อูดิเนเซ่ สโมสรดังแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เดินหมากครั้งใหญ่เพื่อหยุดหายนะของทีม ประกาศแต่งตั้ง เปาโล ซาเน็ตติ กุนซือชาวอิตาลีวัย 43 ปี เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 หลังตัดสินใจปลด คอสต้า รุนยาอิช ออกจากตำแหน่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทีมกำลังจมอยู่ในโซนตกชั้นอย่างหนัก

ซาเน็ตติเซ็นสัญญาคุมทัพจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2027 โดยภารกิจสำคัญไม่ใช่การพาทีมลุ้นพื้นที่ยุโรป แต่เป็นการหยุดผลงานอันย่ำแย่และพาอูดิเนเซ่รอดพ้นจากการตกชั้นให้ได้

อูดิเนเซ่ประกาศตั้งซาเน็ตติ เซ็นสัญญาถึงปี 2027

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังบอร์ดบริหารอูดิเนเซ่ตัดสินใจยุติการทำงานของรุนยาอิช และเดินหน้าแต่งตั้งซาเน็ตติทันที โดยสัญญาฉบับใหม่มีระยะเวลาจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2027 ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของสโมสรที่ต้องการทำข้อตกลงระยะสั้นกับผู้จัดการทีมคนใหม่

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของสโมสรระบุว่า

“Udinese Calcio is delighted to announce that Paolo Zanetti has been appointed as the new head coach of the first team, on a contract running until 30 June 2027,”

คำแปล สโมสรอูดิเนเซ่มีความยินดีที่จะประกาศว่า เปาโล ซาเน็ตติ ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมชุดใหญ่ โดยมีสัญญาจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2027

การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการกลับมารับงานในลีกสูงสุดอิตาลีอีกครั้งของซาเน็ตติ หลังว่างงานมาตั้งแต่ถูกเฮลลาส เวโรน่า ปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026

ฟางเส้นสุดท้าย! แพ้โรม่า 2-5 ส่งรุนยาอิชพ้นเก้าอี้

สาเหตุสำคัญที่ทำให้อูดิเนเซ่ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมหนีไม่พ้นผลงานในสนามที่ดำดิ่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกมเปิดบ้านพ่าย อาแอส โรม่า 2-5 เมื่อวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม ซึ่งกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ฝ่ายบริหารหมดความอดทน

ผลงานอูดิเนเซ่หลังผ่าน 10 นัด

  • ลงสนาม 10 นัด เก็บได้เพียง 5 คะแนน
  • ชนะ 1 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ 7 นัด
  • ไม่ชนะคู่แข่งติดต่อกัน 8 เกม
  • รั้งอันดับ 19 ของตารางคะแนนเซเรีย อา
  • มีคะแนนเหนือเวเนเซีย ทีมอันดับสุดท้ายเพียง 2 แต้ม

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนปัญหาที่หนักหน่วงของอูดิเนเซ่ จากทีมที่จบอันดับ 12 เมื่อฤดูกาลก่อน กลับต้องดิ้นรนหนีตกชั้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล 2026/27

รุนยาอิชเข้ามาคุมทีมตั้งแต่ฤดูกาล 2024/25 และเคยพาสโมสรทำผลงานได้ตามเป้าหมาย แต่ความพ่ายแพ้ถึง 7 ครั้งจาก 10 นัดแรกของซีซั่นนี้ ทำให้บอร์ดบริหารจำเป็นต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปมากกว่านี้

ซาเน็ตติไม่ธรรมดา เคยพาเวเนเซียเลื่อนชั้นและเวโรน่ารอดตกชั้น

แม้ซาเน็ตติจะเคยถูกปลดจากตำแหน่งมาก่อน แต่ประสบการณ์ของเขาถือว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะการทำงานกับทีมที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในฟุตบอลอิตาลี

กุนซือรายนี้เกิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1982 ที่เมืองวัลดาญโญ ประเทศอิตาลี สมัยเป็นนักเตะเคยค้าแข้งกับหลายสโมสร รวมถึงโตริโน่ อตาลันต้า และเอ็มโปลี พร้อมมีประสบการณ์ลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลีรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี จำนวน 5 นัด

