เรอัล มาดริด สู้สุดใจ แต่สุดท้ายไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ค่ำคืนที่แฟนบอล เรอัล มาดริด ต้องกลืนน้ำลายฝืดคอ เมื่อทีมราชันชุดขาวแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 3-4 ในเลกสองของรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ส่งผลให้ตกรอบด้วยสกอร์รวม 4-6 แม้ภาพรวมจะมีช่วงที่สู้ได้อย่างน่าชื่นชม แต่รายละเอียดเล็กๆ โดยเฉพาะความผิดพลาดในเกมรับ กลับกลายเป็นแผลใหญ่ที่ฉุดทีมของ อัลบาโร อาร์เบลัว ร่วงลงจากเวทียุโรปอย่างน่าเสียดาย

ตัดเกรดตัวจริง เรอัล มาดริด

อันเดรย์ ลูนิน – 5

มีบางจังหวะที่ช่วยเซฟให้ทีมยังไม่เสียหายเร็วเกินไป แต่ความผิดพลาดในจังหวะเสียประตู 1-1 เป็นรอยด่างสำคัญของเกมนี้ และยิ่งตอกย้ำว่าการขาด ติโบต์ กูร์กตัวส์ ส่งผลต่อทีมไม่น้อยเลยจริงๆ

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ – 5

ได้ออกสตาร์ตก่อน ดานี่ การ์บาฆาล แต่เกมรับยังเป็นปัญหาเดิมแบบไม่มีอะไรใหม่ ถูกเล่นงานหลายจังหวะและมีส่วนกับอย่างน้อย 2 ประตูที่ทีมเสียไป ที่หนักกว่านั้นคือเกมรุกก็ไม่ได้ชดเชยจุดอ่อนดังกล่าวได้มากพอ

เอแดร์ มิลิเตา – 7

แม้ทีมจะเสียถึง 4 ประตู แต่หากมองลงลึก มิลิเตาถือว่าเล่นได้แข็งแกร่งพอตัว เขาช่วยประคองแนวรับไว้ได้ดีในช่วงใหญ่ของเกม และเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้มาดริดยังพอมีลุ้นอยู่จนท้ายเกม

อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – 7

ยังคงเป็นกองหลังที่เล่นเกมใหญ่ได้ดุดันและไว้ใจได้ตามมาตรฐาน แต่ก็มีจังหวะเสียวโดนใบแดงจากการเข้าบอลพลาดหลังโดนใบเหลืองไปแล้ว ถือว่าเป็นคืนที่ดีเกือบสุด แต่ก็ยังมีรอยสะดุดให้เห็น

แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – 7

ผลงานน่าประทับใจไม่น้อย โดยเฉพาะการรับมือ ไมเคิล โอลิเซ่ ที่ดูอันตรายน้อยกว่านัดแรกอย่างชัดเจน เกมนี้เมนดี้มีวินัยและนิ่งในบทบาทตัวเองมากพอสมควร

แดนกลางและแนวรุก คนเด่นมีจริง แต่ยังไม่พอพาทีมรอด

จู๊ด เบลลิงแฮม – 7.5

ช่วงหนึ่งชั่วโมงแรก เขาคือหัวใจสำคัญของทีมแบบแท้จริง ทั้งช่วยเกมรุกและลงมาซ้อนเกมรับอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเริ่มแผ่วในช่วงท้าย เกมนี้ยิ่งสะท้อนชัดว่าเขาสำคัญกับมาดริดมากแค่ไหน

เฟเด้ บัลเบร์เด้ – 6.5

ถูกขยับมาเล่นในบทบาทใกล้เคียงกับ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ และทำได้ค่อนข้างดี มีความขยัน วิ่งไม่มีหมด และช่วยรักษาสมดุลแดนกลางได้พอตัว

อาร์ดา กือแลร์ – 8

นี่คือฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาในฤดูกาลนี้แบบไม่ต้องเถียง ประตูแรกอาจมีโชคช่วยอยู่บ้าง แต่ลูกที่สองจากฟรีคิกนั้นจัดว่าเฉียบคมและเต็มไปด้วยคลาส นอกจากเรื่องการจบสกอร์ เขายังมีบทบาทในแดนกลางอย่างโดดเด่น ถือเป็นคนที่ฉายแสงที่สุดในคืนอันขมขื่นของมาดริด

