อินทรีเหล็กพังกลางบอสตัน ปารากวัยล้มยักษ์ด้วยหัวใจเหล็ก

เยอรมนี กระเด็นตกรอบ ฟุตบอลโลก 2026 แบบเจ็บลึก หลังพ่ายปารากวัยในการดวลจุดโทษที่ Boston Stadium เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เกมนี้จบ 120 นาทีด้วยสกอร์ 1-1 ก่อนที่ปารากวัยจะนิ่งกว่าในช่วงชี้เป็นชี้ตาย และส่งอดีตแชมป์โลก 4 สมัยกลับบ้านแบบช็อกทั้งโลก

เกมเดือดตั้งแต่ครึ่งแรก ปารากวัยเปิดหมัดก่อน

ปารากวัย ออกนำในนาทีที่ 42 จากจังหวะที่เล่นได้เฉียบขาดและทำให้เยอรมนีต้องเดินเข้าห้องพักครึ่งด้วยความกดดันมหาศาล แม้ชื่อชั้นเป็นรอง แต่แผนรับแน่น รอสวนคมของพวกเขาทำให้เกมของอินทรีเหล็กอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด

ครึ่งหลังเยอรมนีเร่งเครื่อง และตีเสมอในนาทีที่ 54 จากลูกโหม่งของ Kai Havertz ความหวังกลับมาอยู่ในมือทัพอินทรีเหล็ก แต่หลังจากนั้นพวกเขาเจาะไม่ขาด แม้ช่วงต่อเวลาพิเศษ Jonathan Tah จะส่งบอลเข้าประตูได้ ทว่า VAR ตรวจพบว่ามีการฟาวล์ก่อนหน้า ทำให้ประตูถูกริบคืน

จุดโทษเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ เยอรมนีเสียสถิติสุดโหด

ก่อนยิงจุดโทษ หลายฝ่ายยังมองว่าเยอรมนีเหนือกว่า เพราะมี Manuel Neuer นายด่านระดับตำนานยืนเฝ้าเสา แต่ฟุตบอลไม่ได้ตัดสินกันด้วยชื่อเสียง Havertz ยิงพลาดตั้งแต่คนแรก ตามด้วย Nick Woltemade ในการยิงครั้งที่ 4 และ Tah ในการยิงครั้งที่ 6 ซึ่งกลายเป็นจุดจบของ Die Mannschaft

José Canale สังหารจุดโทษลูกตัดสินให้ปารากวัยปิดบัญชีอย่างเยือกเย็น นี่คือความพ่ายแพ้ครั้งแรกของเยอรมนีในการดวลจุดโทษบนเวทีฟุตบอลโลก และเป็นชัยชนะจากการดวลเป้าครั้งที่ 2 ของปารากวัยในฟุตบอลโลก จากการลงเล่นจุดโทษ 2 ครั้ง

หนึ่งในเกมพลิกล็อกยิ่งใหญ่ของรอบน็อกเอาต์

ชัยชนะของปารากวัยครั้งนี้ถูกจัดเป็นหนึ่งในเกมพลิกล็อกครั้งใหญ่ของรอบน็อกเอาต์นับตั้งแต่ FIFA เริ่มจัดอันดับโลกในปี 1992 เพราะปารากวัยอยู่แรงกิ้งอันดับ 41 ส่วนเยอรมนีอยู่อันดับ 10 ต่างกันถึง 31 อันดับ

สถิติพลิกล็อกที่สูงกว่านี้ในรอบน็อกเอาต์มีเพียง รัสเซียชนะสเปนต่างกัน 60 อันดับ, เกาหลีใต้ชนะอิตาลีต่างกัน 34 อันดับ และเกาหลีใต้ชนะสเปนต่างกัน 32 อันดับ เท่านั้น

เยอรมนีจมวังวนเดิม 3 บอลโลกติด

นี่คือฟุตบอลโลกชายครั้งที่ 3 ติดต่อกันที่เยอรมนีไม่สามารถไปไกลถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ หลังเคยคว้าแชมป์โลกในปี 2014 แต่ตกรอบแบ่งกลุ่มในปี 2018 และ 2022 ก่อนจะมาพังตั้งแต่นัดแรกของรอบน็อกเอาต์ในปี 2026

ความพ่ายแพ้นัดนี้จึงไม่ใช่แค่การตกรอบธรรมดา แต่เป็นสัญญาณอันตรายของชาติฟุตบอลระดับมหาอำนาจที่ยังหาทางกลับสู่ยอดเขาไม่เจอ

เส้นทางต่อไปของปารากวัย

ปารากวัยเดินหน้าเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยจะพบผู้ชนะระหว่างฝรั่งเศสกับสวีเดน ในวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ Philadelphia Stadium ส่วนเส้นทางรอบต่อไป หากยังไปได้ไกลกว่านี้ พวกเขามีโอกาสเจอคู่แข่งสายแข็งอย่างแคนาดา เนเธอร์แลนด์ หรือโมร็อกโกในรอบก่อนรองชนะเลิศ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : ปารากวัยเขี่ยเยอรมนีร่วงบอลโลก

  • เยอรมนีแพ้การดวลจุดโทษในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
  • ปารากวัยชนะจุดโทษในฟุตบอลโลกครบ 2 ครั้ง จากการดวล 2 ครั้ง
  • เยอรมนีไม่ผ่านถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกชาย 3 ครั้งติดต่อกัน หลังปี 2014

ศึกฟุตบอลโลก 2026 ยังระอุทุกวินาที ติดตามบทวิเคราะห์ ข่าวเดือด และความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM