เนเธอร์แลนด์ ระเบิดฟอร์มโหดในศึกฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่สอง ด้วยการไล่ถล่ม สวีเดน 5-1 แบบไม่ต้องลุ้นเหนื่อย แต่ชัยชนะสุดหรูของทัพอัศวินสีส้มกลับมีเงาดำเล็ก ๆ ตามมา เมื่อ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันทีมตัวแกร่งของลิเวอร์พูลและทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เจอจังหวะปะทะหนักจนถึงขั้นชาบริเวณต้นขา
ปะทะหนักจนขาชา ฟาน ไดค์เปิดใจหลังเกม
แม้เกมนี้ เนเธอร์แลนด์ จะเล่นกันอย่างเหนือชั้น ไล่บดสวีเดนจนแทบตั้งเกมไม่ติด แต่ ฟาน ไดค์ ไม่ได้เดินออกจากสนามแบบสบายตัวนัก หลังโดนกระแทกอย่างหนักบริเวณสะโพก จนมีอาการผิดปกติที่ต้นขา ทำเอาสตาฟฟ์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ต้องจับตาอาการทันที
หลังจบเกม ฟาน ไดค์ ให้สัมภาษณ์ถึงจังหวะดังกล่าวว่า
“I took a hard hit to my hip and I couldn’t feel my upper leg anymore, so that was a little bit crazy,”
“ผมโดนกระแทกอย่างแรงที่สะโพก แล้วผมก็ไม่รู้สึกถึงต้นขาด้านบนอีกเลย มันเลยค่อนข้างบ้ามาก”
“But it was probably just a pinched nerve.”
“แต่มันน่าจะเป็นแค่เส้นประสาทถูกกดทับ”

เจ้าตัวลดความกังวล เชื่ออาการไม่หนัก
ถึงอาการจะฟังดูน่าหวาดเสียว แต่กัปตันดัตช์ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกเกินเหตุ โดยเขาเชื่อว่าอาการครั้งนี้ไม่น่าจะรุนแรง และหวังว่าจะกลับไปร่วมซ้อมกับทีมได้ตามปกติในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“I think it is not too bad, but we will see shortly,”
“ผมคิดว่ามันไม่ได้แย่มาก แต่เดี๋ยวเราจะได้รู้กันเร็ว ๆ นี้”
ประเด็นนี้สำคัญไม่น้อย เพราะเกมถัดไปกับ ตูนิเซีย อาจเป็นแมตช์ประวัติศาสตร์ของ ฟาน ไดค์ ในฐานะกัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เขามีโอกาสทำสถิติเป็นกัปตันอัศวินสีส้มที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกมากที่สุด หลังปัจจุบันทำไว้ 7 นัด เท่ากับตำนานอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์, โจวานนี่ ฟาน บรองค์ฮอร์สต์, แฟรงค์ เดอ บัวร์ และ รุด โครล
เดอ ยองก็มีปัญหา เจ็บจากการซ้อมก่อนเกม
ไม่ใช่แค่ ฟาน ไดค์ ที่ทำให้แคมป์เนเธอร์แลนด์ต้องลุ้นอาการ เพราะ เฟรงกี้ เดอ ยอง ก็มีปัญหาความฟิตก่อนเกมเช่นกัน โดยเจ้าตัวเผยว่าอาการมาจากจังหวะปะทะในการซ้อมช่วงต้นสัปดาห์
“We had a collision at training, and I was also involved in that,”
“เรามีจังหวะปะทะกันในการซ้อม และผมก็เกี่ยวข้องกับจังหวะนั้นด้วย”
“I had sustained some damage from it, but in the end, it was okay.”
“ผมได้รับผลกระทบบางอย่างจากจังหวะนั้น แต่สุดท้ายมันก็โอเค”
เดอ ยอง ยังยอมรับว่าระหว่างเกมกับสวีเดนเขายังมีอาการเจ็บอยู่ แต่ยังพอฝืนเล่นได้ ขณะที่การซ้อมในช่วงต่อไปต้องรอดูปฏิกิริยาของร่างกายอีกครั้ง
“We’re going to see what the reaction will be, but I have confidence in it,”
“เราจะต้องดูว่าร่างกายตอบสนองอย่างไร แต่ผมมีความมั่นใจกับมัน”
เนเธอร์แลนด์คืนชีพ เกมรุกดุดันถล่มสวีเดน
ก่อนหน้านี้ เนเธอร์แลนด์ เปิดหัวด้วยการเสมอ ญี่ปุ่น 2-2 จน โรนัลด์ คูมัน โดนเสียงวิจารณ์เล่นงานพอสมควร แต่เกมนี้ลูกทีมของเขาตอบโต้แบบไม่ต้องใช้คำพูดมาก ด้วยการถล่ม สวีเดน 5-1 ให้เห็นกันชัด ๆ ว่าเครื่องติดเมื่อไหร่ เกมรุกของอัศวินสีส้มก็พร้อมเผาแนวรับคู่แข่งได้ทุกนาที
โคดี้ กัคโป โชว์ฟอร์มเด่นด้วยการทำ 2 ประตู เช่นเดียวกับ ไบรอัน บร็อบบีย์ ที่ซัดคนเดียว 2 ลูก ขณะที่ คริสซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ลงมาปิดกล่องเพิ่มอีกหนึ่งประตู ส่วน สวีเดน ได้ประตูตีไข่แตกจาก แอนโธนี่ เอลังก้า แต่ก็เป็นได้แค่รอยขีดเล็ก ๆ บนชัยชนะที่เหนือกว่าทุกเหลี่ยมของเนเธอร์แลนด์

สถานการณ์กลุ่ม เนเธอร์แลนด์ลุ้นแชมป์กลุ่มเต็มตัว
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เนเธอร์แลนด์ ขยับเข้าสู่ตำแหน่งที่ได้เปรียบในการลุ้นแชมป์กลุ่ม โดยเกมสุดท้ายกับ ตูนิเซีย หากเก็บชัยชนะได้ก็จะการันตีการจบอันดับหนึ่งของกลุ่มทันที
ภาพรวมของทีมตอนนี้ถือว่าดูดีขึ้นชัดเจน เกมรุกกลับมาเฉียบ เกมรับยังมี ฟาน ไดค์ เป็นเสาหลัก แต่โจทย์ใหญ่คือสภาพร่างกายของแกนหลักอย่าง ฟาน ไดค์ และ เดอ ยอง หากทั้งคู่ฟิตสมบูรณ์ เนเธอร์แลนด์ชุดนี้ยังมีน้ำหนักพอจะไปไกลในทัวร์นาเมนต์ได้แบบไม่ใช่แค่คำขู่บนกระดาษ
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับอาการเจ็บจากการปะทะในฟุตบอล
- อาการชาหลังถูกกระแทกแรง อาจเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับชั่วคราว ซึ่งต้องติดตามอาการต่อเนื่องหลังเกม
- ผู้เล่นตำแหน่งกองหลังมักเจอแรงปะทะบริเวณสะโพก ต้นขา และลำตัวบ่อย เพราะต้องเข้าชน เข้าบล็อก และดวลกลางอากาศตลอดเกม
- แม้นักเตะจะกลับมาเล่นต่อได้ แต่ทีมแพทย์ยังต้องประเมินอาการหลังเกมเสมอ เพื่อป้องกันอาการเจ็บเล็กลามเป็นปัญหาใหญ่
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก ข่าวบอลต่างประเทศ และความเคลื่อนไหวของนักเตะดังทั่วโลกแบบเข้มข้นถึงใจได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM