้นให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกัน คาร์ริคต้องหาวิธีเรียกความมั่นใจของลูกทีมกลับมา ก่อนความกดดันจะลุกลามจนควบคุมไม่ได้
คำถามสำคัญเวลานี้จึงไม่ใช่แค่ว่าแมนยูจะกลับไปลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปได้เมื่อไร แต่เป็นคำถามที่แฟนบอลไม่เคยคิดว่าจะต้องเผชิญอีกครั้งว่า ปีศาจแดงจะหยุดฟอร์มตกและพาตัวเองออกจากอันตรายได้ทันหรือไม่
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ แมนยู และการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก
- แมนยูตกชั้นครั้งล่าสุดเมื่อปี 1974 โดยหล่นจากดิวิชั่นหนึ่ง ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของอังกฤษในเวลานั้น ก่อนกลับขึ้นมาได้หลังใช้เวลาหนึ่งฤดูกาลในดิวิชั่นสอง
- พรีเมียร์ลีกมีทีมตกชั้น 3 สโมสร เมื่อจบฤดูกาล ทีมอันดับ 18, 19 และ 20 จะหล่นไปแข่งขันในอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลถัดไป
- ผลต่างประตูได้เสียมีความสำคัญ เมื่อทีมมีคะแนนเท่ากัน ผลต่างประตูได้เสียจะเป็นเกณฑ์แรกในการจัดอันดับ ทำให้ทุกประตูที่ยิงได้และเสียไปอาจส่งผลต่อการหนีตกชั้น
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจาะลึกสถานการณ์พรีเมียร์ลีก ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ และประเด็นร้อนจากวงการลูกหนังแบบเข้มข้น ครบทุกมุมสำคัญได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM เพราะทุกเกมมีเรื่องราว และทุกแต้มอาจเปลี่ยนอนาคตของสโมสรได้