ซิเมโอเน่ชี้ เกมชิงไม่ใช่แค่แท็กติก แต่คือสงครามในหัวของนักเตะ

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือ แอตเลติโก มาดริด ออกมาส่งสัญญาณชัดก่อนเกมชิงชนะเลิศ โกปา เดล เรย์ กับ เรอัล โซเซียดาด ว่าแมตช์นี้ไม่ได้ตัดสินกันแค่ฝีเท้าหรือแผนการเล่น แต่จะวัดกันที่สภาพจิตใจล้วนๆ โดยเจ้าตัวย้ำว่าคนที่รับมือกับแรงกดดันระหว่างเกมได้ดีกว่า มีโอกาสเป็นฝ่ายกำชัยในคืนชี้ชะตา

ซิเมโอเน่ยังย้อนถึงพัฒนาการของตัวเองและสโมสร หลังจากแอตเลติโกเคยเข้าชิงและคว้าแชมป์ครั้งสำคัญเมื่อปี 2013 ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ถูกมองว่าเปลี่ยนทัศนคติของทีมไปอย่างมาก เขามองว่าตัวเองเติบโตขึ้นตามประสบการณ์ แต่แก่นสำคัญของทีมยังเหมือนเดิม คือยึดมั่นในแนวทาง แผนงาน และเป้าหมายอย่างไม่สั่นคลอน

คำพูดจากซิเมโอเน่ก่อนนัดชิง

“เราทุกคนต่างเติบโตและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีใครเหมือนเดิมเมื่ออายุ 20, 30 หรือ 40 ปี เช่นเดียวกับโค้ชและนักเตะ เราเติบโตไปพร้อมกับโอกาสที่สโมสรมอบให้ แต่ยังคงยึดมั่นในแนวคิด แผนงาน และเป้าหมายเดิม ซึ่งในจุดนี้เราแทบไม่ได้เปลี่ยนไปเลย”

“ไม่มีสูตรตายตัว ผมพูดเสมอว่าอายุไม่ใช่ประเด็น ไม่ว่าคุณจะอายุ 18 หรือ 35 ถ้าคุณมีหัวคิดที่แข็งแกร่ง สิ่งที่ยากที่สุดคือเกมที่อยู่ในหัวของตัวเอง และใครที่จัดการมันได้ดีที่สุดระหว่างการแข่งขัน คนนั้นแหละจะเป็นผู้ชนะ”

จากคืนยุโรปสุดเดือด สู่โหมดจริงจังในนัดชิง

บรรยากาศในฝั่งแอตเลติโกกำลังคึกคักอย่างหนัก หลังทีมเพิ่งทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ด้วยการเขี่ยบาร์เซโลนาออกจากเส้นทาง แต่ซิเมโอเน่ยืนยันว่าทีมต้องรีบกลับสู่ความจริงให้เร็วที่สุด เพราะนัดชิงครั้งนี้ไม่มีพื้นที่ให้หลงระเริงแม้แต่นิดเดียว

“เรารู้ดีว่าการได้เล่นในนัดชิงชนะเลิศมันยอดเยี่ยมแค่ไหนสำหรับนักกีฬา ทั้งนักเตะของเรอัล โซเซียดาด และทีมของเรา ต่างก็ตื่นเต้นอย่างมากและจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อคว้าชัยชนะ เมื่อวันอังคารเราเพิ่งผ่านเกมสำคัญที่พาเราไปอยู่ในจุดยอดเยี่ยมของแชมเปียนส์ ลีก”

“แต่ตอนนี้เราต้องกลับมาอยู่กับความจริง นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด และเรารู้ดีว่าคู่แข่งอย่างเรอัล โซเซียดาดเล่นฟุตบอลเป็น พวกเขาสู้เก่ง และโจมตีได้หลากหลาย ทั้งจากตรงกลางและริมเส้น รวมถึงมีนักเตะหนุ่มที่อันตราย เราคาดหวังไว้แล้วว่าจะต้องพยายามพาเกมไปยังจุดที่เราสามารถเล่นงานพวกเขาได้”

ขอบคุณจากใจถึงแฟนตราหมี

อีกหนึ่งช่วงสำคัญของการแถลงข่าวคือคำขอบคุณจากซิเมโอเน่ถึงแฟนบอลแอตเลติโก มาดริด ซึ่งเขาพูดอย่างตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วม หลังผ่านทั้งช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่และช่วงเวลาหนักหนากับสโมสรแห่งนี้มาอย่างยาวนาน

“ขอบคุณ ขอบคุณเท่านั้น ผมพูดอะไรไม่ได้นอกจากคำว่าขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ สำหรับทุกการสนับสนุนที่ผมได้รับตั้งแต่วันที่มาถึงในปี 1994 ตอนกลับมาอีกครั้งช่วงปลายอาชีพนักเตะ และในช่วงเวลาที่ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม ท่ามกลางความยากลำบากมากมาย รวมถึงการได้เห็นสโมสรเติบโตขึ้น ขอบคุณจริงๆ”

นัดชิงครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่คืออีกขั้นของกระบวนการ

ซิเมโอเน่มองว่านัดชิงหนนี้ไม่ใช่เพียงโอกาสลุ้นแชมป์รายการหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นผลลัพธ์จากกระบวนการทำงานระยะยาวที่อาศัยความต่อเนื่อง ความถ่อมตัว การทำงานหนัก และการรู้ว่าต้องเดินไปทางไหน นี่คือมุมมองแบบคนทำทีมจริง ไม่ใช่คำพูดสวยหรูเพื่อเรียกเสียงปรบมือ

“มันคือกระบวนการที่พัฒนาไปเรื่อยๆ เป็นกระบวนการที่แสดงให้เห็นว่าความต่อเนื่อง ความถ่อมตัว การทำงานหนัก และการรู้ว่าควรเดินไปทางไหน มันมีเส้นทางของมัน แม้ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่สุดท้ายคุณจะมองเห็นในสิ่งที่ตามหา”

“ผมจินตนาการถึงสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ ผมไม่คิดอย่างอื่นนอกจากสิ่งที่ดีที่สุด แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ แต่มันคือหนึ่งในเป้าหมายจากอีกหลายอย่างที่เรากำลังจะไปให้ถึง”

ข่าวดีของแอตเลติโก บาร์ริออสพร้อมกลับมาช่วยทีม

สิ่งที่แฟนตราหมีน่าจะยิ้มออกมากที่สุด คือการยืนยันจากซิเมโอเน่ว่า ปาโบล บาร์ริออส จะกลับมามีชื่อกับทีมอีกครั้ง หลังพักรักษาอาการบาดเจ็บแฮมสตริงนานราว 5 สัปดาห์ ถือเป็นแรงหนุนสำคัญก่อนเกมใหญ่ที่ทุกตำแหน่งต้องพร้อมรบแบบเต็มสูบ

“ทุกคนที่อยู่ในทีมชุดวันพรุ่งนี้ สามารถช่วยเราได้ ปาโบล บาร์ริออส จะอยู่กับเรา”

ขณะเดียวกัน สถานะของ ดาวิด ฮันโก้ ยังต้องรอลุ้นว่าจะฟิตพอสำหรับการออกสตาร์ตหรือไม่ ส่วน จอห์นนี่ การ์โดโซ่ ก็มีลุ้นลงสนามเช่นกัน แม้ว่า โกเก้ และ มาร์กอส ยอเรนเต้ จะกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแข็งแกร่งในแดนกลางก็ตาม

สรุปภาพรวมก่อนชิงดำ

นี่คือเกมที่บอกชัดถึงตัวตนของแอตเลติโก มาดริด ในยุคซิเมโอเน่อย่างแท้จริง ทั้งความเข้มข้น วินัย ความนิ่ง และพลังใจที่ต้องผ่านบททดสอบระดับสูงสุด หากพวกเขาคุมอารมณ์ได้อยู่หมัด และพาทีมเล่นในจังหวะที่ตัวเองถนัด โอกาสหยิบถ้วยก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม แต่หากปล่อยให้เกมในหัวพังลงก่อน เกมในสนามก็อาจหลุดมือได้ทันที

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : แอตเลติโก มาดริด กับเกมนัดชิง

  • แอตเลติโก มาดริด ไม่ได้เข้าชิงโกปา เดล เรย์ มานานถึง 13 ปี นับจากครั้งล่าสุดที่พวกเขาคว้าแชมป์เหนือเรอัล มาดริด ในปี 2013
  • ซิเมโอเน่มองว่าชัยชนะในปี 2013 คือหนึ่งในเกมที่ช่วยเปลี่ยนความคิดและความเชื่อของสโมสรในระยะยาว
  • การคืนสนามของปาโบล บาร์ริออส ก่อนเกมชิงดำ อาจเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่เพิ่มมิติให้แดนกลางของทีมทันเวลา

แฟนบอลที่อยากติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเกมลูกหนังแบบเข้มข้นถึงแก่น อย่าพลาดอัปเดตข่าวฟุตบอล บทวิเคราะห์ และประเด็นร้อนก่อนเกมได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM