บาเยิร์นปิดบัญชีเรอัล มาดริดแบบหัวใจแทบวาย

ค่ำคืนที่อัลลิอันซ์ อารีน่า กลายเป็นเวทีของเกมระดับมหากาพย์ เมื่อ บาเยิร์น มิวนิค งัดพลังฮึดกลับมาปราบ เรอัล มาดริด 4-3 ในเกมเลกสอง รอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมปิดจ๊อบด้วยสกอร์รวม 6-4 ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปดวล ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบสมศักดิ์ศรียักษ์ใหญ่ยุโรปอย่างแท้จริง

เปิดเกมไม่ถึงนาที ราชันลงดาบก่อน แต่เสือใต้ไม่ยอมตาย

เริ่มเกมมาแทบไม่ทันตั้งตัว บาเยิร์นที่กุมความได้เปรียบจากเลกแรกโดนหมัดสวนทันที เมื่อ มานูเอล นอยเออร์ จ่ายพลาดเปิดช่องให้ อาร์ดา กือแลร์ ซัดไกลเข้าไปตั้งแต่นาทีแรก ส่งให้รูปเกมกลับมาตึงเครียดแบบสุดขีดทันที

แต่ทีมของแว็งซ็องต์ กอมปานี ไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดลูกเดียวทำลายทั้งคืน เพราะอีกเพียง 5 นาทีต่อมา อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช โขกตีเสมอจากลูกเตะมุมของ โยชัว คิมมิช ช่วยให้เกมกลับมาเดือดตั้งแต่ต้น ก่อนที่ กือแลร์ จะซัดฟรีคิกสุดเฉียบพา เรอัล มาดริด กลับมานำอีกครั้งในช่วงครึ่งแรก

ครึ่งแรกยิงกันไฟลุก เคนเอาคืน แต่เอ็มบัปเป้ไม่ยอมเงียบ

เกมนี้ไม่มีคำว่าผ่อน ไม่มีคำว่ารอดูเชิง เพราะทุกครั้งที่บาเยิร์นไล่ทัน มาดริดก็พร้อมเอาคืนทันควัน แฮร์รี เคน แสดงความเยือกเย็นซัดตีเสมอให้เจ้าถิ่นจากการจ่ายของ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ แต่ก่อนหมดครึ่งแรก คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ก็มาปล่อยของอีกระลอก พาเกมจบ 45 นาทีแรกแบบใครดูอยู่ต้องยอมรับว่านี่คือฟุตบอลระดับสูงที่เดือดทุกจังหวะ

จุดเปลี่ยนของเกมอยู่ที่ใบเหลือง และความนิ่งในช่วงวินาทีเป็นวินาทีตาย

ครึ่งหลัง บาเยิร์นเป็นฝ่ายคุมเกมได้มากขึ้น และเริ่มกดดันแนวรับทีมเยือนแบบต่อเนื่อง ทั้ง ไมเคิล โอลิเซ่ และ หลุยส์ ดิอาซ ต่างมีจังหวะคุกคามแบบได้เสียว ก่อนที่จุดเปลี่ยนสำคัญจะมาถึงในนาที 86 เมื่อ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า โดนใบเหลืองที่สองจากจังหวะขัดขวางการเล่นเร็วของเจ้าถิ่น ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องเล่นด้วยตัวผู้เล่นที่น้อยกว่าในช่วงเวลาที่เกมกำลังตึงที่สุด

บาเยิร์นไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ นาที 89 ดิอาซ ประสานงานกับ จามาล มูเซียล่า อย่างสวยงามก่อนปั่นเสียบมุมไกลอย่างเด็ดขาด ตีเสมอ 3-3 ได้สำเร็จ แล้วในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แฮร์รี เคน จ่ายให้ โอลิเซ่ ลากตัดเข้าในก่อนซัดชนเสาเด้งเข้าไป กลายเป็นประตูชัย 4-3 ที่ส่งทั้งสนามระเบิดอารมณ์ และส่งบาเยิร์นผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกแบบสะใจสุดขีด

สกอร์รวมบอกทุกอย่าง บาเยิร์นแกร่งพอสำหรับคืนที่บ้าคลั่ง

แมตช์นี้ไม่ใช่แค่เกมชนะธรรมดา แต่มันคือบทพิสูจน์ว่า บาเยิร์น มิวนิค ยังเป็นทีมที่มีหัวจิตหัวใจนักสู้เต็มเปี่ยม ต่อให้โดนกด โดนแซง หรือโดนบีบจนหลังชนฝา พวกเขาก็ยังลุกขึ้นมาเล่นงานคู่แข่งได้ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด และนั่นคือคุณสมบัติของทีมที่คู่ควรกับการไปไกลในเวทียุโรป

สำหรับ เรอัล มาดริด นี่คือเกมที่พวกเขามีช่วงเวลาดีหลายครั้ง แต่สุดท้ายกลับคุมตอนจบไม่อยู่ ปล่อยให้โมเมนตัมไหลหลุดมือ และโดนลงโทษแบบเจ็บแสบที่สุดในค่ำคืนที่ไม่มีใครยอมใครจริง ๆ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเกม บาเยิร์น พบ เรอัล มาดริด

  • บาเยิร์นชนะเกมนี้ 4-3 แต่สกอร์รวมสองนัดเหนือกว่า 6-4 หลังบุกชนะเลกแรกที่สเปน 2-1
  • อาร์ดา กือแลร์ ยิง 2 ประตูให้เรอัล มาดริด ในเกมที่เต็มไปด้วยจังหวะพลิกไปพลิกมาแทบทุกช่วง
  • คู่แข่งของบาเยิร์นในรอบรองชนะเลิศคือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งทำให้เส้นทางลุ้นแชมป์ยังหนักหน่วงต่อเนื่อง

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะเข้ม ๆ ของเกมใหญ่ยุโรปแบบนี้ อย่าลืมติดตามบทวิเคราะห์ ข่าวฟุตบอล และประเด็นร้อนจากสนามจริงได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM