กติกาใหม่ไทยลีก 2026/27 เตรียมยกระดับความเข้มข้นของการแข่งขันทั้ง 3 ระดับ ด้วยมาตรการจัดการพฤติกรรมถ่วงเวลาแบบจริงจัง ตั้งแต่การเตะจากประตู การทุ่มบอล ผู้เล่นบาดเจ็บ ไปจนถึงขั้นตอนเปลี่ยนตัว เป้าหมายชัดเจนคือทำให้เกมเดินต่อเนื่อง เพิ่มเวลาที่บอลอยู่ในการเล่น และลดช่องทางที่อาจถูกใช้เพื่อชะลอจังหวะการแข่งขัน

เตะจากประตูช้า ผู้ตัดสินเริ่มนับ 5 วินาที

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การเตะจากประตู หากผู้ตัดสินพิจารณาว่าผู้เล่นจงใจชะลอการเริ่มเล่น เมื่อเห็นว่าผู้เล่นพร้อมหรือครอบครองบอลโดยสมบูรณ์แล้ว ผู้ตัดสินสามารถเป่านกหวีดและเริ่มนับถอยหลัง 5 วินาที พร้อมแสดงสัญญาณมืออย่างชัดเจน

การนับจะเป็น 5 4 3 2 1 0 หากสิ้นสุดการนับแล้วลูกบอลยังไม่เข้าสู่การเล่น ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดและให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะมุม โดยเลือกฝั่งที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งของการเตะจากประตูมากที่สุด

ส่วนการคาดโทษด้วยใบเหลืองจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ตัดสินเห็นว่าเป็นการเจตนาถ่วงเวลาอย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าการนับครบ 5 วินาทีทุกครั้งจะต้องตามมาด้วยใบเหลืองเสมอไป

ยังไม่ครองบอลก็เริ่มนับได้

ผู้ตัดสินไม่จำเป็นต้องรอจนผู้เล่นถือหรือครอบครองบอลก่อน หากมองเห็นพฤติกรรมที่ชัดเจนว่าเป็นการ ป้องกันการถ่วงเวลา เช่น เดินไปเก็บบอลอย่างเชื่องช้า หรือจงใจนำบอลไปวางในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ผู้ตัดสินสามารถเริ่มกระบวนการนับถอยหลังได้ทันที

ทุ่มบอลช้าเกินไป สิทธิ์เปลี่ยนมือทันที

มาตรการเดียวกันถูกนำมาใช้กับ การทุ่มบอลเข้าสนาม หากผู้ตัดสินเห็นว่าฝ่ายที่ได้ทุ่มกำลังจงใจถ่วงเวลา สามารถใช้นกหวีดหรือคำพูดเตือนให้เร่งดำเนินการและเริ่มเล่นใหม่โดยเร็ว

ผู้ตัดสินสามารถเริ่มนับถอยหลัง 5 วินาทีได้โดยไม่จำเป็นต้องเตือนล่วงหน้า โดยอาจเป่านกหวีดหรือแสดงสัญญาณมือและแขนให้เห็นชัด ก่อนนับ 5 4 3 2 1 0

หากครบเวลาที่กำหนดแล้วยังไม่มีการทุ่มบอลเข้าสู่สนาม ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดและเปลี่ยนสิทธิ์การทุ่มให้ทีมคู่แข่งทันที ถือเป็นบทลงโทษที่กระทบต่อการครองบอลโดยตรง

เจ็บจนเกมหยุด ต้องออกไปอย่างน้อย 1 นาที

กติกาด้าน ผู้เล่นบาดเจ็บ ก็ถูกปรับให้เข้มขึ้น หากเกมต้องหยุดเพราะผู้เล่นในสนามได้รับบาดเจ็บหรือสงสัยว่าได้รับบาดเจ็บ และผู้ตัดสินอนุญาตให้ทีมแพทย์เข้าสู่สนาม หรือผู้ตัดสินถามว่าต้องการแพทย์หรือไม่แล้วผู้เล่นร้องขอ ผู้เล่นรายนั้นจะต้องออกจากสนาม

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะได้รับเวลาอย่างเหมาะสมในการประเมินอาการเบื้องต้น แต่หลักการคือไม่ควรรักษาผู้เล่นภายในสนาม เว้นแต่เป็นอาการบาดเจ็บรุนแรง

หลังออกจากสนามแล้ว ผู้เล่นต้องรอให้เกมเริ่มเล่นใหม่ และต้องผ่านไปอย่างน้อย 1 นาที จึงจะสามารถได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินให้กลับเข้าสู่สนามได้

กรณีใดไม่ต้องรอ 1 นาที

  • ผู้เล่นไม่ต้องการการรักษาพยาบาล เว้นแต่ผู้ตัดสินหยุดเกมเพราะอาการบาดเจ็บนั้น
  • ผู้เล่นออกจากสนามด้วยตัวเองระหว่างที่บอลอยู่ในการเล่นหรือระหว่างหยุดเล่น โดยการออกจากสนามต้องไม่ทำให้การเริ่มเล่นใหม่ล่าช้า

อาการบาดเจ็บที่สามารถดูแลในสนามได้

  • ผู้รักษาประตูได้รับบาดเจ็บ
  • ผู้รักษาประตูปะทะกับผู้เล่นในสนามและทั้งคู่ต้องได้รับการดูแล
  • ผู้เล่นทีมเดียวกันปะทะกันและต้องได้รับการดูแล
  • เกิดอาการบาดเจ็บรุนแรง โดยเฉพาะอาการที่ศีรษะ เช่น ภาวะสมองกระทบกระเทือน
  • เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น อาการชักหรือการสำลัก
  • ผู้เล่นได้รับบาดเจ็บจากการกระทำผิดทางกายภาพ และผู้กระทำผิดถูกใบเหลืองหรือใบแดง
  • มีการให้ลูกจุดโทษ และผู้เล่นที่บาดเจ็บจะเป็นผู้รับหน้าที่สังหารจุดโทษ

