สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีมลิเวอร์พูล เปิดใจอย่างดุเดือดถึงประเด็นอื้อฉาวของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังถูกตัดสินว่าละเมิดกฎการเงินพรีเมียร์ลีกอย่างร้ายแรง ยืนยันไม่คิดเรียกร้องเหรียญแชมป์ย้อนหลัง แม้ตัวเองจะเคยพลาดโอกาสชูถ้วยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2013/14 แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือความทรงจำอันล้ำค่าที่นักเตะและแฟนบอลจำนวนมหาศาลอาจถูกพรากไปอย่างไม่มีวันเรียกคืน
เจอร์ราร์ดลั่นไม่ต้องการเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีกย้อนหลัง
ประเด็นร้อนสะเทือนวงการฟุตบอลอังกฤษกลับมาปะทุอีกครั้ง เมื่ออดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับคดีการเงินของทัพเรือใบสีฟ้า โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้มีความต้องการให้ใครนำเหรียญแชมป์มามอบให้ย้อนหลัง แม้จะเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับผลกระทบจากการขับเคี่ยวแย่งแชมป์ลีกในอดีต
เจอร์ราร์ดมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัวกับบรรดานักเตะแมนซิตี้ เพราะเขายังคงยอมรับในฝีเท้าและความสามารถของผู้เล่นเหล่านั้น แต่ปัญหาที่แท้จริงคือความยุติธรรมของการแข่งขัน และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสโมสรอื่นตลอดหลายฤดูกาล
“สำหรับผม เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวกับบรรดานักเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะพวกเขาล้วนเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม”
“พวกเขาได้สัมผัสช่วงเวลานั้น และแน่นอนว่าพวกเขาก็สมควรได้รับมัน ผมไม่ใช่คนที่จะมานั่งพูดว่าผมยอมรับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก หรืออยากได้เหรียญที่พวกเขาได้รับไปแล้ว ผมคิดว่าผมทำใจยอมรับได้แล้วกับการที่ไม่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และยอมรับว่าตัวเองขาดความสำเร็จในด้านนี้”
ย้อนฝันสลายลิเวอร์พูลฤดูกาล 2013/14 พลาดแชมป์เพียง 2 คะแนน
หากย้อนกลับไปในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013/14 ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำผลงานได้อย่างร้อนแรง และมีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
อย่างไรก็ตาม เส้นทางลุ้นแชมป์กลับจบลงด้วยความผิดหวัง เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของ มานูเอล เปเยกรินี่ เร่งเครื่องจนแซงเข้าป้ายคว้าแชมป์ได้สำเร็จ
ผลงานสองทีมในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนั้น
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จบอันดับ 1 ด้วย 86 คะแนน จาก 38 นัด
- ลิเวอร์พูล จบอันดับ 2 ด้วย 84 คะแนน ตามหลังแชมป์เพียง 2 คะแนน
- ลิเวอร์พูลยิงได้ถึง 101 ประตู โดย หลุยส์ ซัวเรซ เป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกด้วยผลงาน 31 ประตู
- เจอร์ราร์ดทำ 13 แอสซิสต์ และเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมตลอดฤดูกาล
ความผิดหวังครั้งนั้นกลายเป็นบาดแผลสำคัญในอาชีพของเจอร์ราร์ด เพราะแม้เขาจะประสบความสำเร็จมากมายกับลิเวอร์พูล รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2005 แต่ถ้วยพรีเมียร์ลีกกลับเป็นเกียรติยศที่เจ้าตัวไม่เคยได้สัมผัสในฐานะนักเตะ
ความทรงจำที่ถูกพรากไป เจอร์ราร์ดย้อนถามแฟนบอลแมนซิตี้