บราฮิม ดิอาซ – 5.5

ได้รับโอกาสก่อน เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า และ ติอาโก้ ปิตาร์ช แต่กลับไม่สามารถสร้างอิทธิพลในเกมรุกได้มากพอ เป็นอีกตำแหน่งที่มาดริดน่าจะหวังได้มากกว่านี้

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ – 6.5

มีชื่อบนสกอร์บอร์ดก็จริง และยังได้จากความช่วยเหลือชั้นดีของ วินิซิอุส จูเนียร์ แต่โดยรวมยังไม่ใช่คืนที่เขาระเบิดความอันตรายได้เต็มที่ แถมยังพลาดโอกาสสำคัญในครึ่งหลังอีกด้วย

วินิซิอุส จูเนียร์ – 6.5

ช่วยเกมรับได้ดีในหลายจังหวะ และแอสซิสต์ให้เอ็มบัปเป้ก็ถือว่างดงาม แต่เมื่อวัดจากความคาดหวังในเกมระดับนี้ ต้องยอมรับว่าเขายังไม่สามารถเปลี่ยนเกมให้เป็นของมาดริดได้

ตัวสำรองที่เปลี่ยนเกมไม่ได้

เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า – 4.5

ลงมาแล้วกลายเป็นภาพสะท้อนฤดูกาลที่ไม่ราบรื่นของตัวเองอย่างชัดเจน เริ่มจากโดนใบเหลืองในนาที 78 ก่อนรับใบเหลืองที่สองแบบไม่จำเป็นในนาที 86 กลายเป็นจุดจบของความหวังมาดริดในเกมนี้แบบแทบปิดประตูสนิท

ติอาโก้ ปิตาร์ช – ไม่มีคะแนน

ถูกส่งลงมาในช่วงทดเวลาเพื่อไล่ล่าประตู แต่เวลาน้อยเกินกว่าจะตัดสินอะไรได้

ฟรังโก มาสตานตูโอโน่ – ไม่มีคะแนน

สถานการณ์ไม่ต่างกัน ลงมาช่วงท้ายเกมและแทบไม่มีเวลาสร้างอิมแพกต์

บทสรุปเกมนี้

นี่คือเกมที่ เรอัล มาดริด มีทั้งช่วงเวลาน่าชื่นชมและช่วงเวลาน่าผิดหวังในนัดเดียวกัน แนวรับบางคนยืนระยะได้ดี แดนกลางมีคนแบกเกม ขณะที่ อาร์ดา กือแลร์ แจ้งเกิดเต็มเสียงบนเวทียุโรป แต่เมื่อทีมเสียประตูง่ายเกินไป และตัวสำรองไม่สามารถเปลี่ยนโมเมนตัมได้ บทสรุปจึงลงเอยด้วยการตกรอบแบบเจ็บปวด และทิ้งคำถามสำคัญเอาไว้กับหลายตำแหน่งก่อนเดินหน้าสู่ซีซั่นต่อไป

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เรอัล มาดริด ในเกมยุโรป

  • อาร์ดา กือแลร์ กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้รับคำชมชัดเจนที่สุดในเกมใหญ่ แม้ทีมจะเป็นฝ่ายตกรอบ
  • เกมระดับน็อกเอาต์ของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มักตัดสินกันที่รายละเอียดเล็กๆ และความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนทั้งฤดูกาล
  • การมีผู้รักษาประตูตัวหลักอย่าง ติโบต์ กูร์กตัวส์ ฟิตสมบูรณ์ มักส่งผลต่อความมั่นใจของแนวรับมาดริดอย่างชัดเจน

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะร้อนแรงของเกมยุโรป ข่าวฟุตบอลเข้มๆ และบทวิเคราะห์แบบถึงแก่น อย่าพลาดติดตาม ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM กันต่อแบบยาวๆ