เปลี่ยนตัวต้องออกจากสนามภายใน 10 วินาที

อีกจุดที่ทุกสโมสรต้องเตรียมตัวให้พร้อมคือ การเปลี่ยนตัวผู้เล่น เมื่อผู้เล่นถูกเปลี่ยนออก จะมีเวลา 10 วินาทีในการออกจากสนามตรงจุดที่ใกล้ที่สุดของเส้นรอบสนาม โดยขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละสนาม

หากใช้เวลาเกินกำหนด ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนออกอาจได้รับใบเหลืองหากผู้ตัดสินเห็นว่าจงใจทำให้ล่าช้ามากเกินสมควร ขณะที่ผู้เล่นสำรองจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ลงสนาม จนกว่าจะถึงจังหวะที่บอลออกจากการเล่นครั้งแรก หลังจากเวลาผ่านไปอย่างน้อย 1 นาทีหลังเกมเริ่มใหม่

ผลลัพธ์คือทีมอาจต้องเล่นด้วยจำนวนผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่งชั่วคราว กลายเป็นความเสียเปรียบที่อาจส่งผลต่อเกมได้ทันที โดยเฉพาะในช่วงท้ายที่ทุกวินาทีมีความหมาย

เปลี่ยนพร้อมกันหลายคนก็นับจากคนสุดท้าย

หากทีมเปลี่ยนผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนในจังหวะเดียวกัน หรือทั้งสองทีมมีการเปลี่ยนตัวพร้อมกัน ผู้เล่นทั้งหมดที่จะถูกเปลี่ยนออกต้องออกจากสนามภายใน 10 วินาที โดยเริ่มนับจากเวลาที่มีการแสดงป้ายเปลี่ยนตัวสำหรับการเปลี่ยนตัวคนสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินสามารถไม่บังคับใช้กรอบเวลา 10 วินาทีได้ในบางสถานการณ์ เช่น ผู้เล่นได้รับบาดเจ็บชัดเจนจนไม่สามารถออกจากสนามได้ทัน หรือไม่สามารถใช้จุดที่ใกล้ที่สุดของเส้นรอบสนามได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยหรือการรักษาความปลอดภัย

ไม่ใช่แค่ไทยลีก ฟุตบอลโลกก็เดินหน้าแนวทางลดการถ่วงเวลา

มาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับการแก้ไข กติกา IFAB ฤดูกาล 2026/27 ซึ่งเพิ่มแนวทางนับถอยหลัง 5 วินาทีสำหรับการทุ่มบอลและเตะจากประตู กำหนดเวลา 10 วินาทีสำหรับผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัว และกำหนดช่วงเวลา 1 นาทีสำหรับผู้เล่นที่ต้องออกไปหลังการประเมินอาการบาดเจ็บ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือเพิ่มความต่อเนื่องและลดการเสียเวลาโดยไม่จำเป็นในการแข่งขันฟุตบอล

หลักการเปลี่ยนตัวภายใน 10 วินาทียังระบุชัดว่า หากผู้เล่นออกไม่ทัน ผู้เล่นสำรองจะต้องรอจนถึงการหยุดเล่นครั้งแรกหลังผ่านไป 1 นาที ขณะที่กรณีบาดเจ็บหรือปัญหาด้านความปลอดภัยสามารถเป็นข้อยกเว้นได้

กติกาใหม่เปลี่ยนรายละเอียดเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

สิ่งที่ทีมงานและนักเตะต้องปรับไม่ใช่เพียงเรื่องแท็กติกในสนาม แต่รวมถึงพฤติกรรมระหว่างเกม การเดินไปเก็บบอล การเตรียมทุ่ม การออกจากสนามตอนเปลี่ยนตัว รวมถึงการจัดการเมื่อมีอาการบาดเจ็บ เพราะรายละเอียดที่เคยใช้กินเวลาเพียงไม่กี่วินาที อาจกลายเป็นการเสียเตะมุม เสียสิทธิ์ทุ่ม หรือทำให้ทีมต้องเล่นตัวน้อยกว่าชั่วคราวได้ทันที

การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2026/27 สามารถติดตามการถ่ายทอดสดผ่าน AIS PLAY และ Monomax โดยแฟนบอลควรจับตาการบังคับใช้กติกาชุดนี้ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล เพราะมีโอกาสส่งผลต่อจังหวะเกมและการตัดสินในหลายสถานการณ์

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : กติกาลดการถ่วงเวลาในฟุตบอล

  • การนับถอยหลังไม่ได้เริ่มอัตโนมัติทุกครั้ง ผู้ตัดสินต้องพิจารณาว่ามีการชะลอหรือถ่วงเวลาอย่างไม่เหมาะสมก่อน
  • บทลงโทษของการเตะจากประตูล่าช้าและการทุ่มบอลล่าช้าแตกต่างกัน โดยกรณีแรกอาจเสียเตะมุม ส่วนกรณีหลังเสียสิทธิ์ทุ่มให้คู่แข่ง
  • กติกาเปลี่ยนตัว 10 วินาทีออกแบบมาให้ทีมไม่สามารถใช้ขั้นตอนเปลี่ยนตัวเป็นเครื่องมือเผาเวลาได้ง่ายเหมือนเดิม

ขอบคุณรูปภาพจาก Thai League

ติดตามข่าวฟุตบอลไทย กติกาการแข่งขัน โปรแกรม ผลการแข่งขัน และทุกความเคลื่อนไหววงการลูกหนังแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,