ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ เดิมพันอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026
ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ กลายเป็นคู่เดือดในศึกชิงอันดับ 3 ของฟุตบอลโลก 2026 หลังสองมหาอำนาจลูกหนังยุโรปต้องหยุดเส้นทางล่าแชมป์ไว้ที่รอบรองชนะเลิศ การเผชิญหน้าครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเกมปลอบใจ แต่เป็นศึกศักดิ์ศรีที่ไม่มีฝ่ายใดยอมปิดฉากทัวร์นาเมนต์ด้วยความพ่ายแพ้
นัดชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 จะลงสนามวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 04.00 น. เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาไทย ที่ไมอามี สเตเดียม เมืองไมอามี การ์เดนส์ รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา
ฝรั่งเศสแผลสด โดนสเปนดับฝันล่าแชมป์โลก
ฝรั่งเศสเดินเข้าสู่รอบรองชนะเลิศพร้อมความหวังล่าแชมป์โลกสมัยที่ 3 แต่กลับถูกสเปนเล่นงานอย่างเด็ดขาด 2-0 ที่เมืองดัลลัส โดยเสียประตูจากจุดโทษของ มิเกล โอยาร์ซาบาล ในนาทีที่ 22 ก่อนที่ เปโดร ปอร์โร จะตอกย้ำชัยชนะในนาทีที่ 58
เกมดังกล่าวเป็นคืนที่เกมรุกของทัพตราไก่ขาดความเฉียบคมอย่างหนัก พวกเขายิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้งจากโอกาสทั้งหมด 8 ครั้ง และไม่สามารถเจาะแนวรับของสเปนได้ตลอด 90 นาที ทำให้ฝรั่งเศสพลาดเข้าชิงชนะเลิศ พร้อมหยุดสถิติไม่แพ้ในเกมรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกที่ยาวนานมาตั้งแต่ปี 2014
เกมส่งท้ายยุคของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์
ศึกกับอังกฤษยังมีความหมายเป็นพิเศษ เพราะจะเป็นเกมสุดท้ายของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ในฐานะกุนซือทีมชาติฝรั่งเศส การคว้าเหรียญทองแดงจึงเป็นเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งท้ายช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสำเร็จ และลบความผิดหวังจากการพลาดเข้าชิงให้ได้มากที่สุด

อังกฤษเจ็บแสบ นำก่อนแต่โดนอาร์เจนตินาแซง
อังกฤษของ โธมัส ทูเคิล ต้องเผชิญบาดแผลไม่ต่างกัน หลังพ่ายอาร์เจนตินา 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำจาก แอนโธนี กอร์ดอน ก่อนถูก เอ็นโซ เฟร์นันเดซ ตามตีเสมอ และ เลาตาโร มาร์ติเนซ ยิงประตูตัดสินเกมให้แชมป์เก่าพลิกสถานการณ์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
ปัญหาใหญ่ของทัพสิงโตคำรามคือการถอยลงไปตั้งรับหลังได้ประตูนำ จนปล่อยให้อาร์เจนตินาครองเกมและสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง อังกฤษเสียสองประตูในช่วงท้ายเกม ก่อนต้องยุติความฝันที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1966
โอกาสสร้างผลงานดีที่สุดในรอบ 60 ปี
แม้พลาดตั๋วเข้าสู่รอบชิง แต่อังกฤษยังมีโอกาสคว้าอันดับ 3 ซึ่งจะเป็นผลงานดีที่สุดของทีมในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่คว้าแชมป์เมื่อปี 1966 ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยลงเล่นเกมชิงอันดับ 3 สองครั้งในปี 1990 และ 2018 แต่จบด้วยความพ่ายแพ้ทั้งสองครั้ง
จุดเดือดของเกม ฝรั่งเศสต้องวัดความคมกับอังกฤษ
ฝรั่งเศสยังคงมีแนวรุกอันตรายนำโดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซึ่งพร้อมใช้ความเร็วโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับอังกฤษ ขณะที่ทัพสิงโตคำรามต้องฝากความหวังไว้กับ แฮร์รี เคน รวมถึง บูกาโย ซากา, จู๊ด เบลลิงแฮม และกอร์ดอน ในการสร้างความแตกต่างบริเวณพื้นที่สุดท้าย
หัวใจสำคัญจะอยู่ที่สภาพจิตใจและการฟื้นตัวของนักเตะ หลังทั้งสองทีมเพิ่งผ่านเกมรอบรองชนะเลิศที่หนักหน่วง ฝ่ายที่สลัดความผิดหวังออกจากหัวได้เร็วกว่า และรักษาความดุดันตลอดการแข่งขัน ย่อมมีโอกาสคว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านมากกว่า
สถิติการพบกัน อังกฤษเหนือกว่าแต่ฝรั่งเศสมีแผลฝากไว้
ทั้งสองชาติพบกันมาแล้ว 34 ครั้ง อังกฤษชนะ 17 ครั้ง ฝรั่งเศสชนะ 11 ครั้ง และเสมอกัน 6 ครั้ง ส่วนการเจอกันในฟุตบอลโลกมีทั้งหมด 3 ครั้ง อังกฤษชนะ 2 ครั้ง ขณะที่ฝรั่งเศสชนะ 1 ครั้ง
การพบกันครั้งล่าสุดในฟุตบอลโลกเกิดขึ้นรอบก่อนรองชนะเลิศปี 2022 เมื่อฝรั่งเศสเอาชนะอังกฤษ 2-1 ก่อนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ความพ่ายแพ้ในวันนั้นยังเป็นบาดแผลที่ฝั่งอังกฤษต้องการชำระ ขณะที่ฝรั่งเศสต้องการย้ำแผลเดิมให้เจ็บกว่าเดิม
ศึกส่งท้ายที่ไม่มีใครอยากเป็นผู้แพ้
เกมชิงอันดับ 3 อาจไม่ใช่เวทีที่ทั้งสองทีมวาดฝันไว้ แต่เมื่อเสียงนกหวีดเริ่มต้นขึ้น ศักดิ์ศรีของสองชาติยักษ์ใหญ่จะทำให้เกมนี้เดือดไม่แพ้นัดชิงชนะเลิศ ฝรั่งเศสต้องการส่งท้ายยุคเดส์ชองส์อย่างสง่างาม ส่วนอังกฤษต้องการสร้างอันดับดีที่สุดในรอบ 60 ปี จึงไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดแม้แต่วินาทีเดียว
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ
- ฝรั่งเศสเคยคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 1958 และ 1986
- อังกฤษเคยเข้าชิงอันดับ 3 สองครั้ง แต่พ่ายอิตาลีในปี 1990 และแพ้เบลเยียมในปี 2018
- ก่อนเกมนี้อังกฤษลงเล่นฟุตบอลโลก 2026 ไปแล้ว 7 นัด ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 14 ประตู และเสีย 7 ประตู
ติดตามความเคลื่อนไหว ฟุตบอลโลก 2026 ข่าวทีมชาติ และบทวิเคราะห์ก่อนเกมแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM แหล่งรวมข่าวฟุตบอลที่พร้อมพาคุณเกาะติดทุกจังหวะสำคัญ