เดือดทะลุแอนฟิลด์! ลิเวอร์พูล ต้องกลืนความเจ็บปวดหลังเปิดบ้านพ่าย อาร์เซน่อล 0-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 แต่ประเด็นที่ร้อนแรงยิ่งกว่าผลการแข่งขันกลับเป็นจังหวะปัญหาในกรอบเขตโทษ เมื่อ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ถูก เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ดึงเสื้ออย่างชัดเจน ทว่าผู้ตัดสินกลับปล่อยผ่าน จนสองตำนานลูกหนังอย่าง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล และ เฟรดริก ลุงเบิร์ก ออกโรงถล่มทีมงานผู้ตัดสิน พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำหน้าที่ของ VAR
ลิเวอร์พูลเดือด! ทิมเบอร์ดึงเสื้ออิซัค แต่กรรมการไม่เป่าจุดโทษ
เหตุการณ์เจ้าปัญหาเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรก ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัค พยายามเข้าถึงบอลจากจังหวะเปิดของ แบรดลีย์ บาร์โคล่า ภายในกรอบเขตโทษ แต่กลับถูก เยอร์เรียน ทิมเบอร์ กองหลังอาร์เซน่อล ดึงเสื้อจนเสียจังหวะในการเล่นบอล
ภาพช้าเผยให้เห็นการดึงเสื้ออย่างชัดเจน แต่ แอนดี้ แมดลี่ย์ ผู้ตัดสินในสนาม ไม่ได้เป่าให้เป็นลูกจุดโทษ ขณะที่ สจ๊วร์ต แอตต์เวลล์ ซึ่งรับหน้าที่ดูแล VAR ก็ไม่ได้แนะนำให้เปลี่ยนคำตัดสิน ส่งผลให้ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสสำคัญในการกลับเข้าสู่เกม
ความขัดแย้งยิ่งทวีความรุนแรง เพราะอิซัคไม่ได้ทิ้งตัวล้มลงหลังถูกดึงเสื้อ แต่ยังพยายามเล่นบอลต่อ ทำให้เกิดคำถามว่า นักฟุตบอลจำเป็นต้องล้มลงก่อนหรือไม่ จึงจะได้รับความเป็นธรรมจากผู้ตัดสิน
ชไมเคิ่ลฟาดไม่ยั้ง ชี้หงส์แดงโดนโกงแบบรับไม่ได้
ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล อดีตผู้รักษาประตูระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถยอมรับการตัดสินครั้งนี้ได้ โดยมองว่าลิเวอร์พูลถูกปฏิเสธจุดโทษที่สมควรได้รับ และตั้งคำถามว่าทำไมทีมงานผู้ตัดสินจึงมองไม่เห็นเหตุการณ์ที่ชัดเจนขนาดนั้น
“ผมคิดว่าลิเวอร์พูลโดนโกง โดยเฉพาะจังหวะของอิซัค ทำไมเราถึงต้องมาพูดถึงเรื่องนี้ด้วย? ทำไมพวกเขาถึงมองไม่เห็น? พวกเรายังเห็นได้ตั้งแต่จังหวะเกิดเหตุ ทั้งที่อยู่ห่างออกไปตั้ง 70 หลา แล้วทำไมพวกเขาถึงมองไม่เห็น?”
คำวิจารณ์ของชไมเคิ่ลสะท้อนความไม่พอใจต่อการทำงานของผู้ตัดสินโดยตรง เพราะในมุมมองของเขา หากผู้ชมที่อยู่ห่างจากเหตุการณ์หลายสิบหลาสามารถสังเกตเห็นการทำฟาวล์ได้ ทีมงานที่มีทั้งมุมมองในสนามและภาพรีเพลย์ก็ควรตรวจพบเช่นเดียวกัน
ลุงเบิร์กไม่ปกป้องทีมเก่า ยืนยันชัดจังหวะนี้ต้องจุดโทษ
ประเด็นยิ่งร้อนระอุเมื่อ เฟรดริก ลุงเบิร์ก อดีตปีกตัวจี๊ดของอาร์เซน่อล ซึ่งเคยสร้างชื่อกับทีมปืนใหญ่ กลับแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกับชไมเคิ่ล โดยยืนยันว่าจังหวะดังกล่าวเป็นความผิดพลาดที่ทีมผู้ตัดสินไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น
“จังหวะนั้นชัดเจนมาก ทีมผู้ตัดสินปล่อยให้มันหลุดรอดไปได้อย่างไร! ผมคิดว่าบางครั้งกรรมการตัดสินใจได้แปลกมาก ผมมองว่าการทำหน้าที่ของเขาค่อนข้างแย่ แต่จังหวะนั้น ทั้ง วีเออาร์ และทุกฝ่ายไม่ควรพลาดได้เลย มันเป็นจุดโทษที่ชัดเจนอย่างไม่มีข้อกังขา”
การที่อดีตนักเตะอาร์เซน่อลออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทีมเก่า ยิ่งทำให้ประเด็นนี้ถูกจับตามอง เพราะคำถามสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าลิเวอร์พูลสมควรได้จุดโทษหรือไม่ แต่ยังรวมถึงความสม่ำเสมอในการใช้มาตรฐานตัดสินของพรีเมียร์ลีกด้วย

อิราโอล่าควันออก! ตั้งคำถามนักเตะต้องล้มก่อนถึงได้ฟาวล์หรือไม่
อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือลิเวอร์พูล ก็แสดงความไม่พอใจกับจังหวะดังกล่าว โดยมองว่าการดึงเสื้อของทิมเบอร์ส่งผลโดยตรงต่อโอกาสที่อิซัคจะเข้าถึงบอลและทำประตู
นายใหญ่หงส์แดงเชื่อว่าหากอิซัคทิ้งตัวลงไปกับพื้น ผู้ตัดสินอาจเป่าให้เป็นจุดโทษ พร้อมยอมรับว่าอาจต้องบอกให้นักเตะล้มลงเมื่อถูกทำฟาวล์ในลักษณะนี้ เพราะการพยายามยืนเล่นบอลต่อกลับไม่ได้ช่วยให้ได้รับการตัดสินที่สมควร
นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังมีอีกหนึ่งจังหวะเรียกร้องจุดโทษ เมื่อ โคดี้ กัคโป ถูก คริสตอส โซลิส รั้งตัวภายในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินและ VAR ต่างไม่มองว่าเป็นการทำฟาวล์ที่ต้องลงโทษด้วยจุดโทษเช่นกัน
อาร์เซน่อลบุกดับลิเวอร์พูล 1-0 หยุดอาถรรพ์แอนฟิลด์ 14 ปี
สำหรับผลการแข่งขัน อาร์เซน่อลภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า บุกคว้าชัยเหนือ ลิเวอร์พูล 1-0 จากประตูชัยของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ในนาทีที่ 16 หลังได้รับบอลเปิดจาก เดแคลน ไรซ์
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้อาร์เซน่อลบุกชนะเกมลีกที่แอนฟิลด์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี พร้อมรักษาตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก โดยทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 คะแนน และนำลิเวอร์พูลเพิ่มเป็น 9 คะแนน
แม้ลิเวอร์พูลจะพยายามเปิดเกมบุกอย่างหนัก และมีโอกาสจากฟรีคิกของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ที่ยิงชนกรอบประตู แต่ไม่สามารถเปลี่ยนความได้เปรียบในการครองจังหวะบุกให้กลายเป็นประตูได้
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จึงเจ็บปวดเป็นสองเท่าสำหรับแฟนบอลหงส์แดง ทั้งการเสียแต้มให้คู่แข่งโดยตรงในการลุ้นแชมป์ และการไม่ได้รับจุดโทษจากจังหวะที่หลายฝ่ายเชื่อว่าสมควรเป็นฟาวล์
ทำไม VAR ถึงไม่แทรกแซง ทั้งที่เห็นการดึงเสื้อชัดเจน?
หัวใจสำคัญของข้อถกเถียงอยู่ที่หลักการใช้เทคโนโลยีวิดีโอช่วยตัดสิน ซึ่งกำหนดให้ VAR เข้าแทรกแซงเมื่อพบความผิดพลาดที่ชัดเจนและแจ้งชัดของผู้ตัดสินในสนาม
การดึงเสื้อภายในเขตโทษไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นจุดโทษทุกครั้งโดยอัตโนมัติ ผู้ตัดสินต้องพิจารณาทั้งลักษณะการดึง ระยะเวลาที่เกิดการสัมผัส และผลกระทบต่อความสามารถของนักเตะในการเข้าถึงหรือเล่นบอล
ดังนั้น แม้ชไมเคิ่ลและลุงเบิร์กจะยืนยันว่าลิเวอร์พูลสมควรได้จุดโทษ แต่การที่ VAR ไม่เปลี่ยนคำตัดสินไม่ได้เป็นหลักฐานว่ามีการโกงเกิดขึ้นจริง ประเด็นสำคัญคือทีมผู้ตัดสินประเมินผลกระทบจากการดึงเสื้อได้ถูกต้องเพียงใด
นี่คือปัญหาที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกถกเถียงกันมาตลอด เมื่อเทคโนโลยีสามารถแสดงภาพเหตุการณ์ได้ชัดเจน แต่การตีความว่าการสัมผัสนั้นรุนแรงเพียงพอจะเป็นฟาวล์หรือไม่ ยังคงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสิน
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับกฎการดึงเสื้อและการใช้ VAR ในพรีเมียร์ลีก
- ดึงเสื้อในเขตโทษอาจเป็นจุดโทษ หากเป็นการรั้งคู่แข่งจนขัดขวางการเคลื่อนที่หรือโอกาสเล่นบอล โดยนักเตะไม่จำเป็นต้องล้มลงเสมอไปจึงจะถือว่าถูกทำฟาวล์
- VAR ไม่ได้เปลี่ยนทุกคำตัดสิน ระบบจะเข้าแทรกแซงเมื่อมีความผิดพลาดที่ชัดเจนและแจ้งชัดในเหตุการณ์ที่กฎอนุญาตให้ตรวจสอบ รวมถึงจังหวะจุดโทษ
- ภาพช้าไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ผู้ตัดสินต้องพิจารณาความเร็วจริงของเหตุการณ์และผลกระทบต่อผู้เล่น เพราะการสัมผัสเพียงเล็กน้อยหรือชั่วขณะอาจไม่เพียงพอสำหรับการลงโทษ
ติดตามทุกประเด็นร้อนของพรีเมียร์ลีก ข่าวลิเวอร์พูล ข่าวอาร์เซน่อล ผลบอลล่าสุด และบทวิเคราะห์ฟุตบอลเข้มข้นจากทุกลีกดังได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM ศูนย์รวมข่าวฟุตบอลที่พร้อมพาคุณเจาะลึกทุกเกมสำคัญก่อนใคร