เดือดทะลุจุดเดือดหลังเกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก! เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกโรงตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำงานของ VAR หลังทัพหงส์แดงเปิดบ้านพ่ายอาร์เซน่อล 0-1 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยเฉพาะจังหวะที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ถูก เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ดึงเสื้ออย่างชัดเจนภายในกรอบเขตโทษ แต่กลับไม่มีเสียงนกหวีดให้จุดโทษ ทั้งที่มีกล้องหลายสิบตัวคอยจับภาพทุกมุมสนาม

ฟาน ไดค์ คาใจหนัก! ลิเวอร์พูลชวดจุดโทษทั้งที่ภาพฟ้องชัด

ประเด็นร้อนเกิดขึ้นในเกม ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อ อิซัค พยายามเข้าถึงบอลจากจังหวะเปิดเข้ากรอบเขตโทษ แต่ถูก ทิมเบอร์ แนวรับทีมเยือน ใช้มือดึงเสื้อจนเสียจังหวะในการเล่นบอล

อย่างไรก็ตาม แอนดี้ แมดลีย์ ผู้ตัดสินในสนาม ไม่ได้เป่าให้เป็นลูกจุดโทษ ขณะที่ทีมงาน VAR ซึ่งมี สจ๊วร์ต แอตต์เวลล์ ทำหน้าที่ ก็ไม่ได้แทรกแซงเพื่อให้ผู้ตัดสินกลับมาพิจารณาเหตุการณ์ดังกล่าวอีกครั้ง

จังหวะนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงทันที เพราะภาพรีเพลย์แสดงให้เห็นการดึงเสื้อของ ทิมเบอร์ ขณะที่ อิซัค กำลังพยายามเข้าถึงบอลในพื้นที่อันตราย แต่กองหน้าลิเวอร์พูลไม่ได้ล้มลงหรือแสดงท่าทีเรียกร้องจุดโทษอย่างรุนแรง

สิ่งที่ทำให้ฝั่งหงส์แดงไม่พอใจไม่ใช่เพียงการเสียโอกาสลุ้นประตูตีเสมอ แต่เป็นคำถามสำคัญว่า หากมีเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบการตัดสินอยู่แล้ว เหตุใดเหตุการณ์ลักษณะนี้จึงไม่ถูกพิจารณาให้ละเอียดมากกว่านี้

กล้อง 50 ตัวทำอะไรอยู่? ฟาน ไดค์ ตั้งคำถามตรงถึง VAR

หลังจบเกม ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์วัย 35 ปี ยอมรับว่าได้ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และมองว่าเป็นจังหวะที่สมควรได้รับจุดโทษ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์คล้ายกันในเกมอื่นที่เคยมีการตัดสินให้เป็นการทำฟาวล์

“ผมได้ย้อนกลับไปดูจังหวะนั้นแล้ว และก็เคยเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้รับการตัดสินให้เป็นจุดโทษมาแล้วในหลายครั้ง แต่สำหรับวันนี้มันไม่เป็นเช่นนั้น”

กัปตันหงส์แดงยังตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบวิดีโอช่วยตัดสิน โดยมองว่าผู้เล่นไม่ควรจำเป็นต้องแสดงอาการเกินจริงเพื่อให้ผู้ตัดสินสังเกตเห็นการกระทำผิดกติกา

“วีเออาร์ไม่เห็นจังหวะนี้เลยเหรอ? ทั้งที่มีกล้องให้ดูถึง 50 ตัว หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ทำไมผู้ตัดสินถึงต้องให้เขาออกมาเรียกร้อง ทั้งที่มีกล้องมากมายขนาดนี้? จังหวะนี้มันเห็นได้ชัดอยู่แล้ว เพราะทุกคนต่างก็เห็นกันหมด”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนความผิดหวังของ ฟาน ไดค์ ต่อกระบวนการตัดสิน โดยเฉพาะในเกมระดับสูงที่ผลการแข่งขันอาจเปลี่ยนแปลงได้จากรายละเอียดเพียงเสี้ยววินาที

อิราโอลา เห็นตรงกัน! ชี้อิซัคถูกขัดขวางโอกาสเข้าทำประตู

ไม่ใช่เพียง ฟาน ไดค์ ที่ไม่พอใจ เพราะ อันโดนี อิราโอลา กุนซือลิเวอร์พูล ก็แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมองว่าการดึงเสื้อของ ทิมเบอร์ ส่งผลโดยตรงต่อโอกาสเข้าถึงบอลของ อิซัค ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถโหม่งทำประตูได้

อิราโอลาตั้งข้อสังเกตว่า หากกองหน้าชาวสวีเดนล้มลงหลังถูกดึงเสื้อ โอกาสที่ผู้ตัดสินจะเป่าให้จุดโทษอาจสูงกว่านี้ ทั้งที่การพิจารณาว่ามีการทำฟาวล์หรือไม่ ควรขึ้นอยู่กับลักษณะการกระทำและผลกระทบต่อการเล่นบอล มากกว่าปฏิกิริยาของนักเตะ

ประเด็นดังกล่าวยิ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานการตัดสินในพรีเมียร์ลีก เพราะนักเตะที่พยายามเล่นต่อแทนการทิ้งตัว ไม่ควรเสียเปรียบในการได้รับความคุ้มครองตามกติกา

ลิเวอร์พูล 0-1 อาร์เซน่อล ฮาแวร์ตซ์ซัดชัย ปืนใหญ่บุกล้างอาถรรพ์แอนฟิลด์

สำหรับผลการแข่งขัน อาร์เซน่อล บุกชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 จากประตูชัยของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ในนาทีที่ 16 หลังได้รับบอลเปิดเรียดจาก เดแคลน ไรซ์ ก่อนส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย

ลิเวอร์พูลพยายามเร่งเครื่องกลับเข้าสู่เกม โดยมีโอกาสสำคัญจากฟรีคิกของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ที่ยิงชนคาน รวมถึงจังหวะโหม่งของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นประตูได้

แม้เจ้าบ้านพยายามสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่แนวรับของอาร์เซน่อลยังรับมือได้อย่างแข็งแกร่ง จนลิเวอร์พูลจบการแข่งขันโดยไม่มีลูกยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียว

ชัยชนะนัดนี้ยังมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เพราะเป็นการบุกชนะลิเวอร์พูลในเกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2012 พร้อมส่งอาร์เซน่อลกลับขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูง

ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องยอมรับความพ่ายแพ้คาบ้าน พร้อมปล่อยให้ประเด็นการตัดสินกลายเป็นเรื่องร้อนที่ถูกพูดถึงไม่แพ้ผลการแข่งขัน

ฟาน ไดค์ ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ยังผิดหวังกับคำตัดสิน

แม้จะไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ ฟาน ไดค์ ไม่ได้ใช้เรื่องผู้ตัดสินเป็นข้ออ้างเพียงอย่างเดียวสำหรับความพ่ายแพ้ โดยเจ้าตัวยังกล่าวแสดงความยินดีกับอาร์เซน่อลที่สามารถบุกมาเก็บสามคะแนนได้สำเร็จ

“สุดท้ายแล้ว เราไม่ได้จุดโทษ และก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้ในเกมนี้อย่างน่าเสียดาย ดังนั้นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับ อาร์เซน่อล ด้วย”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังค้างคาใจคือมาตรฐานการใช้ VAR โดยเฉพาะจังหวะดึงเสื้อในกรอบเขตโทษ ซึ่งอาจเป็นเหตุการณ์ชี้ขาดผลการแข่งขันได้ หากมีการพิจารณาแตกต่างออกไป

สำหรับลิเวอร์พูล ความพ่ายแพ้นัดนี้ไม่เพียงส่งผลต่อการลุ้นคะแนนในตารางพรีเมียร์ลีก แต่ยังตอกย้ำว่าทีมต้องเพิ่มความเฉียบคมในการจบสกอร์ เพราะต่อให้มีจังหวะตัดสินที่น่ากังขา การไม่สามารถยิงตรงกรอบได้เลยก็เป็นปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไขเช่นกัน

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ VAR และการดึงเสื้อในกรอบเขตโทษ

  • การดึงเสื้ออาจเป็นจุดโทษได้ หากผู้ตัดสินพิจารณาว่าเป็นการดึงรั้งคู่แข่งที่เข้าข่ายทำฟาวล์ภายในกรอบเขตโทษ โดยไม่จำเป็นว่านักเตะผู้ถูกกระทำต้องล้มลงเสมอไป
  • VAR ไม่ได้เปลี่ยนทุกคำตัดสิน ระบบจะเข้ามาช่วยตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญตามขอบเขตที่กำหนด รวมถึงจังหวะที่อาจเป็นจุดโทษ โดยเน้นการแก้ไขความผิดพลาดที่ชัดเจนและสำคัญของผู้ตัดสินในสนาม
  • การมีภาพหลายมุมไม่ได้รับประกันว่าคำตัดสินจะเปลี่ยน แม้กล้องจะช่วยให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น แต่การตัดสินยังต้องพิจารณาลักษณะการปะทะ ผลกระทบต่อผู้เล่น และหลักเกณฑ์การแทรกแซงของ VAR

ติดตามทุกประเด็นร้อนพรีเมียร์ลีก ข่าวลิเวอร์พูล ข่าวอาร์เซน่อล ผลฟุตบอล และบทวิเคราะห์เกมลูกหนังแบบเจาะลึกได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM อัปเดตข่าวฟุตบอลเข้มข้น รวดเร็ว และครบทุกจังหวะสำคัญที่แฟนบอลไม่ควรพลาด