เส้นทางกุนซือจากลีกล่างสู่เวทีเซเรีย อา

  • เรจจาน่า เริ่มต้นงานโค้ชกับทีมเยาวชนเมื่ออายุ 33 ปี
  • ซุดติโรล เริ่มคุมทีมระดับอาชีพในฤดูกาล 2017/18 ก่อนสร้างผลงานจนได้รับโอกาสที่สูงขึ้น
  • อัสโคลี่ ก้าวขึ้นมารับงานในศึกเซเรีย บี หลังผ่านประสบการณ์กับซุดติโรลสองฤดูกาล
  • เวเนเซีย สร้างผลงานโดดเด่นด้วยการพาทีมเลื่อนชั้นสู่เซเรีย อา ในฤดูกาล 2020/21 เป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปี
  • เอ็มโปลี พาทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดได้สำเร็จในฤดูกาล 2022/23
  • เฮลลาส เวโรน่า พาทีมจบอันดับ 14 ในฤดูกาล 2024/25 ก่อนแยกทางกันในเดือนกุมภาพันธ์ 2026

ความสำเร็จที่เวเนเซียถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของอาชีพ โดยอูดิเนเซ่กล่าวถึงฤดูกาลแจ้งเกิดของเขาว่า

“breakthrough season came in 2020/21, when he got Venezia promoted to Serie A for the first time in 19 years”

คำแปล ฤดูกาลที่สร้างชื่อเสียงให้เขาคือปี 2020/21 เมื่อสามารถพาเวเนเซียเลื่อนชั้นขึ้นสู่เซเรีย อา ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปี

นอกจากนี้ สโมสรยังยกผลงานการพาเวโรน่าจบ “14th place in 2024/25” หรืออันดับ 14 ในฤดูกาล 2024/25 เป็นอีกหนึ่งหลักฐานถึงประสบการณ์การทำงานในลีกสูงสุดของเจ้าตัว

ประเดิมงานเดือด! ซาเน็ตติบุกเยือนเวเนเซีย ทีมเก่าที่เคยสร้างประวัติศาสตร์

เรื่องราวที่น่าจับตามองที่สุดคือเกมเปิดตัวของซาเน็ตติ เพราะเขาจะต้องนำอูดิเนเซ่บุกเยือน เวเนเซีย อดีตต้นสังกัดที่เคยสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นการแข่งขันเซเรีย อา นัดที่ 11 ของฤดูกาล

สถานการณ์ของทั้งสองทีมแทบไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด เวเนเซียจมอยู่อันดับสุดท้ายของตาราง ขณะที่อูดิเนเซ่อยู่อันดับ 19 โดยมีช่องว่างเพียง 2 คะแนน นั่นทำให้เกมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการหนีตกชั้น

สำหรับซาเน็ตติ การกลับไปเยือนสโมสรที่เคยพาเลื่อนชั้นในฐานะกุนซือฝ่ายตรงข้ามย่อมมีความหมายเป็นพิเศษ แต่ครั้งนี้ความทรงจำเก่าไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะเขาจำเป็นต้องพาทีมใหม่เก็บแต้มให้ได้โดยเร็วที่สุด

โจทย์ใหญ่ซาเน็ตติ ต้องหยุดเกมรับรั่วและปลุกความมั่นใจนักเตะ

ปัญหาที่รอซาเน็ตติไม่ได้มีเพียงเรื่องผลการแข่งขัน แต่ยังรวมถึงความมั่นใจของผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบจากความพ่ายแพ้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกมรับที่เสียถึง 5 ประตูในนัดล่าสุดกับโรม่า

ประเด็นที่น่าสนใจคือแนวทางแท็กติกของกุนซือคนใหม่ ซึ่งมีประสบการณ์ใช้งานระบบกองหลัง 4 คน และอาจนำมาปรับใช้กับอูดิเนเซ่ที่คุ้นเคยกับแนวทางการเล่นแตกต่างออกไป

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนระบบในช่วงที่ทีมกำลังเสียความมั่นใจไม่ใช่เรื่องง่าย ซาเน็ตติจำเป็นต้องประเมินความพร้อมของนักเตะอย่างละเอียด และเลือกแนวทางที่ช่วยให้ทีมกลับมาเล่นอย่างมีระเบียบโดยเร็วที่สุด

สิ่งสำคัญในระยะสั้นคือการลดความผิดพลาดในแดนหลัง เพิ่มความแน่นอนในการครองบอล และทำให้ผู้เล่นกลับมาเชื่อมั่นว่าทีมยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะอยู่รอดในลีกสูงสุด

เปิดกำหนดการซาเน็ตติ เริ่มคุมซ้อม 3 พฤศจิกายน ก่อนแถลงข่าวเปิดตัว

อูดิเนเซ่วางกำหนดการเริ่มงานของกุนซือคนใหม่อย่างชัดเจน โดยซาเน็ตติจะลงคุมการฝึกซ้อมครั้งแรกในช่วงบ่ายวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน ก่อนปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นอิตาลี

สโมสรกล่าวต้อนรับกุนซือคนใหม่ว่า

“Now Paolo Zanetti is ready to embark on a new challenge at Udinese,”

คำแปล ตอนนี้ เปาโล ซาเน็ตติ พร้อมแล้วสำหรับการเริ่มต้นความท้าทายครั้งใหม่กับอูดิเนเซ่

“He will take his first training session with the team on Tuesday afternoon and will be unveiled to the media on Wednesday at 15:00.”

คำแปล เขาจะลงคุมการฝึกซ้อมครั้งแรกกับทีมในช่วงบ่ายวันอังคาร และจะเปิดตัวต่อสื่อมวลชนในวันพุธ เวลา 15.00 น.

ด้วยระยะเวลาเตรียมทีมก่อนเกมเยือนเวเนเซียเพียงไม่กี่วัน ซาเน็ตติจึงต้องเร่งทำความเข้าใจศักยภาพนักเตะและวางแผนการแข่งขันทันที โดยไม่มีเวลาสำหรับการทดลองมากนัก

อูดิเนเซ่เดิมพันอนาคตกับซาเน็ตติ ภารกิจหนีตกชั้นเริ่มนับหนึ่ง

การแต่งตั้งซาเน็ตติสะท้อนให้เห็นว่าอูดิเนเซ่ไม่ต้องการปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายต่อไป สโมสรเลือกกุนซือที่มีประสบการณ์กับทีมระดับกลางและทีมหนีตกชั้น พร้อมหวังให้ความคุ้นเคยกับฟุตบอลอิตาลีช่วยพลิกฟื้นผลงานได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์เพียงอย่างเดียวไม่อาจรับประกันความสำเร็จได้ เพราะภารกิจครั้งนี้มีทั้งแรงกดดันจากอันดับในตาราง โปรแกรมการแข่งขัน และความคาดหวังของแฟนบอลรออยู่

เกมเยือนเวเนเซียจึงเป็นมากกว่าแมตช์เปิดตัวกุนซือใหม่ แต่เป็นบททดสอบแรกว่าอูดิเนเซ่จะสามารถกลับมาตั้งหลักได้หรือไม่ หลังปล่อยให้ผลงานย่ำแย่ลากยาวถึง 8 นัดติดต่อกันโดยไม่ชนะใคร

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนกุนซือและการหนีตกชั้นในเซเรีย อา

  • กฎการตกชั้นของเซเรีย อา ลีกสูงสุดอิตาลีมี 20 สโมสร โดยทีมอันดับ 18-20 ต้องตกชั้นสู่เซเรีย บี ทั้งนี้ หากทีมอันดับ 17 และ 18 มีคะแนนเท่ากันเมื่อจบฤดูกาล จะต้องตัดสินด้วยการแข่งขันเพลย์ออฟหนีตกชั้นตามข้อบังคับของลีก
  • การเปลี่ยนโค้ชกลางฤดูกาล มักมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นความมั่นใจและปรับระบบการเล่นอย่างเร่งด่วน แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับคุณภาพนักเตะ โปรแกรมการแข่งขัน และระยะเวลาที่กุนซือใหม่ได้รับในการทำงาน
  • เกมเผชิญหน้าคู่แข่งหนีตกชั้น มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะผลการแข่งขันส่งผลโดยตรงต่อคะแนนของทั้งสองทีม การเก็บชัยชนะเหนือคู่แข่งกลุ่มเดียวกันจึงช่วยสร้างความได้เปรียบในการลุ้นอยู่รอด

ติดตามความเคลื่อนไหวของเปาโล ซาเน็ตติ ผลงานอูดิเนเซ่ ข่าวกัลโช่ เซเรีย อา และทุกประเด็นร้อนจากวงการฟุตบอลยุโรปได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM อัปเดตข่าวฟุตบอลเข้มข้น เจาะลึกทุกเกมสำคัญ พร้อมเกาะติดทุกจังหวะที่อาจเปลี่ยนชะตาของสโมสรตลอดฤดูกาล