คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กำลังเปิดฉากฟุตบอลโลกครั้งนี้แบบไม่เกรงใจประวัติศาสตร์ หลังซัดสองประตูในเกมแรก พาฝรั่งเศสชนะเซเนกัล 3-1 พร้อมทำลายสถิติสำคัญทั้งในระดับทีมชาติและเวทีฟุตบอลโลก ก่อนมีคิวเจออิรักในนัดที่สองของกลุ่มไอ
ความร้อนแรงของกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสทำให้ เกรแฮม อาร์โนลด์ กุนซืออิรัก ถึงกับปล่อยมุกกลางงานแถลงข่าวว่า ถ้าเป็นไปได้คงอยากส่งผู้รักษาประตูลงไปพร้อมกันสามคนเพื่อหยุดดาวยิงรายนี้ แต่แน่นอน กฎฟุตบอลไม่ใจดีขนาดนั้น
เอ็มบัปเป้เดินหน้าทุบสถิติแบบไม่รอใคร
เอ็มบัปเป้ยิงประตูที่ 13 และ 14 ในฟุตบอลโลกจากเกมชนะเซเนกัล ทำให้ขยับแซง เปเล่ ในลิสต์ดาวซัลโวฟุตบอลโลก และขึ้นไปทาบ แกร์ด มุลเลอร์ ที่ 14 ประตู โดยยังตามหลัง โรนัลโด้ นาซาริโอ เพียงลูกเดียว และตามสถิติสูงสุด 16 ประตูของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ กับ ลิโอเนล เมสซี่ อยู่สองลูก
ในระดับทีมชาติ เขายิงเพิ่มเป็น 58 ประตู แซง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่เคยถือสถิติดาวซัลโวสูงสุดของฝรั่งเศส 57 ประตู กลายเป็นเจ้าของสถิติใหม่ของทัพตราไก่เรียบร้อย

อิรักเจองานหิน ก่อนดวลฝรั่งเศส
อิรักเพิ่งแพ้นอร์เวย์ 1-4 ในนัดเปิดสนาม และต้องเจอกับบททดสอบที่หนักกว่าเดิมเมื่อต้องเผชิญหน้าฝรั่งเศส รองแชมป์โลก 2022 ที่มีเกมรุกดุดันและมีเอ็มบัปเป้เป็นตัวชี้ขาดเกม
อาร์โนลด์ยอมรับว่าการหยุดเอ็มบัปเป้แทบเป็นภารกิจระดับทรมานกองหลัง แต่เขาย้ำว่าอิรักต้องควบคุมสิ่งที่ตัวเองทำได้ ไม่ใช่มัวแต่กลัวคุณภาพของคู่แข่ง
“I asked if we could play three goalkeepers,” Arnold said with a laugh on Sunday. “But they said no.”
“ผมถามไปว่าเราส่งผู้รักษาประตูลงไปสามคนได้ไหม” อาร์โนลด์พูดพร้อมหัวเราะเมื่อวันอาทิตย์ “แต่พวกเขาบอกว่าไม่ได้”
เกมที่ 100 ในนามฝรั่งเศสของเอ็มบัปเป้
ก่อนบอลจะเริ่มเตะ เอ็มบัปเป้ยังมีอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญรออยู่ นั่นคือการลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสครบ 100 นัด ซึ่งเกิดขึ้นในฟุตบอลโลกครั้งที่สามของเขา หลังเคยคว้าแชมป์โลกปี 2018 และเข้าชิงในปี 2022
“It’s always a pleasure to be able to play on the national team,” Mbappé said at a jam-packed press conference inside the locker room of the NFL’s Philadelphia Eagles. “There’s nothing bigger than the national team. One hundred, that’s historic. All the more when it’s the World Cup.”
“มันเป็นความสุขเสมอที่ได้เล่นให้ทีมชาติ ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าทีมชาติ หนึ่งร้อยนัดคือเรื่องประวัติศาสตร์ ยิ่งเป็นฟุตบอลโลกด้วยแล้วยิ่งพิเศษกว่าเดิม”
หากฝรั่งเศสไปได้ลึกในทัวร์นาเมนต์นี้ เอ็มบัปเป้มีโอกาสแซง ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ที่เคยลงเล่น 103 นัด และในระยะยาวยังมีเส้นทางลุ้นไล่สถิติ 145 นัดของ อูโก้ โยริส ได้เช่นกัน
จากรองเท้าทองคำ สู่คำถามว่าเขาคือสุดยอดแข้งฟุตบอลโลกหรือยัง
เอ็มบัปเป้เคยคว้ารองเท้าทองคำฟุตบอลโลก 2022 หลังยิงไป 8 ประตู และเป็นหนึ่งในสองนักเตะที่เคยทำแฮตทริกในนัดชิงฟุตบอลโลก ความครบเครื่องทั้งสปีด การจบสกอร์ และความเยือกเย็นในเกมใหญ่ ทำให้คำถามเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเขามีสิทธิ์กลายเป็นนักเตะฟุตบอลโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลหรือไม่
“It’s debate for the people,” Mbappé said in English. “It’s debate for the journalists, debate for the fans of football. I think it’s good to debate about players. See who’s the best. For me, it’s not a question in my head. It’s just about how can I help my team tomorrow against Iraq and can I bring the trophy home in July.”
“มันเป็นเรื่องให้ผู้คนถกเถียง เป็นเรื่องของนักข่าว เป็นเรื่องของแฟนบอล ผมคิดว่ามันดีที่ได้ถกเถียงกันเรื่องนักเตะว่าใครดีที่สุด แต่สำหรับผม มันไม่ใช่คำถามในหัว ผมคิดแค่ว่าจะช่วยทีมในเกมกับอิรักได้อย่างไร และจะพาถ้วยแชมป์กลับบ้านในเดือนกรกฎาคมได้ไหม”
เอ็มบัปเป้กับอนาคต MLS ที่ยังไม่ปิดประตู
แม้ตอนนี้เอ็มบัปเป้ยังเป็นซูเปอร์สตาร์ของ เรอัล มาดริด และยังอยู่ในช่วงพีกของอาชีพ แต่เจ้าตัวไม่ปิดประตูเรื่องการย้ายไปเล่นในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ในอนาคต โดยมีการพูดถึง เดวิด เบ็คแฮม เจ้าของร่วมอินเตอร์ ไมอามี ที่เคยชวนเขาไปค้าแข้งในสหรัฐอเมริกา
“The American culture is different,” Mbappé said. “There are no limits to ambitions, I like it”
“วัฒนธรรมอเมริกันแตกต่างออกไป ไม่มีขีดจำกัดสำหรับความทะเยอทะยาน ผมชอบสิ่งนั้น”
อิรักล้างห้องแต่งตัว สะท้อนคาแรกเตอร์นอกสนาม
นอกจากเรื่องในสนาม อิรักยังได้รับคำชมหลังช่วยเก็บขยะและทำความสะอาดห้องแต่งตัวหลังเกมแพ้นอร์เวย์ที่ยิลเลตต์ สเตเดียม พร้อมทิ้งข้อความบนกระดานว่า “Thank you, Boston.”
“They made the mess,” Arnold said, “so then they cleaned it up. Out of respect for who we are and where we are. It was great leadership.”
“พวกเขาเป็นคนทำให้มันเลอะเทอะ ดังนั้นพวกเขาก็ทำความสะอาดมัน ด้วยความเคารพต่อสิ่งที่เราเป็นและสถานที่ที่เราอยู่ นั่นคือความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม”

ฝรั่งเศสยังดูเหนือกว่า แต่อิรักไม่ขอยอมง่าย
ฝรั่งเศสมีทั้งประสบการณ์ แชมป์โลก 1998 และ 2018 รวมถึงแนวรุกที่น่ากลัวอย่าง เอ็มบัปเป้, เดซิเร่ ดูเอ้ และ อุสมาน เดมเบเล่ เจ้าของบัลลงดอร์คนล่าสุด ทำให้พวกเขายังถูกมองเป็นหนึ่งในทีมเต็งของรายการร่วมกับสเปน
ส่วนอิรัก แม้เริ่มต้นด้วยผลแพ้หนัก แต่ท่าทีของอาร์โนลด์ชัดเจนว่าไม่ต้องการตั้งรับแบบรอแพ้ เขาต้องการให้นักเตะออกไปแสดงตัวตนให้โลกเห็น โดยเฉพาะเมื่อเกมนี้คือเวทีระดับฟุตบอลโลกที่ทุกจังหวะสามารถเปลี่ยนชีวิตนักเตะได้
“We can’t control France’s performance, but we can control our own,” Arnold said. “And we’re making sure that the players are completely ready to go out there and show the world what they’re about.”
“เราไม่สามารถควบคุมผลงานของฝรั่งเศสได้ แต่เราควบคุมผลงานของเราเองได้ และเรากำลังทำให้แน่ใจว่านักเตะพร้อมเต็มที่ที่จะออกไปแสดงให้โลกเห็นว่าพวกเขาเป็นใคร”
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เอ็มบัปเป้ และฝรั่งเศส
- เอ็มบัปเป้ยิงในฟุตบอลโลกไปแล้ว 14 ประตู จากผลงาน 4 ลูกในปี 2018, 8 ลูกในปี 2022 และอีก 2 ลูกในทัวร์นาเมนต์ปัจจุบัน
- ฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกมาแล้ว 2 สมัย ในปี 1998 และ 2018 ก่อนแพ้อาร์เจนตินาในการดวลจุดโทษรอบชิงชนะเลิศปี 2022
- การลงเล่นครบ 100 นัดให้ทีมชาติในวัย 27 ปี ทำให้เอ็มบัปเป้ยังมีเส้นทางอีกยาวไกลในการไล่ล่าทั้งสถิติประตูและสถิติรับใช้ชาติของฝรั่งเศส
ติดตามความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก ข่าวบอลต่างประเทศ บทวิเคราะห์เข้ม ๆ และประเด็นร้อนก่อนเกมได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM แหล่งรวมข่าวฟุตบอลสำหรับแฟนบอลที่อยากอ่านให้ทันเกม ไม่ใช่แค่ทันกระแส