อดีตกองกลางจอมทุ่มเทยอมรับว่าเขาผ่านช่วงเวลายากลำบากจากการพลาดแชมป์ไปแล้ว รวมถึงเหตุการณ์สำคัญในช่วงท้ายฤดูกาล 2013/14 ที่ยังคงถูกพูดถึงจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขาต้องออกมาตั้งคำถามอีกครั้ง คือความคิดเห็นจากฝั่งแมนซิตี้ที่ยืนยันว่าไม่ควรมีใครพรากช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของพวกเขาไปได้
“ผมทำใจยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมในช่วงท้ายฤดูกาลนั้นได้แล้วเช่นกัน แต่ผมได้ยินทั้งนักเตะและแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ รวมถึงแฟนบอลคนดังพูดกันมากมายว่า -คุณพรากช่วงเวลาเหล่านั้นไปจากพวกเราไม่ได้-“
เจอร์ราร์ดจึงสวนกลับด้วยประเด็นที่หนักหน่วงกว่าเรื่องเหรียญรางวัล เพราะสำหรับเขา ความสำเร็จของทีมหนึ่งอาจหมายถึงโอกาสสำคัญที่อีกหลายทีมต้องสูญเสียไป
“แล้วความทรงจำของคนอื่น ๆ ล่ะ? สิ่งที่พวกเขาพรากไป ไม่ใช่แค่ความทรงจำของผม หรือทีมที่ผมเคยลงเล่นให้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงทุกคนตลอดช่วงเวลา 9-10 ปีนั้นด้วย ทั้งแฟนบอลสเปอร์ส, แมนฯ ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน, ทีมที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น รวมถึงทีมที่ลงแข่งขันในฟุตบอลถ้วย”
“อดีตนักเตะและนักเตะปัจจุบันของแมนฯ ซิตี้ เจ้าของสโมสร และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทีม ต้องลองคิดดูว่าพวกเขาได้พรากความทรงจำอะไรไปจากคนอื่น ๆ บ้าง”

คดีการเงินแมนซิตี้ 115 ข้อหา ยังต้องลุ้นผลอุทธรณ์
เบื้องหลังความเดือดครั้งนี้มาจาก คดีละเมิดกฎการเงิน 115 ข้อหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงปี 2009-2018 และกลายเป็นหนึ่งในคดีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 คณะกรรมการอิสระมีคำวินิจฉัยว่าแมนซิตี้กระทำผิดกฎการเงินอย่างร้ายแรง โดยมีรายงานว่าข้อกล่าวหาที่ได้รับการวินิจฉัยว่าผิดมีจำนวน 114 จาก 115 ข้อหา ครอบคลุมทั้งการรายงานข้อมูลทางการเงิน การจัดทำข้อตกลงทางการค้า และความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวน
อย่างไรก็ตาม แมนซิตี้ยังคงปฏิเสธการกระทำผิด และยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยยืนยันว่าคำวินิจฉัยมีข้อผิดพลาดทั้งในด้านกฎหมายและข้อเท็จจริง
บทลงโทษที่แมนซิตี้อาจต้องเผชิญ
- การหักคะแนนพรีเมียร์ลีก ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออันดับในตารางการแข่งขัน
- การปรับเงินหรือมาตรการลงโทษทางวินัยตามความเหมาะสม
- การขับออกจากพรีเมียร์ลีก หากมีคำสั่งลงโทษถึงขั้นรุนแรงที่สุด
- ความเป็นไปได้ในการริบแชมป์ย้อนหลัง ซึ่งอาจกระทบต่อประวัติศาสตร์การแข่งขันหลายฤดูกาล
ทั้งนี้ บทลงโทษยังไม่ได้ข้อยุติ และต้องรอกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ การถูกริบแชมป์ก็ไม่ได้หมายความว่าทีมรองแชมป์จะได้รับถ้วยหรือเหรียญรางวัลย้อนหลังโดยอัตโนมัติ เพราะยังขึ้นอยู่กับคำตัดสินและแนวทางดำเนินการของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง
แฟนลิเวอร์พูลชูป้ายหนุนเจอร์ราร์ด หลังเกมแพ้แมนซิตี้ 0-3
บรรยากาศความขัดแย้งยิ่งร้อนระอุในเกมพรีเมียร์ลีกวันที่ 11 ตุลาคม 2026 เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกถล่มลิเวอร์พูลถึงแอนฟิลด์ 3-0 ท่ามกลางเสียงโห่และการประท้วงจากแฟนบอลเจ้าถิ่นเกี่ยวกับคดีการเงิน
เจอร์ราร์ดเดินทางมาชมการแข่งขันนัดดังกล่าวด้วยตัวเอง และได้เห็นสาวกเดอะ ค็อป แสดงป้ายข้อความสนับสนุนให้เขาได้รับการยกย่องในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013/14
แม้ผลการแข่งขันในสนามจะจบลงด้วยชัยชนะของเรือใบสีฟ้า จากประตูของ เออร์ลิง ฮาลันด์, เฌเรมี่ โดกู และ รายาน แชร์กี แต่ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนักกลับเป็นเรื่องความชอบธรรมของความสำเร็จในอดีต
เกมดังกล่าวยังมีจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ถูกไล่ออกจากสนามในครึ่งหลัง ก่อนที่แมนซิตี้จะใช้ความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่นเดินหน้าคว้าชัยชนะ
สองมุมที่แฟนบอลถกเถียง ความสำเร็จในสนามหรือความยุติธรรมต้องมาก่อน
ประเด็นที่เจอร์ราร์ดหยิบยกขึ้นมาสะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในวงการฟุตบอลอังกฤษ
มุมแฟนแมนซิตี้ ความทรงจำของนักเตะไม่ควรถูกลบล้าง
ฝ่ายที่สนับสนุนแมนซิตี้มองว่านักเตะลงสนามแข่งขันด้วยความสามารถของตัวเอง ทุกประตู ทุกชัยชนะ และความทรงจำจากการชูถ้วยเกิดขึ้นจริง ไม่ควรถูกปฏิเสธทั้งหมดจากปัญหาการบริหารงานนอกสนาม โดยเฉพาะในระหว่างที่สโมสรยังต่อสู้ผ่านกระบวนการอุทธรณ์
มุมเจอร์ราร์ด ความยุติธรรมต้องครอบคลุมทุกสโมสร
อีกด้านหนึ่ง เจอร์ราร์ดกำลังตั้งคำถามว่า หากการแข่งขันไม่ได้ดำเนินอยู่บนเงื่อนไขที่เท่าเทียม ทีมที่พลาดแชมป์ พลาดโควตาฟุตบอลยุโรป หรือเสียโอกาสสำคัญในฤดูกาลนั้นจะได้รับความยุติธรรมอย่างไร
นี่จึงไม่ใช่เพียงข้อถกเถียงว่าใครสมควรได้เหรียญแชมป์ แต่เป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ฟุตบอลจะปกป้องความน่าเชื่อถือของการแข่งขันและคุณค่าของความสำเร็จในอดีตได้อย่างไร
บทสรุป เจอร์ราร์ดไม่ต้องการถ้วย แต่ต้องการความยุติธรรม
คำพูดของเจอร์ราร์ดอาจไม่ได้เปลี่ยนผลการแข่งขันในฤดูกาล 2013/14 แต่สะท้อนความรู้สึกของคนที่เคยเข้าใกล้ความฝันสูงสุดจนแทบเอื้อมถึง ก่อนต้องยอมรับความผิดหวังตลอดชีวิตค้าแข้ง
สำหรับอดีตกัปตันหงส์แดง เหรียญแชมป์ที่มาถึงช้ากว่าสิบปีไม่อาจทดแทนเสียงเฮในสนาม การฉลองร่วมกับเพื่อนร่วมทีม หรือช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจที่ควรเกิดขึ้นในวันนั้นได้
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือผลการอุทธรณ์ของแมนซิตี้ รวมถึงแนวทางลงโทษหากคำวินิจฉัยยังคงเดิม เพราะผลลัพธ์อาจไม่ได้กระทบเพียงอนาคตของสโมสร แต่ยังสร้างบรรทัดฐานสำคัญให้วงการฟุตบอลอังกฤษในระยะยาว
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเจอร์ราร์ดและกฎการเงินพรีเมียร์ลีก
- สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับแชมป์พรีเมียร์ลีก แม้คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, เอฟเอ คัพ และลีก คัพ กับลิเวอร์พูล แต่เขาไม่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกตลอดอาชีพนักเตะ
- กฎการเงินฟุตบอล มีเป้าหมายควบคุมการดำเนินงานและการใช้จ่ายของสโมสร เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินและความเป็นธรรมในการแข่งขัน
- การริบแชมป์ย้อนหลัง เป็นมาตรการที่อาจเกิดขึ้นได้ตามกฎและคำตัดสินที่เกี่ยวข้อง แต่การมอบแชมป์ให้ทีมอื่นไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของคดีแมนซิตี้ ข่าวลิเวอร์พูล ประเด็นร้อนพรีเมียร์ลีก และบทวิเคราะห์ฟุตบอลอังกฤษแบบเข้มข้น เจาะลึกทุกมุมสำคัญได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM เพราะเรื่องราวลูกหนังไม่ได้จบลงแค่เสียงนกหวีดสุดท้าย